Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทบาทของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบากางเงินในการพัฒนาเศรษฐกิจ - Coggle Diagram
บทบาทของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบากางเงินในการพัฒนาเศรษฐกิจ
2.1ประเภทของนโยบายการคลัง
๑.นโยบายการคลังแบบขยายตัว
เป็นนโยบายที่เพิ่มการใช้จ่ายของภาครัฐและลดภาษีเป็นนโยบายแบบขาดดุล
๒.นโยบายการคลังแบบหดตัว
เป็นนโยบายที่ลดการใช้จ่ายของภาครัฐและเพิ่มภาษีเป็นนโยบายแบบเกินดุล
2.2เครื่องมือของนโยบายการคลัง
๒.การจัดหารายได้ของรัฐ
๒.๑ รายได้จากภาษีอากร
ภาษีทางอ้อม
เป็นภาษีที่กำหนดให้ภาระภาษีตกแก่บุคคลที่กฎหมายประสงค์จะให้รับภาระหรือไม่ก็ได้ ซึ่งผู้เสียภาษีสามารถผลักภาระภาษี ไปให้กับผู้อื่นได้
ภาษีทางตรง
เป็นภาษีที่กำหนดให้ภาระภาษีตกแก่บุคคลที่กฎหมายแระสงค์จะให้รับภาระ โดยผู้เสียภาษีไม่สามารถผลักภาระให้กับผู้อื่นได้
๒.๒ รายได้จากการขายสิ่งของและบริการ
เป็นรายได้จากต่อไปนี้
การขายหลักทรัพย์และทรัพย์สิน ประกอบด้วย ค่าขายทรัพย์สินซึ่งเป็น อสังหาริมทรัพย์ ค่าขายผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ค่าขายหนังสือราชการ และค่าขายสิ่งของอื่น การขายบริการ ประกอบด้วย ค่าบริการ และค่าเช่า
๒.๓ รายได้จากรัฐพาณิชย์
ประกอบด้วย ผลกำไรขององค์การรัฐบาล หน่วยงาน ธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน และเงินปันผลจากบริษัทที่รัฐบาลถือหุ้น
๒.๔ รายได้อื่น
ค่าแสตมป์ฤชาและค่าปรับ เงินรับคืน และรายได้
เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ
๓.การก่อหนี้สาธารณะ
การก่อหนี้สาธารณะเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลตั้งงบประมาณแบบขาดดุล หรือในช่วงเศรษฐกิจซบเซาเพื่อกระตุ้นการจ้างงานและการบริโภค
๑.การใช้จ่ายของรัฐ
เป็นการใช้จ่ายเพื่อบริหารงานตามภาระหน้าที่ของรัฐบาลเพื่อจัดให้มีสินค้าและบริการต่างๆที่เป็นประโยชน์แก่ประช่ชน
๔. การบริหารคงคลัง
เงินสดและสินทรัพย์ที่ใกล้เคียง เงินสดซึ่งมีไว้ใช้จ่ายในการดำเนินงานของรัฐบาล เงินคงคลังประกอบด้วยเงินฝากกระแสรายวันของ กระทรวงการคลังที่เปิดไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้มาจากเงินรายรับของรัฐบาลจากภาษีอากร
2.3การคลังท้องถิ่น
รายได้
ภาษีอากรที่ท้องถิ่นจัดเก็บเอง ภาษีเสริม เช่น ภาษีสุรา ภาษีสรรพสามิต ภาษีแบ่งจาก ค่าธรรมเนียมรถยนต์ที่กรมการขนส่งทางบกเป็นผู้เก็บได้ในจังหวัดนั้น
จากทรัพย์สิน เช่น ค่าเช่า จากสารารณูปโภคและเทศพาณิชย์ เช่น ประปา สถานธนานุบาล ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ ใบอนุญาตต่าง ๆ
เงินอุดหนุน ได้รับจากการจัดสรรจากรัฐบาล
รายจ่าย
รายจ่ายประจำเพื่อการดำเนินงานของท้องถิ่น
รายจ่ายเพื่อการลงทุน เพื่อการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
3.บทบาทของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายการเงินและการคลัง ในการพัฒนาเศรษฐกิจ
๓.๑ การจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
รัฐบาลเข้ามามีบทบาทในการจัดสรรทรัพยากร เมื่อกลไกตลาดไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกรณี สินค้าสาธารณะและผลกระทบภายนอก เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยรวมมากที่สุด
๓.๒ การกระจายรายได้ให้เกิดความเป็นธรรม
๒. ควบคุมและดำเนินการให้เกิดความเป็นธรรมในด้านราคาสินค้าและผลตอบแทนจากการใช้ปัจจัยการผลิต
เป็นการช่วยให้เกิดการกระจายรายได้ทางอ้อม โดยการดำเนินการต้องไม่ให้เกิดผลกระทบต่อราคาสินค้าและปัจจัยการผลิต
๓. การลดช่องว่างการกระจายรายได้
การใช้อำนาจรัฐช่วยในการ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนอย่างเป็นธรรม โดยไม่คำนึงถึงสถานะส่วนบุคคล จะช่วยลดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลให้เกิด เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสให้ผู้มีฝีมือได้แสดงความรู้ความสามารถของตนได้อย่างเต็มที่
๑. มาตรการทางภาษี
การเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการจากกลุ่มบุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการใช้บริการของรัฐ โดยจัดเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า คือ ผู้ที่มีรายได้สูงจะเสียภาษีในอัตราที่สูง รวมถึงการจัดเก็บภาษีจาก ผู้ถือครองทรัพย์สิน ภาษีมรดก หรือค่าธรรมเนียม จากกลุ่มบุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการใช้บริการของรัฐ
๓.๓ การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
การทำให้ประเทศมีรายได้ที่แท้จริงเพิ่มขึ้น ซึ่งวัดได้จาก ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GNP) และรายได้เฉลี่ยต่อบุคคล
๓.๔ การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
เงินฝืด
ภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปลดลงอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น 3 ระดับ
เงินฝืดอย่างอ่อน ราคาสินค้าและบริการลดลงไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนซื้อสินค้าและบริการที่มีราคาลดลง
เงินฝืดปานกลาง ราคาลดลงเกินร้อยละ 5 แต่ไม่เกินร้อยละ 20 ต่อปี ทำให้ผู้ผลิตลดการผลิต เพราะได้กำไรน้อยลง และอาจลดค่าจ้างหรือเลิกจ้างงาน
เงินฝืดอย่างรุนแรง ราคาลดลงเกินร้อยละ 20 ต่อปี ทำให้ผู้ผลิตลดการผลิตอย่างมาก การผลิตหยุดชะงัก เกิดการว่างงาน และรายได้ของประชาชนลดลง ส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
การว่างงาน
ภาวะที่บุคคลมีความรู้ มีทักษะความสามารถ และมีความต้องการที่จะทำงาน แต่ไม่มีงานทำ หากสังคมมีอัตราประชากรที่ว่างงานในระดับสูง จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ
เงินเฟ้อ
ภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเงินเท่าเดิมแต่ซื้อสินค้าได้น้อยลง แบ่งเป็น 3 ระดับ
เงินเฟ้ออย่างอ่อน ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ เพราะกระตุ้นให้ผู้ผลิตเพิ่มการผลิตและการลงทุน ทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจขยายตัว
เงินเฟ้อปานกลาง ราคาสินค้าและบริการสูงกว่าร้อยละ 5 แต่ไม่เกินร้อยละ 20 ต่อปี ทำให้ประชาชนเดือดร้อนจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น และค่าครองชีพสูงขึ้นในขณะที่รายได้เท่าเดิม
เงินเฟ้ออย่างรุนแรง ราคาสินค้าและบริการสูงกว่าร้อยละ 20 อย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างรุนแรง เพราะราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ค่าของเงินลดลงจนแทบไม่มีค่า
๑. นโยบายการเงินและการคลังเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ
หากเงินเฟ้อเกิดจากการใช้จ่ายมากเกินไป รัฐบาลจะใช้งบประมาณแบบเกินดุล โดย เพิ่มภาษีและลดการใช้จ่าย เพื่อลดกำลังซื้อและการลงทุนของธุรกิจ ทำให้การใช้จ่ายโดยรวมลดลง ส่วนเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนการผลิต รัฐบาลจะใช้ นโยบายภาษีโดยยกเว้นหรือลดอัตราภาษีบางประเภท เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตและราคาสินค้า ขณะที่ธนาคารกลางจะใช้นโยบายการเงินแบบหดตัว โดย เพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายและขายหลักทรัพย์ของรัฐบาล เพื่อลดปริมาณเงินและสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ
๒. นโยบายการเงินและการคลังเพื่อแก้ปัญหาเงินฝืด
เมื่อเกิดภาวะเงินฝืด จะใช้นโยบายการเงินและการคลังในการแก้ปัญหา โดยธนาคารกลาง ลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยเงินกู้ ลดอัตราเงินสดสำรอง และซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล ส่วนรัฐบาลจะ ลดการจัดเก็บภาษีอากร และเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล เช่น การลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้
๓. นโยบายการเงินและการคลังเพื่อแก้ปัญหาการว่างงาน
รัฐบาลใช้นโยบายการคลังโดย ใช้งบประมาณแบบขาดดุล เพิ่มการใช้จ่าย และลดภาษีที่เกี่ยวกับการผลิต เพื่อลดต้นทุน ส่งผลให้การผลิตและการจ้างงานเพิ่มขึ้น ส่วนธนาคารกลางใช้นโยบายการเงินแบบขยายตัว โดย ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาล และสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การแก้ปัญหาการขาดดุลการค้า รัฐบาลจะ ลดความต้องการนำเข้าและส่งเสริมการส่งออก ส่วนธนาคารกลางอาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง เพื่อช่วยเพิ่มการส่งออกและลดการนำเข้า ทำให้ดุลการค้าปรับตัวดีขึ้น