Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Acute bacterial rhinosinusitis - Coggle Diagram
Acute bacterial rhinosinusitis
กิจกรรมการพยาบาล
1.ดูแลให้ได้รับยา Amoxicillin (500)1x3 oral pc ตามแผนการรักษา เพื่อทำลายและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
2.ดูแลให้ได้รับยา Nasacort nasal spray 55 mcg/puff sig: Instill 2 spray in each nostill onec daily ตามแผนการรักษา เพื่อลดอาการบวมของเยื่อบุโพรงจมูกและบริเวณทางเปิดไซนัส ช่วยลดอาการคัดแน่นจมูก
3.แนะนำและดูแลการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ Nasal Saline irrigation อย่างถูก วิธี เพื่อช่วยชะล้างน้ำมูก เชื้อโรค และสิ่งสกปรกที่คั่งค้างออก ลดการอุดตันในโพรงจมูกและไซนัส ทำให้การระบายหนองดีขึ้น
4.ดูแลให้ได้รับยา Paracetamol (500) 1 tab oral prn q 4-6 hr เพื่อช่วยบรรเทา อาการปวด
5.ดูแลและบันทึกสัญญาณชีพ Vital sign เพื่อติดตามการตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะและเฝ้าระวังความรุนแรงของภาวะติดเชื้อหรือการเกิดไข้ซ้ำ
6.แนะนำและช่วยทำประคบอุ่นบริเวณใบหน้าเพื่อลดอาการปวดทำให้หายใจโล่งขึ้น
7.จัดสิ่งแวดล้อมให้เงียบสงบแสงสว่างพอเหมาะ เพื่อให้ผู้ป่วยพักผ่อนอย่างเต็มที่
8.ติดตามผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (CBC, WBC, ESR) ใช้เป็นตัวชี้วัดในการประเมินการลดลงของภาวะการอักเสบและการติดเชื้อในร่างกาย
ข้อมูลทั่วไปและปัจจัยเสี่ยงเดิม
ผู้ป่วย: หญิงไทย อายุ 59 ปี
ประวัติเจ็บป่วยในอดีต: เป็นจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic rhinitis) มา 10 ปี (แพ้ฝุ่นละอองและเกสร) ซึ่งเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการอุดตันของโพรงจมูกและไซนัส
ประวัติการเจ็บป่วยในปัจจุบัน
5 วันก่อนมาโรงพยาบาล: เริ่มมีไข้ต่ำๆ คัดจมูก น้ำมูกไหล ซื้อยาลดไข้และยาลดน้ำมูกทานเองแต่อาการไม่ดีขึ้น
3 วันก่อนมาโรงพยาบาล: คัดแน่นจมูกมากขึ้น น้ำมูกเปลี่ยนเป็นสีเขียวข้นและเริ่มได้กลิ่นลดลง (บ่งชี้ถึงการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน) ล้างจมูกและทานยาลดน้ำมูกเองอาการยังไม่ดีขึ้น
1 วันก่อนมาโรงพยาบาล: ปวดบริเวณใบหน้ามาก และมีไข้
Chief complaint และ สัญญาณชีพแรกรับ
อาการสำคัญ (Chief Complaint): ปวดบริเวณใบหน้า คัดแน่นจมูก น้ำมูกสีเขียวข้น มีไข้ 1 วันก่อนมาโรงพยาบาล
มีไข้: T = 38.4
ความดันโลหิตสูงเล็กน้อย: BP = 148/93 mmHg
ชีพจรและอัตราการหายใจ: PR = 98 ครั้ง/นาที,
RR = 20 ครั้ง/นาที
ระดับความเจ็บปวด: Numeric pain score 6/10 คะแนน (ปวดบริเวณใบหน้า)
การตรวจร่างกาย (Physical Exam): Anterior rhinoscopy พบเยื่อบุจมูกบวมแดง และพบหนองบริเวณ middle meatus
ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ผิดปกติและผลตรวจพิเศษ
การอักเสบในร่างกาย:Erythrocyte Sedimentation Rate (ESR) 60 mm/hr สูงขึ้นเนื่องจากร่างกายมีการอักเสบ
ผลตรวจ White blood cell (WBC): 11,200 cell/uL
สูง เนื่องจากร่างกายตอบสนองต่การติดเชื้อแบคทีเรีย
CT-paranasal sinuses: พบ moderate-to-severe mucosal thickening > 5 mmโดยในโพรงไซนัสมีลมครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งมีสารคัดหลั่ง (secretion) และฟองอากาศ ( air bubbles)
6. แผนการรักษา (Management Plan)
กำจัดเชื้อแบคทีเรีย: ให้ยาปฏิชีวนะ Amoxicillin (500) 1*3 oral pc
ลดการอักเสบและลดบวมในโพรงจมูก: สเตียรอยด์พ่นจมูก Nasocort nasal spray 55 mcg/puff พ่นข้างละ 2 puffs วันละ 1 ครั้ง
สุขอนามัยโพรงจมูก: ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ (Nasal Saline irrigation) เพื่อระบายหนองและสารคัดหลั่ง
บรรเทาอาการ: ยาลดไข้แก้ปวด Paracetamol (500) 1 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง เวลาปวด/มีไข้
พยาธิสรีรวิทยา
เมื่อผู้ป่วยเป็นหวัดหรือหลังจากมีการติดเชื้อระบบหายใจหรือมีภาวะภูมิแพ้เกิดขึ้นอย่างเรื้อรัง (allergic rhinitis) ทำให้เกิดการอุดกั้นที่รูเปิดของโพรงอากาศข้างจมูก ขนกวัดทำงานได้ลดลง เชื้อสามารถเข้าไปในโพรงจมูกเกิดจากการสะสมของ exudates ในโพรงจมูก ทำให้มีความดันในโพรงจมูกมากขึ้น เกิดการเจ็บปวด ปวดศีรษะ กดเจ็บบริเวณโพรงจมูกที่มีการขังของน้ำ มีไข้ อ่อนเพลีย อาจพบ มีน้ำมูกมีสีหนอง ไอ การเจ็บปวดจะเป็นตัวแปรให้รู้ตำแหน่งของโพรงจมูกอักเสบ เช่น maxillary sinus จะพบปวดที่บริเวณเหนือคาง frontal sinus จะปวดและกดเจ็บบริเวณศีรษะด้านหน้า (fore head) ethmoid sinus จะมีอาการปวดมากที่กระบอกตาและข้างๆจมูก sphenoid sinus จะมีอาการปวดไปถึงบริเวณท้ายทอยและกลางศีรษะ
8.เกณฑ์การประเมินผล
1.Vitai signs : T <37.5 °C , Respiratory rate 20 ครั้ง/นาที ,
2.ค่า Erythrocyte Sedimentation Rate (ESR) ลดลงเหลือ <30 mm/hr
3.ค่า White blood cell (WBC) อยู่ในเกณฑ์ปกติ 4,000-10,000 /uL
4.ค่า Red blood cell (RBC) อยู่ในเกณฑ์ปกติ 4.5-5.1x10^6 /uL
5.ผู้ป่วยบ่นปวดน้อยลง Numeric pain score: 3/10 คะแนน (ปวดเล็กน้อย)
6.สีของน้ำมูกจางลงหรือใสขึ้น ปริมาณน้ำมูกลดลง
7.ไม่พบเยื่อบุจมูกบวมแดงในโพรงไซนัส