Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Aplastic Anemia (ภาวะไขกระดูกฝ่อ), นางสาวพรชิตา คณะพันธ์ รหัสนักศึกษา…
Aplastic Anemia (ภาวะไขกระดูกฝ่อ)
Diagnostic Tests (การทดสอบเพื่อการวินิจฉัย)
Laboratory Tests (การตรวจทางห้องปฏิบัติการ)
Complete blood count (การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด)
Peripheral blood smears (การตรวจสเมียร์เลือด)
Hemoglobin electrophoresis and blood-group testing (การตรวจชนิดของฮีโมโกลบินด้วยวิธีอิเล็กโตรโฟรีซิสและการตรวจหมู่เลือด)
Biochemical profile (การตรวจประวัติทางชีวเคมีของเลือด)
Serology for hepatitis and other viral entities (การตรวจน้ำเหลืองสำหรับโรคตับอักเสบและเชื้อไวรัสอื่นๆ)
Autoimmune-disease evaluation for evidence of collagen-vascular disease (การประเมินโรคแพ้ภูมิตัวเองเพื่อหาหลักฐานของโรคหลอดเลือดและคอลลาเจน)
Fluorescence-activated cell sorter profiling (การตรวจวิเคราะห์เซลล์ด้วยเครื่องแยกเซลล์แบบเรืองแสง)
Fluorescent-labeled inactive toxin aerolysin testing (การทดสอบด้วยสารเรืองแสง Fluorescent-labeled inactive toxin aerolysin)
Diepoxybutane incubation (การบ่มเซลล์ด้วยสาร Diepoxybutane)
Histocompatibility testing (การทดสอบความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อ)
Kidney function studies (การศึกษาการทำงานของไต)
Liver function studies การศึกษาการทำงานของตับ)
Transaminase, bilirubin, and lactate dehydrogenase levels ระดับเอนไซม์ทรานซามิเนส, บิลิรูบิน, และแลคเตทดีไฮโดรจีเนส
Bone Marrow Biopsy (การเจาะตัดชิ้นเนื้อไขกระดูก)
Common Findings (อาการและสิ่งที่ตรวจพบได้บ่อย)
Anemia (ภาวะซีด / โลหิตจาง)
ผิวซีด, ปวดศีรษะ, ใจสั่น, หายใจลำบาก, อ่อนเพลีย, หรือเท้าบวม
Thrombocytopenia (ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ)
เลือดออกตามเยื่อบุและเหงือก หรือมีผื่นจุดเลือดออก
Neutropenia (ภาวะเม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิลต่ำ)
การติดเชื้ออย่างชัดเจน, การติดเชื้อซ้ำซ้อน, หรือมีแผลในปากและคอหอย
อาการและอาการแสดงของผู้ป่วย
ไขกระดูกเป็นอวัยวะสำคัญทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดแดง เกร็ดเลือด และเม็ดเลือดขาว การที่เซลล์ทั้ง 3 ชนิดลดต่ำลง การสร้างเม็ดเลือดแดงลดลง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการซีด ถ้าโลหิตจางมาก จะมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายเวลาออกแรง หอบเหนื่อย ถ้าโลหิตจางเป็นมากอาจมีการทำงานของหัวใจล้มเหลว
การสร้างเกร็ดเลือดลดลง จะมาด้วยจุดเลือดออกตามตัว เลือดออกในปาก ถ้าเป็นผู้หญิงอาจมีประจำเดือนออกมากกว่าปกติ ปัญหาเลือดออกเป็นปัญหาที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์บ่อยที่สุด ดังตารางที่ 2
การสร้างเม็ดเลือดขาวต่ำมีผลทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อง่ายโดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา
Treatments (การรักษา)
Pharmacotherapy (การรักษาด้วยยา)
สำหรับบุคคลที่ไม่สามารถเข้ารับการปลูกถ่ายไขกระดูกได้ หรือขาดผู้บริจาคที่เป็นพี่น้องที่เหมาะสม การกดภูมิคุ้มกันคือทางเลือกในการรักษา
ปัจจัยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือด เช่น ยา eltrombopag, sargramostim, filgrastim
ยาต้านมะเร็งกลุ่ม Antimetabolite ชนิด purine เช่น ยา Fludarabine
ยาขับเหล็ก เช่น ยา deferoxamine, deferasirox
Non-pharmacotherapy (การรักษาโดยไม่ใช้ยา)
การรักษาแบบประคับประคองการถ่ายเลือดด้วยส่วนประกอบของเลือดที่ผ่านกระบวนการลดจำนวนเม็ดเลือดขาวและการฉายรังสีแล้ว
การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากผู้อื่นที่ได้จากพี่น้องที่มี HLA เข้ากันได้ เป็นทางเลือกการรักษาลำดับแรกที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยอายุน้อยที่มีภาวะ Aplastic Anemia ชนิดรุนแรงหรือรุนแรงมาก
