Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Hemoglobin E (Hb E) - Coggle Diagram
Hemoglobin E (Hb E)
ปัจจัยเสี่ยง
- มีประวัติเป็นโรคธาลัสซีเมียหรือเป็นพาหะธาลัสซีเมียมาก่อน
-
-
-
-
ภาวะแทรกซ้อน
-
ภาวะแทรกซ้อนต่อทารก
โดยทั่วไปไม่มีอาการรุนแรง หากได้รับ Hb E เพียงอย่างเดียว อาจเป็น Hb E trait หรือ Hb E homozygous ซึ่งมักไม่มีอาการหรือซีดเล็กน้อย
-
-
การวินิจฉัย
ด้านทฤษฎี
การวินิจฉัย Hb E ใช้การตรวจทางโลหิตวิทยาร่วมกับการตรวจชนิดของฮีโมโกลบิน และในบางกรณีอาจตรวจทางพันธุกรรมเพื่อยืนยันชนิดของความผิดปกติของยีน HBB โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.การตรวจ Complete Blood Count (CBC)
ใช้ประเมินจำนวนและลักษณะของเม็ดเลือดแดง
รวมถึงระดับฮีโมโกลบิน ได้แก่ Hb, MCV และ MCH
-ผู้ที่มี Hb E trait ส่วนใหญ่มักไม่มีภาวะซีด แต่อาจพบเม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็กหรือค่า MCV ต่ำเล็กน้อย
การพบเม็ดเลือดแดงขนาดเล็กไม่ได้จำเพาะต่อ Hb E ดังนั้นควรพิจารณาภาวะขาดธาตุเหล็กร่วมด้วยก่อนสรุปว่าเป็นธาลัสซีเมียหรือ Hb E
-ผู้ที่มี Hb E homozygous อาจพบภาวะซีดเล็กน้อยและเม็ดเลือดแดงขนาดเล็ก
2.การตรวจ Peripheral blood smear
เป็นการตรวจลักษณะเม็ดเลือดแดงด้วยกล้องจุลทรรศน์ในผู้ที่มี Hb E อาจพบลักษณะสำคัญ ได้แก่
-Microcytosis คือ เม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็ก
-Target cells คือ เม็ดเลือดแดงมีลักษณะคล้ายเป้ายิง
-อาจพบลักษณะของเม็ดเลือดแดงที่ผิดปกติอื่น ๆ ตามระดับความรุนแรงของภาวะโลหิตจาง ใน Hb E homozygous มีรายงานว่าพบ microcytosis และ target cells ได้ประมาณ 20–80% ของเม็ดเลือดแดง
3.การตรวจ Hemoglobin analysisเป็นการตรวจที่สำคัญในการระบุชนิดของฮีโมโกลบิน โดยสามารถใช้วิธี เช่น
-Hemoglobin electrophoresis
-High-Performance Liquid Chromatography (HPLC)
การตรวจจะช่วยแยกและวัดสัดส่วนของฮีโมโกลบินชนิดต่าง ๆ และสามารถตรวจพบ Hb E ได้
ตัวอย่างผลที่พบได้คือ Hb E trait มักพบ Hb E ประมาณ 25–30%
Hb E homozygous มักพบ Hb E ประมาณ 85–95% และ Hb F ประมาณ 5–10%
4.การตรวจทางพันธุกรรม (DNA analysis)
ใช้ตรวจความผิดปกติของ ยีน HBB เพื่อยืนยัน Hb E และช่วยตรวจหาความผิดปกติของ β-thalassemia ที่อาจเกิดร่วมกัน
Hb E เกิดจากความผิดปกติของ HBB ที่ปัจจุบันระบุในรูปแบบ HGVS ว่า HBB c.79G>A (p.Glu27Lys) หรืออาจเรียกว่า Glu26Lys การตรวจ DNA จึงสามารถใช้ยืนยันการกลายพันธุ์ดังกล่าวได้
4.การตรวจทางพันธุกรรม (DNA analysis)
จากผลตรวจทางห้องปฏิบัติการของมารดา ไม่พบรายงานการตรวจทางพันธุกรรม (DNA Analysis) โดยตรง โดยผลตรวจที่มีเป็นการตรวจ Hemoglobin Electrophoresis ซึ่งพบ Hemoglobin type EA และแปลผลเป็น Hb E trait จึงยังไม่มีข้อมูลผลการตรวจระดับยีน
