Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทบาทของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบากางเงินในการพัฒนาเศรษฐกิจ - Coggle Diagram
บทบาทของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบากางเงินในการพัฒนาเศรษฐกิจ
๓.๑ การจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
กรณีที่กลไกตลาดไม่สามารถจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลข่าวสารไม่สมบูรณ์
เกิดการผูกขาดของตลาด
สินค้าสาธารณะ
ผลกระทบภายนอก
สินค้าสาธารณะ
ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยรวม
ตัวอย่าง: ถนน เขื่อน สะพาน โรงเรียน โรงพยาบาล
รัฐดำเนินการโดยใช้จ่ายจากงบประมาณแผ่นดิน
งบประมาณมีที่มาจากรายได้ภาษีอากรเป็นหลัก
ผลกระทบภายนอก
ผลที่บุคคลหรือสังคมได้รับจากการดำเนินการของบุคคลหรือหน่วยธุรกิจ
ผลกระทบทางบวก
การจัดการศึกษา
การบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข
รัฐจัดสรรงบประมาณอุดหนุนด้านการศึกษา เพื่อให้คนไทยได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง
ผลกระทบทางลบ
โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสีย ก่อมลพิษ
สถานบันเทิงก่อให้เกิดเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ที่อยู่อาศัยใกล้เคียง
ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด
มีการแข่งขันเสรี กลไกตลาดช่วยให้ทรัพยากรถูกใช้ไปในทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
มาตรการหรือเครื่องมือทางการคลังของรัฐบาล
การเก็บภาษี
เก็บภาษีจากผู้ก่อให้เกิดมลพิษ
การลดภาษีนำเข้า
สินค้าที่มีประโยชน์ต่อสังคม เช่น ตำราเรียน อุปกรณ์การศึกษา
การให้เงินอุดหนุน
ให้เงินอุดหนุนแก่สถานศึกษาเอกชน
การจัดสรรงบประมาณ
จัดตั้งกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
๓.๒ การกระจายรายได้ให้เกิดความเป็นธรรม
ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด
ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการกระจายรายได้
ประชาชนจำนวนมากมีรายได้ไม่เพียงพอต่อปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ
๑) มาตรการทางภาษี
จัดเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า
ผู้มีรายได้สูง → เสียภาษีในอัตราสูง
จัดเก็บภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยในอัตราสูง
จัดเก็บภาษีทรัพย์สิน
จัดเก็บภาษีมรดก
เก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการจากผู้ที่ได้รับประโยชน์จากบริการของรัฐ
เช่น ทางด่วน สนามบิน
นำรายได้ไปช่วยกลุ่มด้อยโอกาสหรือผู้ที่สมควรได้รับโอกาส
เงินสงเคราะห์ช่วยเหลือโดยตรง
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
เงินสงเคราะห์ทหารผ่านศึก
จัดหาสินค้าและบริการเป็นกรณีพิเศษ
โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี
โครงการรักษาพยาบาลฟรี
งบประมาณช่วยเหลือด้านสวัสดิการที่อยู่อาศัย
สวัสดิการต่าง ๆ เพื่อลดภาระค่าครองชีพในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำแก่ผู้มีรายได้น้อย
การกระจายรายได้ระหว่างบุคคล
ขึ้นอยู่กับ
การกระจายกรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สินหรือปัจจัยการผลิต
ผลตอบแทนที่ได้รับจากปัจจัยการผลิต
ผู้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตจำนวนน้อย → ได้รับผลตอบแทนน้อย
เมื่อเทียบกับผู้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตจำนวนมาก
หรือปัจจัยการผลิตที่มีราคาสูงในตลาด
๒) ควบคุมและดำเนินการให้เกิดความเป็นธรรมในด้านราคาสินค้าและ ผลตอบแทนจากการใช้ปัจจัยการผลิต
การประกันราคาพืชผลทางการเกษตร
สินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้น → เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
การควบคุมราคาสินค้าจำเป็น
ก๊าซหุงต้ม
ข้าวสาร
น้ำตาล
ช่วยลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน
การดำเนินการ
ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อราคาสินค้าและปัจจัยการผลิต
การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ
ผู้ใช้แรงงานได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม สามารถดำรงชีพได้ตามควรแก่อัตภาพ
ด้านราคาสินค้าและผลตอบแทนจากปัจจัยการผลิต
ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้ทางอ้อม
๓) การลดช่องว่างการกระจายรายได้
ผลที่เกิดขึ้น
ลดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม
เกิดเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
เปิดโอกาสให้ผู้มีฝีมือแสดงความรู้ความสามารถได้อย่างเต็มที่
ประเด็นการกระจายรายได้
เป็นประเด็นที่มีข้อถกเถียงในการกำหนดนโยบายของรัฐ
เกี่ยวข้องกับนโยบายการใช้จ่าย
โดยเฉพาะนโยบายการจัดหารายได้จากภาษีอากร
ภาษีที่ดิน
ภาษีมรดก
การใช้อำนาจรัฐ
กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนอย่างเป็นธรรม
ไม่คำนึงถึงสถานะส่วนบุคคล
ความเป็นธรรมในการกระจายรายได้
ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล
ผู้ถูกเรียกเก็บภาษีบางกลุ่มอาจเกิดความไม่พอใจ
บางกลุ่มอาจเห็นว่าการกระจายรายได้ยังไม่มีความเป็นธรรมพอ
๓.๓ การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ช่วงเศรษฐกิจหดตัว
การใช้จ่ายน้อย
ภาคครัวเรือนบริโภคน้อย
ภาคธุรกิจลงทุน้อย
นโยบายการเงินแบบขยายตัว
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
อัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง
การบริโภคและการลงทุนเพิ่มขึ้น
ผลผลิตในประเทศสูงขึ้น
ปรับลดอัตราสินทรัพย์สภาพคล่องที่ธนาคารพาณิชย์ต้องดำรงตามกฎหมาย
ซื้อหลักทรัพย์รัฐบาล
ธนาคารพาณิชย์มีสภาพคล่อง → ปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น
กระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัว
นโยบายการคลังแบบขาดดุล
เพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล
ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
สร้างถนน
การคมนาคม
ใช้มาตรการทางภาษีส่งเสริมการลงทุน
เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ
การใช้จ่ายรวมของประเทศเพิ่มขึ้น
การเพิ่มสินเชื่อ
สินเชื่อเพื่อการเกษตร
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
สินเชื่อเพื่อการส่งออก
สินเชื่อสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
บทบาทของรัฐบาล
ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
การใช้จ่ายมากเกินไป ดำเนินการเพื่อลดการใช้จ่าย
การใช้จ่ายน้อยเกินไป ดำเนินการเพื่อเพิ่มการใช้จ่าย
เครื่องมือสำคัญ: นโยบายการคลัง
ความหมาย
ทำให้ประเทศมีรายได้ที่แท้จริงเพิ่มขึ้น
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GNP)
รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล
๓.๔ การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
เงินเฟ้อ
ความหมาย
ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง
มีจำนวนเงินเท่าเดิม แต่ซื้อสินค้าได้น้อยลง
ระดับของเงินเฟ้อ
เงินเฟ้ออย่างอ่อน
ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นไม่เกินร้อยละ ๕ ต่อปี
กระตุ้นการผลิต การลงทุน และการจ้างงาน
ประชาชนมีเงินจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
เศรษฐกิจขยายตัว
เงินเฟ้อปานกลาง
ราคาสินค้าและบริการสูงกว่าร้อยละ ๕ แต่ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ต่อปี
