Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ซีฟิลิส (Syphilis) - Coggle Diagram
ซีฟิลิส (Syphilis)
อาการและอาการแสดง
-
-
-
ระยะที่2
-
- มีผื่นแดง โดยเฉพาะบริเวณ ฝ่ามือและฝ่าเท้า
-
-
-
-
-
-
-
- ควรรักษาก่อนอายุครรภ์ 16 สัปดาห์ ในกรณีโรคระยะแรก โดยให้
-
- ติดตาม ANC และตรวจ VDRL titer
ตรวจติดตามเดือนละครั้ง และติดตามหลังคลอดที่ 3, 6 และ 12 เดือน
หากพบว่า titer เพิ่มขึ้น 4 เท่า ร่วมกับมีอาการหรืออาการแสดงของซิฟิลิส ควรประเมินและเริ่มการรักษาใหม่
- หากพบว่าทารกติดเชื้อ ให้ดูแลและรักษาทารกหลังคลอดตามแนวทางการรักษาซิฟิลิสแต่กำเนิด
- ติดตามผลหลังการรักษา โดย VDRL titer ควรลดลงอย่างน้อย 4 เท่าภายใน 6–12 เดือนเช่น จาก 1:32 → 1:8
ส่วน TPHA/FTA-ABS อาจยังให้ผลบวก (Reactive) ต่อไปได้เป็นเวลานานหรืออาจตลอดชีวิต จึงไม่ใช้ผลนี้เพียงอย่างเดียวในการประเมินการตอบสนองต่อการรักษา
ผลต่อการตั้งครรภ์
ผลต่อมารดา
-
-
-
-
-
-
หากเป็น ระยะแฝงตอนปลาย (Late latent) ยังสามารถถ่ายทอดเชื้อสู่ทารกได้ แต่ความเสี่ยงต่ำกว่าระยะที่เชื้อกำลังแพร่กระจายมาก
-
-
-
สาเหตุ
- เชื้อก่อโรค ได้แก่ Treponema pallidum
- แพร่เชื้อจากมารดาสู่ทารกผ่านทางรกได้ตั้งแต่ประมาณ GA 6–10 สัปดาห์
- สามารถแพร่เชื้อจากการสัมผัสรอยโรคในช่วงคลอดได้
กิจกรรมการพยาบาล
ระยะตั้งครรภ์ (ANC)
- อธิบายเกี่ยวกับโรค ภาวะแทรกซ้อน การแพร่กระจายเชื้อ และแผนการรักษา
- ติดตามผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ รวมทั้งติดตามอาการและอาการแสดง/รอยโรคของซิฟิลิส
- ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว การรักษาความสะอาด การป้องกันการแพร่เชื้อ การรับประทานยา/การรักษาอย่างสม่ำเสมอ และอาการผิดปกติที่ควรมาพบแพทย์
- สังเกตอาการและบันทึกข้อมูล เพื่อใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของผู้รับบริการ
ระยะคลอด (LR)
- ระวังการสัมผัสตำแหน่งรอยโรค ของซิฟิลิส
- ระวังการติดเชื้อและการแพร่เชื้อ โดยปฏิบัติตามหลักป้องกันการติดเชื้อ
- ดูแลทารกแรกเกิด
เช็ดตา เช็ดตัวให้แห้งและสะอาด และตามข้อมูลในภาพให้ ป้ายตาด้วย 1% Terramycin ointment
ระยะหลังคลอด (PP)
- แยกของใช้มารดาทารกที่มีการติดเชื้อ ตามแนวทางของโรงพยาบาล
- การให้นมแม่
หากไม่มีรอยโรคบริเวณหัวนมและเต้านม สามารถให้นมแม่ได้ โดยเน้นการรักษาความสะอาดร่างกาย ล้างมือก่อน–หลังสัมผัสทารก และหลีกเลี่ยงการสัมผัสรอยโรค
- เน้นการมาตรวจตามนัดทั้งมารดาและทารก เพื่อติดตามผลการรักษาและประเมินการติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง
พยาธิสภาพ
เมื่อเชื้อ Treponema pallidum เข้าสู่ร่างกาย เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดและแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือดและเนื้อเยื่อ จากนั้นโรคจะแสดงอาการเป็นระยะ ๆ
ในหญิงตั้งครรภ์ เชื้อสามารถผ่านรกไปสู่ทารก โดยเฉพาะเมื่อมารดาไม่ได้รับการรักษาหรือมีการติดเชื้อในระยะที่เชื้อแพร่กระจายมาก ทำให้ทารกมีความเสี่ยงต่อ แท้ง คลอดก่อนกำหนด ทารกเจริญเติบโตช้า ทารกเสียชีวิตในครรภ์ หรือซิฟิลิสแต่กำเนิด
การตรวจคัดกรอง
การตรวจคัดกรองซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์ เริ่มจากการตรวจ VDRL ตั้งแต่ฝากครรภ์ครั้งแรก และตรวจซ้ำเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 32 สัปดาห์ โดยผล VDRL จะรายงานเป็นค่า titer เช่น 1:8 หรือ 1:32 ซึ่งใช้บอกระดับปฏิกิริยาต่อการติดเชื้อ หากพบผลเป็น Reactive จะต้องตรวจยืนยันด้วย TPHA, TPPA หรือ FTA-ABS หากผลตรวจยืนยันเป็นบวก แสดงว่าเคยมีหรือมีการติดเชื้อซิฟิลิส
สำหรับการติดตามผลการรักษา จะดูการเปลี่ยนแปลงของ VDRL titer โดยหากค่า titer เพิ่มขึ้น 4 เท่า เช่น จาก 1:8 เป็น 1:32 แสดงว่าสงสัยว่ามีการติดเชื้อหรือโรคกลับเป็นซ้ำ ควรได้รับการประเมินและรักษาเพิ่มเติม ส่วนหลังได้รับการรักษา หากค่า titer ลดลง 4 เท่า เช่น จาก 1:32 เหลือ 1:8 แสดงว่ามีการตอบสนองต่อการรักษา และควรติดตามค่า titer ต่อเนื่องตามระยะเวลาที่กำหนด
นอกจากนี้ หากสงสัยว่าทารกติดเชื้อ อาจตรวจ Ultrasound เพื่อประเมินความผิดปกติ เช่น ทารกบวมน้ำ ตับม้ามโต รกหนา หรือน้ำคร่ำมาก และอาจตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาเชื้อ Treponema pallidum ตามข้อบ่งชี้
ซิฟิลิส เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสแผลหรือสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อ และ สามารถถ่ายทอดจากมารดาสู่ทารกผ่านรกได้ ทำให้เกิดภาวะซิฟิลิสแต่กำเนิด (Congenital syphilis)
-