Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
โรคไขกระดูกฝ่อ (Aplastic Anemia) - Coggle Diagram
โรคไขกระดูกฝ่อ
(Aplastic Anemia)
ความหมาย
1.1 ชื่อโรค
โรคไขกระดูกฝ่อ
Aplastic Anemia
1.2 ลักษณะของโรค
ไขกระดูกเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือด
ความสามารถในการสร้างเม็ดเลือดของไขกระดูกลดลง
เซลล์เม็ดเลือดที่ได้รับผลกระทบ 3 ชนิด
เม็ดเลือดแดง
เม็ดเลือดขาว
เกล็ดเลือด
1.3 ผลจากการสร้างเม็ดเลือดลดลง
เม็ดเลือดแดงลดลง
เม็ดเลือดขาวลดลง
เกล็ดเลือดลดลง
เมื่อเม็ดเลือดทั้ง 3 ชนิดลดลง เรียกว่า Pancytopenia
1.4 การเกิดโรค
สามารถเกิดได้ตั้งแต่แรกเกิด
สามารถเกิดภายหลังได้
1.5 ความรุนแรงและ
การพยากรณ์โรค
พบในเด็กไม่บ่อย
ประมาณ 2–6 คนต่อประชากร 1 ล้านคน
เป็นโรคที่มีความรุนแรงและสามารถคุกคามชีวิตได้
1.6 โรคชนิดรุนแรง
Severe Aplastic Anemia (SAA)
Very Severe Aplastic Anemia (VSAA)
มีความผิดปกติของการสร้างเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
ทำให้เกิด Pancytopenia
อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่คุกคามชีวิต
สาเหตุ
2.1 การติดเชื้อ
Human parvovirus
ตับอักเสบ
2.2 การได้รับรังสี
การได้รับรังสีมีผลต่อไขกระดูก ทำให้การสร้างเม็ดเลือดลดลง
2.3 ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
Eosinophilic fasciitis
Hypogammaglobulinemia
2.4 การได้รับยา
ยาเคมีบำบัด
ยากันชัก
ยาบางชนิด
2.5 การได้รับสารเคมี
แหล่งของสารเคมี
• สารเคมีจากบ้าน
• สารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรม
ตัวอย่างสารเคมี
• ปิโตรเลียม
• สารกำจัดสี
2.6 สาเหตุอื่น
การได้รับการทดแทนด้วยส่วนประกอบของ myeloid
บางรายไม่ทราบสาเหตุ
2.7 กลไกสำคัญของ
โรคชนิดรุนแรง
สาเหตุที่แน่นอนยังไม่ทราบ
มีกลไกเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน
T lymphocytes มีบทบาททำลายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
การสร้างเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดลดลง → นำไปสู่ Pancytopenia
พยาธิสรีรวิทยา
3.1 ความผิดปกติของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
เกิดความผิดปกติของ Hematopoietic Stem Cell
ความสามารถในการสร้างเม็ดเลือดลดลง
การเจริญเติบโตในไขกระดูกลดลง
→ Pancytopenia
3.2 กลไกทางภูมิคุ้มกัน
ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
T lymphocytes ถูกกระตุ้น
T lymphocytes ทำลายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
จำนวน/การทำงานของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดลดลง
3.3 ผลต่อเม็ดเลือดแดง
RBC ลดลง → ความสามารถในการนำออกซิเจน
ลดลง → โลหิตจาง
ซีด
อ่อนเพลีย
เหนื่อยง่าย
3.4 ผลต่อเม็ดเลือดขาว
WBC/Neutrophil ลดลง → ภูมิคุ้มกันลดลง → ติดเชื้อง่าย
เพิ่มต่อการติดเชื้อรุนแรง
3.5 ผลต่อเกล็ดเลือด
Platelet ลดลง → ความสามารถในการห้ามเลือดลดลง → เลือดออกง่าย
เสี่ยงต่อเลือดออกรุนแรง
3.6 ภาวะความผิดปกติ
สาเหตุ/ปัจจัยกระตุ้น → ภูมิคุ้มกันผิดปกติ
→T lymphocytes ทำลาย Stem Cell
การสร้าง Stem Cell ลดลง → การสร้างเม็ดเลือดลดลง → RBC ↓ + WBC ↓ + Platelet ↓
Pancytopenia → โลหิตจาง + ติดเชื้อง่าย + เลือดออกง่าย → ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง/คุกคามชีวิต
อาการและอาการแสดง
4.1 อาการโดยรวม (จาก Pancytopenia)
ติดเชื้อง่าย
เลือดออกง่าย
4.2 เม็ดเลือดแดงลดลง → โลหิตจาง
ซีด
อ่อนเพลีย
เหนื่อยง่าย
หากเกิดรุนแรง อาจมีเลือดออกทางอวัยวะระบบหัวใจ
4.3เกล็ดเลือดลดลง
เลือดออกง่าย
เสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกมาก
หากรุนแรงเสี่ยงต่อเลือดออกรุนแรง
ภาวะแทรกซ้อน
7.1 ภาวะแทรกซ้อนจาก Pancytopenia
7.1.1 โลหิตจาง
• ซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
