Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
อารยธรรมอิเดีย - Coggle Diagram
อารยธรรมอิเดีย
อารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ
เป็นหนึ่งในอารยธรรมยุคแรก ๆ ของโลก
ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอินเดียและปากีสถานในปัจจุบัน
เมืองสำคัญ
ฮารัปปา (Harappa)
โมเฮนโจ-ดาโร (Mohenjo-daro)
มีการวางผังเมืองเป็นระเบียบ
มีถนนและระบบระบายน้ำ
มีการสร้างบ้านด้วยอิฐ
มีการค้าขายกับดินแดนใกล้เคียง
พบตราประทับและหลักฐานการเขียน แต่ยังไม่สามารถถอดความได้อย่างแน่ชัด
ต่อมาเมืองต่าง ๆ เสื่อมลงจากหลายปัจจัย เช่น การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมและระบบแม่น้ำ
อารยธรรมอินเดียด้านวรรณกรรม
ภาษา: สันสกฤต บาลี และปรากฤต
คัมภีร์สำคัญ: พระเวท และพระไตรปิฎก
มหากาพย์: มหาภารตะ และรามายณะ
เนื้อหา: ศาสนา ความเชื่อ คุณธรรม และวิถีชีวิต
บุคคลสำคัญ: กาลิทาส นักกวีและนักเขียนบทละคร
อิทธิพล: ส่งต่อวัฒนธรรมและวรรณกรรมไปยังประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย รวมถึงไทย
ศิลปะและประติมากรรมของอินเดีย
🎨 ด้านศิลปะ
ถ้ำอชันตา (Ajanta Caves) → มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและชาดก
ถ้ำเอลโลรา (Ellora Caves) → ถ้ำศาสนสถานที่มีศิลปะ พุทธ ฮินดู และเชน
สถูปสาญจี (Sanchi Stupa) → ศิลปะพุทธ มีซุ้มประตูแกะสลักเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
ทัชมาฮาล (Taj Mahal) → สถาปัตยกรรมสมัยโมกุล สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว มีลวดลายประดับอย่างละเอียด
กุตุบมีนาร์ (Qutub Minar) → หอคอยสมัยสุลต่านแห่งเดลี มีลวดลายอักษรและการตกแต่งแบบอิสลาม
ด้านประติมากรรม
หัวเสาสิงห์แห่งสารนาถ → ประติมากรรมสมัยพระเจ้าอโศก เป็นสัญลักษณ์สำคัญของอินเดีย
หญิงสาวเต้นรำแห่งโมเฮนโจ-ดาโร → ประติมากรรมสำริดจากอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ
พระพุทธรูปศิลปะคันธาระ → มีอิทธิพลศิลปะกรีก รูปแบบสมจริงและมีรอยพับของจีวร
พระพุทธรูปมถุรา → มีลักษณะศิลปะแบบอินเดีย เน้นความสง่างามและความสมดุล
นาฏราช → รูปพระศิวะกำลังร่ายรำ สื่อถึงพลังและวัฏจักรของจักรวาล
จักรวรรดิคุปตะ
ประมาณค.ศ.320-550
เป็นยุคที่อินเดียมีความเจริญรุ่งเรืองในหลายด้าน
พัฒนาการด้าน คณิตศาสตร์
แนวคิดเกี่ยวกับเลขศูนย์
ระบบเลขฐานสิบ
ด้าน ดาราศาสตร์
มีการศึกษาการเคลื่อนที่ของดวงดาวและดาวเคราะห์
ด้าน การแพทย์
มีการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับการรักษาโรคและสมุนไพร
9. การกบฏ ค.ศ. 1857
ทหารอินเดียจำนวนหนึ่งก่อการต่อต้านอังกฤษ
การกบฏแพร่ไปในหลายพื้นที่ทางตอนเหนือและตอนกลาง
แม้การกบฏถูกปราบลง แต่ส่งผลสำคัญต่อการปกครอง
บริษัทอินเดียตะวันออกหมดบทบาทในการปกครอง
รัฐบาลอังกฤษเข้ามาปกครองอินเดียโดยตรงใน ค.ศ. 1858
ยุคพระเวท
ประมาณ 1500–500 ปีก่อนคริสตกาล
เป็นช่วงที่วัฒนธรรมอินโด-อารยันมีบทบาทมากขึ้นในอินเดีย
มีการแต่งและสืบทอด คัมภีร์พระเวท
พระเวทเป็นพื้นฐานสำคัญของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
สังคมมีการแบ่งชนชั้นหรือ ระบบวรรณะ
พราหมณ์ → นักบวช
กษัตริย์ → ผู้ปกครองและนักรบ
แพศย์ → พ่อค้าและเกษตรกร
ศูทร → ผู้ใช้แรงงาน
เกิดชุมชนและอาณาจักรขนาดเล็กจำนวนมาก
แนวคิดทางศาสนาและปรัชญาพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การเกิดขึ้นของพระพุทธศาสนาและศาสนาเชน
ประมาณศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล
สังคมอินเดียเกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและศาสนา
พระพุทธเจ้า ทรงเผยแผ่พระพุทธศาสนา
เน้นเรื่องทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ และแนวทางดับทุกข์
มหาวีระ เป็นบุคคลสำคัญของศาสนาเชน
ทั้งสองศาสนามีแนวคิดที่ท้าทายระบบความเชื่อและพิธีกรรมบางอย่างในยุคนั้น
พระพุทธศาสนาและศาสนาเชนแพร่หลายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของอินเดีย
จักรวรรดิเมารยะ
ประมาณ 322–185 ปีก่อนคริสตกาล
ผู้ก่อตั้งคือ จันทรคุปต์เมารยะ
สามารถรวบรวมดินแดนจำนวนมากให้เป็นอาณาจักรเดียวกัน
มีเมืองหลวงที่ ปาฏลีบุตร
กษัตริย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ พระเจ้าอโศกมหาราช
หลังสงครามกาลิงคะ พระเจ้าอโศกหันมาสนับสนุนพระพุทธศาสนา
ส่งพระธรรมทูตไปยังดินแดนต่าง ๆ
มีการสร้างเสาศิลาและจารึกคำสอน
ทำให้พระพุทธศาสนาแพร่หลายออกไปนอกอินเดีย
สุลต่านแห่งเดลี
ประมาณ ค.ศ. 1206–1526
เป็นช่วงที่ราชวงศ์มุสลิมหลายราชวงศ์ปกครองพื้นที่ทางตอนเหนือของอินเดีย
เดลี เป็นศูนย์กลางทางการเมือง
วัฒนธรรมอินเดียได้รับอิทธิพลจากโลกอิสลามและเปอร์เซีย
ศาสนาอิสลามแพร่หลายมากขึ้น
เกิดการผสมผสานด้านภาษา ศิลปะ สถาปัตยกรรม และอาหาร
มีการสร้างสิ่งก่อสร้างสำคัญ เช่น กุตุบมีนาร์
การได้รับเอกราช
ค.ศ. 1947
อินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษในวันที่ 15 สิงหาคม 1947
ชวาหะร์ลาล เนห์รู เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก
เกิดการแบ่งบริติชอินเดียเป็น
อินเดีย
ปากีสถาน
การแบ่งประเทศทำให้เกิดการอพยพของประชาชนจำนวนมากและความขัดแย้งระหว่างชุมชน