สินค้าราคาสูงขึ้น
ค่าครองชีพสูงขึ้น ขณะที่รายได้เท่าเดิม
เงินเฟ้ออย่างรุนแรง
ราคาสินค้าและบริการสูงกว่าร้อยละ ๒๐ อย่างรวดเร็ว
ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ค่าของเงินลดลง จนอาจไม่มีค่าเลย
เช่น ในช่วงสงคราม
สาเหตุของเงินเฟ้อ
ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น
เช่น ค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น
ผู้ผลิตลดการผลิต / กักตุนสินค้า
สินค้าขาดตลาด
ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น
ราคาสินค้าและบริการสูงกว่าร้อยละ ๒๐ อย่างรวดเร็ว
ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ค่าของเงินลดลง จนอาจไม่มีค่าเลย
เช่น ในช่วงสงคราม
ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ
อำนาจซื้อของเงินที่มีอยู่ในมือลดลง
ต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นสำหรับซื้อสินค้าที่ต้องการ
ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น
มาตรฐานการครองชีพและความอยู่ดีกินดีของประชาชนลดลง
มีผลต่อระดับการผลิตและการลงทุนของประเทศ
อำนาจการซื้อของประชากรลดลง → ขายสินค้าไม่ได้
ผู้ผลิตลดการผลิต ผลผลิตโดยรวมของประเทศลดลง
แนวทางการแก้ไขปัญหา
นโยบายทางการเงิน
ใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อลดปริมาณเงินหมุนเวียนภายในประเทศ
นโยบายทางการคลัง
เพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษีเงินได้
ลดการใช้จ่ายของภาครัฐ
๒) นโยบายการเงินและการคลังเพื่อแก้ปัญหาเงินฝืด
นโยบายการเงิน
ธนาคารกลาง
ลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
ลดอัตราเงินสดสำรอง
ซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล
2. นโยบายการคลัง
รัฐบาล
ลดการจัดเก็บภาษีอากร
เพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล
ลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคต่าง ๆ เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้
๓) นโยบายการเงินและการคลังเพื่อแก้ปัญหาการว่างงาน
นโยบายการเงิน
ซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาล
เพิ่มสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์
ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
สนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อด้านต่าง ๆ ให้มากขึ้น
ธนาคารกลางดำเนินนโยบายการเงินแบบขยายตัว
การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจภายนอก
รัฐบาลใช้มาตรการด้านรายจ่าย
การก่อหนี้สาธารณะ
รัฐบาลใช้มาตรการด้านรายรับ
ธนาคารกลางใช้มาตรการเพื่อให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นหรืออ่อนลง
การแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้า
ลดการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อลดการนำเข้า
ลดภาษีส่งออก
ส่งเสริมการส่งออก
ดุลการค้าปรับตัวดีขึ้น
ลดความต้องการนำเข้า
นโยบายการคลัง
กระตุ้นให้มีการผลิตสินค้าและบริการเพิ่ม
ลดต้นทุนการผลิต
เพิ่มการใช้จ่าย
ลดภาษีที่เกี่ยวกับการผลิต
รัฐบาลใช้งบประมาณแบบขาดดุล
การผลิตและการจ้างงานเพิ่มขึ้น
มาตรการทางการเงินของธนาคารกลาง
ดุลการค้าปรับตัวดีขึ้น
การนำเข้าลดลง
การส่งออกเพิ่มขึ้น
ทำให้เงินบาทมีค่าอ่อนลง
๑) นโยบายการเงินและการคลังเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อจากการใช้จ่ายมากเกินไป
รัฐบาล นโยบายการคลัง
ใช้งบประมาณแบบเกินดุล
เพิ่มภาษี
ลดการใช้จ่าย ลดกำลังซื้อของประชาชน ลดการลงทุนของธุรกิจ การใช้จ่ายโดยรวมลดลง
เงินเฟ้อจากต้นทุนการผลิต
รัฐบาล → นโยบายภาษี
ยกเว้นภาษี