-
2.การตรวจ Peripheral blood smear
จากข้อมูลผลตรวจของมารดา
พบว่าOF: Negative DCIP: Positive
สรุปผล DCIP Positive สนับสนุนการพบความผิดปกติของฮีโมโกลบินที่สามารถให้ผลบวกในการทดสอบคัดกรอง Hb E
1.การตรวจ Complete Blood Count (CBC)
ผลตรวจของมารดา วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 พบว่า Hemoglobin (Hb) เท่ากับ 11.8 g/dL, Hematocrit (Hct) เท่ากับ 36.5%, MCV เท่ากับ 73.4 fL และ MCH เท่ากับ 23.8 pg
MCV 73.4 fL ต่ำกว่าค่าปกติ แสดงถึงเม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็ก (Microcytosis) ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะที่อาจพบในผู้ที่มี Hb E trait
MCH 23.8 pg ต่ำกว่าค่าปกติ สะท้อนปริมาณฮีโมโกลบินเฉลี่ยในเม็ดเลือดแดงที่ลดลง
Hb 11.8 g/dL และ Hct 36.5%
การรักษา
การรักษาขึ้นอยู่กับ ชนิดของ Hb E และระดับความรุนแรงของอาการ โดย Hb E trait และ Hb E homozygous ส่วนใหญ่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ ขณะที่ Hb E/β-thalassemia เป็นภาวะที่มีความรุนแรงแตกต่างกัน จึงต้องได้รับการรักษาตามอาการและความรุนแรงของโรค
Hb E trait
ผู้ที่เป็น Hb E trait (βᴱ/βᴬ) โดยทั่วไปไม่มีอาการทางคลินิกที่สำคัญ และมักไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาเฉพาะการดูแลหลักคือ
1.1ประเมินภาวะซีดและลักษณะเม็ดเลือดแดง
แยกภาวะขาดธาตุเหล็กออกจาก Hb E เนื่องจากทั้งสองภาวะสามารถทำให้เม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็กได้
-
1.1ประเมินภาวะซีดและลักษณะเม็ดเลือดแดง
ผล CBC ของมารดาพบ Hb 11.8 g/dL, Hct 36.5%, MCV 73.4 fL และ MCH 23.8 pg โดยค่า MCV และ MCH ต่ำ แสดงถึงเม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็กและมีปริมาณฮีโมโกลบินเฉลี่ยลดลง
ความหมาย Hemoglobin E (Hb E)
Hemoglobin E (Hb E) คือ ความผิดปกติของฮีโมโกลบินที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน HBB (Hemoglobin Subunit Beta) ซึ่งควบคุมการสร้างสายเบตาโกลบิน (β-globin) จัดอยู่ในกลุ่มความผิดปกติของฮีโมโกลบินและธาลัสซีเมีย
พยาธิสภาพของ Hemoglobin E (Hb E)
Hb E เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน HBB โดยมีการเปลี่ยนแปลงของเบสที่ Codon 26 จาก GAG เป็น AAG ส่งผลให้กรดอะมิโน Glutamic acid เปลี่ยนเป็น Lysine เกิดเป็น Hb E นอกจากนี้ การกลายพันธุ์ดังกล่าวทำให้เกิดความผิดปกติของกระบวนการตัดต่อ messenger RNA (mRNA splicing) ส่งผลให้การสร้าง β-globin ลดลง จึงทำให้ Hb E มีลักษณะคล้าย β⁺-thalassemia