Surgical (ศัลยกรรม / หัตถการ)
การใส่สายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลางเป็นสิ่งจำเป็นก่อนที่จะให้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
Pathophysiologic Etiology (สาเหตุทางพยาธิสรีรวิทยา)
ภาวะไขกระดูกฝ่อ (AA) เป็นกลุ่มอาการทางคลินิกที่มีลักษณะเฉพาะคือ มีไขมันเข้าไปแทนที่และเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในไขกระดูกลดลง ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะเม็ดเลือดทุกชนิดต่ำในเลือดที่ไหลเวียนส่วนปลาย
กรณีส่วนใหญ่ของภาวะไขกระดูกฝ่อแบบไม่ทราบสาเหตุ เกิดจากโรคแพ้ภูมิตัวเองที่เข้าไปทำลายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
Risk Factors
ปัจจัยเสี่ยง
การสัมผัสกับสารเคมีมีพิษ
การรักษามะเร็งด้วยรังสีรักษาหรือเคมีบำบัดในปริมาณสูง
การใช้ยาตามใบสั่งแพทย์บางชนิด เช่น ยาคลอแรมเฟนิคอล สารประกอบทองคำ
โรคเลือดบางชนิด, ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันแพ้ภูมิตัวเอง และการติดเชื้อรุนแรง
Pregnancy (rarely) (การตั้งครรภ์ (พบได้ยาก)
Causative Factors (ปัจจัยที่เป็นสาเหตุ)
Inherited (การถ่ายทอดทางพันธุกรรม/แต่กำเนิด)
สาเหตุแต่กำเนิดหรือการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของภาวะไขกระดูกฝ่อ เป็นสาเหตุของอย่างน้อย 25% ในเด็กที่เป็นโรคนี้ และอาจพบได้มากถึง 10% ในผู้ใหญ่
Acquired (เกิดขึ้นภายหลัง)
ประมาณ 80% ของภาวะไขกระดูกฝ่อ เกิดจากสาเหตุที่เกิดขึ้นในภายหลัง
อุบัติการณ์
อุบัติการณ์ที่รวบรวมจากการศึกษาของทางยุโรปและอิสราเอล ค.ศ.1980-1984 พบอุบัติการณ์ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ 2 รายต่อประชากร 1 ล้านคนต่อปี แต่ได้มีการศึกษาในประเทศไทย พบอัตราการเกิด 4 รายต่อประชากร 1 ล้านคนต่อปี ประเทศจีนพบ 7.4 รายต่อ 1 ล้านคนต่อปี อายุที่พบบ่อยมีสองช่วงอายุคือ 15-25 ปี และมากกว่า 60 ปี พบได้ทั้งเพศชายและหญิงพอ ๆ กัน
ความหมาย
โรคไขกระดูกฝ่อ (Aplastic Anemia) เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเซลล์เม็ดเลือดใหม่ได้เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว หรือเกล็ดเลือด ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลีย เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และอาจมีเลือดออกไม่หยุด โดยโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ และสามารถเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือค่อยๆ แสดงอาการทีละน้อย จากนั้นจะมีอาการรุนแรงขึ้นตามเวลา
อ้างอิง
Scheinberg P, Young NS. วิธีการรักษาโรคโลหิตจางชนิดอะพลาสติกที่เกิดขึ้นภายหลัง Blood. 2012;120(6):1185–96. doi: 10.1182/blood-2011-12-274019. [ DOI ] [ บทความฟรี PMC ] [ PubMed ] [ Google Scholar ]
Olnes MJ, Scheinberg P, Calvo KR, Desmond R, Tang Y, Dumitriu B และคณะ Eltrombopag และการสร้างเม็ดเลือดที่ดีขึ้นในภาวะโลหิตจางชนิดอะพลาสติกที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา N Engl J Med. 2012;367(1):11–9. doi: 10.1056/NEJMoa1200931. [ DOI ] [ บทความฟรี PMC ] [ PubMed ] [ Google Scholar ]
Desmond R, Townsley DM, Dumitriu B, Olnes MJ, Scheinberg P, Bevans M และคณะ Eltrombopag ฟื้นฟูการสร้างเม็ดเลือดสามสายพันธุ์ในผู้ป่วยโรคโลหิตจางชนิดอะพลาสติกอย่างรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา และสามารถคงสภาพไว้ได้แม้หยุดยา Blood. 2014;123(12):1818–25. doi: 10.1182/blood-2013-10-534743. doi:10.1182/blood-2013-10-534743. การติดตามผลการศึกษาเฟส 2 ของการรักษาด้วยยา eltrombopag เพียงอย่างเดียวในผู้ป่วย SAA ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา แสดงให้เห็นการตอบสนองโดยรวม 40% โดยมีผู้ป่วยบางส่วนที่ได้รับการตอบสนองการสร้างเม็ดเลือดสามสายพันธุ์ [ DOI ] [ บทความ PMC ฟรี ] [ PubMed ] [ Google Scholar ]
นางสาวพรชิตา คณะพันธ์ รหัสนักศึกษา 6711056990010 Sec A