ลดอัตราภาษีบางประเภท ลดต้นทุนการผลิต ราคาสินค้าลดลง
นโยบายการเงิน
ธนาคารกลาง นโยบายการเงินแบบหดตัว
ลดปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ
กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้สูงขึ้น
ขายหลักทรัพย์ของรัฐบาล ลดสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์
เงินฝืด
ความหมาย
ภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปลดลงอย่างต่อเนื่อง
ระดับของเงินฝืด
เงินฝืดปานกลาง
ราคาสินค้าและบริการลดลงเกินร้อยละ ๕ แต่ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ต่อปี
ผู้ผลิตลดการผลิตลง เนื่องจากได้กำไรน้อยลง
อาจลดค่าจ้าง รวมทั้งเลิกจ้างงาน
เงินฝืดอย่างอ่อน
ราคาสินค้าและบริการลดลงไม่เกินร้อยละ ๕ ต่อปี
ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ
กระตุ้นให้ประชาชนซื้อสินค้าและบริการที่ลดราคาลง
เงินฝืดอย่างรุนแรง
การผลิตหยุดชะงัก
เกิดการว่างงาน
รายได้ของประชาชนลดลง
ส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
ราคาสินค้าและบริการลดลงเกินกว่าร้อยละ ๒๐ ต่อปี
ผู้ผลิตลดการผลิตลงอย่างมาก
ผลกระทบจากภาวะเงินฝืด
กระทบต่อการจ้างงานและรายได้ของประชาชน
เศรษฐกิจซบเซาจากการลดการผลิต การลงทุน การจ้างงาน
เกิดปัญหาการว่างงาน
ประชาชนมีรายได้ลดน้อยลง
ชะลอการผลิตและยกเลิกการจ้างงาน
ไม่มีกำลังซื้อหรือมีกำลังซื้อน้อยลง
คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจที่แย่ลง
ผู้ผลิตและผู้ประกอบการวิตกกังวลกับภาวะเศรษฐกิจ
แนวทางการแก้ไขปัญหา
นโยบายทางการเงิน
ใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียนภายในประเทศ
สาเหตุของเงินฝืด
ประเทศขาดดุลการค้าอย่างต่อเนื่องในระยะเวลานาน
สูญเสียเงินตราให้กับต่างประเทศ
สถาบันการเงินชะลอการปล่อยสินเชื่อให้แก่ระบบเศรษฐกิจ
เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมีน้อย
นโยบายทางการคลัง
รัฐบาลจัดเก็บภาษีให้น้อยลง
เพิ่มการใช้จ่ายของภาครัฐให้มากขึ้น
การว่างงาน
หากสังคมมีอัตราประชากรที่ว่างงานในระดับสูง ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ
บุคคลที่มีความรู้ มีทักษะความสามารถ และมีความต้องการที่จะทำงาน แต่ไม่มีงานทำ
สาเหตุของการว่างงาน
จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ความต้องการในตลาดแรงงานไม่ได้เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับจำนวนประชากร
ผู้ที่จบการศึกษาแต่ละสาขาไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในช่วงเวลานั้น
แรงงานมีความรู้ ทักษะ ความสามารถ ไม่เพียงพอต่อระดับมาตรฐานที่ตลาดแรงงานต้องการ
ผลกระทบจากการว่างงาน
ระบบเศรษฐกิจเกิดการชะลอตัว
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง
กำลังการผลิตลดลง
เสถียรภาพภายนอกประเทศ
ดุลการค้า
ดุลการชำระเงิน
ภาระหนี้ต่างประเทศ
ฐานะเงินสำรองระหว่างประเทศ
อัตราแลกเปลี่ยน
แนวทางการแก้ปัญหา
นโยบายการเงิน
เพิ่มปริมาณเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
ขายหลักทรัพย์ของรัฐบาล
ลดอัตราเงินสดสำรองตามกฎหมายของธนาคารพาณิชย์
นโยบายการคลัง
เพิ่มการใช้จ่ายของภาครัฐ
ลดการจัดเก็บภาษีบางประเภท
นโยบายสำคัญ
นโยบายการคลัง
ใช้เพื่อปรับระดับการใช้จ่ายโดยรวมของระบบเศรษฐกิจ
นโยบายการเงิน
การใช้จ่ายรวมกับการว่างงาน
ผู้ประกอบการลดผลิต
ลดกำลังการผลิต
สินค้ามากเกินความต้องการ
ลดการจ้างงาน
เกิดการว่างงาน
การใช้จ่ายรวมมากเกินความสามารถในการผลิต
สินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ
เกิดเงินเฟ้อ
ปัจจัยที่มีผลต่อการบริโภคและการลงทุน
ความยากง่ายของการให้สินเชื่อ
การคาดคะเนภาวะเศรษฐกิจในอนาคต
รายได้