7.1.2 การติดเชื้อ
• หากความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันลดลงจะเกิดการติดเชื้อรุนแรง
เนื่องจากการติดเชื้อในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ
7.1.3 เลือดออก
• เกิดเลือดออกง่าย
เลือดออกมีเลือดออกมาก/รุนแรง
7.2 ภาวะแทรกซ้อนหลังการปลูกถ่าย (HSCT)
7.2.1 Mixed Chimerism
พบในผู้ป่วย MSD-HSCT
2 ราย (28.6%)
ได้รับ DLI แล้วกลายเป็น Full Donor Chimerism
7.2.3 การติดเชื้อรุนแรง
Disseminated candidiasis
Acinetobacter baumannii pneumonia
Stenotrophomonas maltophilia septicemia
Escherichia coli septicemia
Enterococcus faecium infection
Candida krusei infection
Stenotrophomonas maltophilia infection
7.2.4 BK virus-associated hemorrhagic cystitis
เกิดจากเชื้อ BK virus
รายหนึ่งมี Hemorrhagic shock
มีรายหนึ่งต้องการการผ่าตัดเพื่อรักษา bladder irrigation
7.2.5 Veno-occlusive disease
พบในรายหลังได้รับการปลูกถ่าย
พบในรายที่มีภาวะ sepsis และ DIC
7.2.6 Sepsis
เกิดร่วมกับ sepsis จากการติดเชื้อ
เชื้อ Acinetobacter baumannii และ Escherichia coli
7.2.7 Disseminated Coagulation (DIC)
เป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและนำไปสู่การเสียชีวิต
การรักษา
6.1 การรักษาตามสาเหตุ
รักษาโรคหรือเหตุที่ทำให้ไขกระดูกหยุดทำงาน
พิจารณารักษาตามสาเหตุก่อน
6.2 การรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน (IST)
Rabbit ATG 3.75 mg/kg/day ให้ 5 วัน
ร่วมกับ CSA 6–12 mg/kg/day
ระดับยาในเลือด 200–400 µg/L
Antithymocyte Globulin
Cyclosporine (CSA)
สูตรที่ใช้ในงานวิจัย
6.3 Eltrombopag (EPAG)
ยาที่ใช้ร่วมกับ IST
ช่วยส่งเสริมการสร้างและการเจริญของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด โดยเฉพาะสาย megakaryocyte → เพิ่มการสร้างเกล็ดเลือด
ขนาดยาในงานวิจัย
อายุ 2–6 ปี เริ่ม 25 mg/day
อายุ 6–18 ปี เริ่ม 50 mg/day
เพิ่มขนาดยาทุก 2 สัปดาห์
เป้าหมาย Platelet 50–200 × 10⁹/L
ขนาดสูงสุด 150 mg
6.4 การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
Hematopoietic Stem Cell Transplantation (HSCT)
Matched Sibling Donor (MSD-HSCT)
• ปลูกถ่ายจากพี่น้องที่มีลักษณะพันธุกรรมเข้ากันได้
6.5 แนวทางการรักษาที่พบในงานวิจัย
IST = 13 ราย
IST + EPAG = 7 ราย
MSD-HSCT = 7 ราย
6.6 ผลการรักษา (IST + EPAG)
การวินิจฉัย
5.1 การตอบสนอง
ที่ 3 เดือน: 28.6% vs 0% (IST)
ที่ 6 เดือน: 42.9% vs 7.7% (IST)
ไม่ได้ผลสำหรับทุกผลลัพธ์
5.2 ระยะเวลาตอบสนอง
ตอบสนองทางโลหิตวิทยาน้อยกว่า IST อย่างเดียว
ไม่ต้องได้รับเลือดเพิ่มกว่า IST อย่างเดียว
5.3 การตรวจชีวภาพรุนแรง
Absolute Neutrophil Count (ANC) < 500/mm³
Platelet < 20,000/mm³
Absolute Reticulocyte Count < 40,000/mm³
5.4 การตรวจคัดกรองและประเมินผู้ป่วย
Singh, A., Srivastava, P., Singh, A., Singh, A., & Gupta, R. K. (2026). Aplastic anemia in focus: Insights into diagnosis and emerging therapies. Annals of African Medicine, 25(5), 1025–1032.
https://doi.org/10.4103/aam.aam_196_25
Fujisawa, T., Takami, K., Horikawa, M., Yokoyama, M., Kawashima, T., & Takami, A. (2026). Type B insulin resistance syndrome coexisting with aplastic anemia responsive to early immunosuppressive therapy. JCEM Case Reports, 4(8), luag181.
https://doi.org/10.1210/jcemcr/luag181
Fu, Z., Lu, J., & Deng, X. (2026). Successful surgical management of chronic subdural hematoma in a patient with severe thrombocytopenia due to aplastic anemia: A case report. Clinical Case Reports, 14(6), e73076.
https://doi.org/10.1002/ccr3.73076