Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
สรุปหน่วยที่3การใช้เทคโนโลยี - Coggle Diagram
สรุปหน่วยที่3การใช้เทคโนโลยี
3.การคุ้มครองลิขสิทธิ์
ลิขสิทธิ์เป็นผลงานที่เกิดจากการใช้สติปัญญา ความรู้ ความสามารถ และความพยายามเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายให้ความคุ้มครอง โดยเจ้าของลิขสิทธิ์จะเป็นผู้เดียวที่จะกระทำการต่าง ๆ เกี่ยวกับงานที่สร้างสรรค์ได้ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิที่จะทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกมาเผยแพร่หรือโฆษณาในลักษณะใดหรือวิธีการใด รวมทั้งการอนุญาตให้ผู้อื่นนำผลงานของตนเองไปใช้งาน เช่น การสร้างโลโก้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จะอยู่ภายใต้การคุ้มครองลิขสิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์โดยชอบธรรม
การคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์จะกำหนดให้ลิขสิทธิ์มีอายุการคุ้มครอง 50 ปี นับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์ผลงานเสียชีวิต แต่ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์ผลงานเป็นนิติบุคคลให้ลิขสิทธิ์มีอายุ 50 ปี นับตั้งแต่ผู้สร้างได้สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมา แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวให้ลิขสิทธิ์มีอายุ 50 ปี นับตั้งแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก เช่น หลังจากที่สร้างผลงานเสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยมีการโฆษณาผลงานหลังจากนั้น 3 ปี การนับอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็จะเริ่มนับจากวันที่โฆษณา
3.1 ประเภทของงานที่มีลิขสิทธิ์
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ได้กล่าวไว้ว่า งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้จะคุ้มครองผลงาน 9 ประเภท ดังนี้
งานวรรณกรรม: งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ คำปราศรัย สุนทรพจน์ รวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์
งานนาฏกรรม: งานที่เกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว เช่น การรำแม่บท ละครเวที ละครเพลง
งานศิลปกรรม: การสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะ เช่น งานจิตรกรรม งานประติมากรรม งานภาพพิมพ์ งานสถาปัตยกรรม งานภาพถ่าย งานภาพประกอบ
งานดนตรีกรรม: งานเกี่ยวกับเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อบรรเลงหรือขับร้อง ไม่ว่าจะมีทำนองและคำร้อง หรือมีทำนองอย่างเดียว และยังรวมถึงโน้ตเพลงที่ได้แยกและเรียบเรียงเสียงประสาน
งานสิ่งบันทึกเสียง: งานที่ประกอบด้วยเสียงดนตรี เสียงการแสดง หรือเสียงอื่นใด โดยจะบันทึกลงในวัสดุที่สามารถนำมาเล่นซ้ำได้ เช่น เทปเพลง แผ่นซีดีที่บันทึกข้อมูลเสียง
งานโสตทัศนวัสดุ: งานที่ประกอบด้วยลำดับของภาพ โดยจะบันทึกลงในวัสดุที่สามารถนำมาเล่นซ้ำได้ เช่น วิดีโอเทป วีซีดี ดีวีดี แผ่นเลเซอร์ดิสก์ที่บันทึกข้อมูลประกอบด้วยลำดับของภาพ
งานภาพยนตร์: งานที่มักจะประกอบไปด้วยโสตทัศนวัสดุที่มีการลำดับภาพ และยังรวมถึงเสียงประกอบของภาพยนตร์นั้นด้วย
งานแพร่เสียงแพร่ภาพ: งานที่นำออกสู่สาธารณชนโดยการแพร่เสียงทางวิทยุกระจายเสียง และการแพร่เสียงหรือภาพทางโทรทัศน์
งานอื่นใด: งานที่เกี่ยวข้องกับแผนกวรรณกรรม แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
1.การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการทำงาน เพื่อช่วยในการพัฒนา จัดการ ประมวลผลข้อมูลที่เกิดขึ้นในการทำงานของบุคคล หน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งสารสนเทศที่นำไปใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ โดยในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศได้สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อระบบสังคมเป็นอย่างมาก และมีการใช้งานในหลายระดับ ดังนี้
1.1. ระดับประเทศ
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในระดับประเทศมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาประเทศให้มีความก้าวหน้า ช่วยขับเคลื่อนในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น เช่น รัฐบาลมีการให้บริการประชาชนผ่านระบบการยื่นภาษีออนไลน์ หรือมีการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์มาช่วยดูแลสุขภาพของประชาชน
1.2. ระดับองค์กรหรือหน่วยงาน
มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมการทำงานภายในองค์กรหรือหน่วยงาน เช่น การสร้างระบบบริหารจัดการองค์กรที่ใช้ในการบริหารและจัดการทรัพยากรภายในองค์กร หรือการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการทำงานเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังภาพที่ 3.2
(ภาพที่ 3.2 การนำเทคโนโลยีมาช่วยประชุมงานเพื่อความสะดวกรวดเร็วสำหรับการทำงาน)
1.3. ระดับบุคคล
เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการเรียนรู้เพื่อเข้าถึงทักษะใหม่ ๆ ตามที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว เช่น การเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ต่าง ๆ หรือการสืบค้นข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ดังภาพที่ 3.3
(ภาพที่ 3.3 การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ)
2.กฎหมายคอมพิวเตอร์
ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนนั้น กฎหมายที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงในสังคมออนไลน์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ ช่วยคุ้มครองสิทธิของประชาชน และช่วยสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย
ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกันใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศหลายฉบับ ทั้งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ข้อที่ 1
ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน
ข้อที่ 2 (ภาพไอคอนลำโพง): ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ ถ้านำมาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อที่ 3 (ภาพไอคอนโอนไฟล์/แฟ้มข้อมูล): ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อที่ 4 (ภาพไอคอนการดักจับข้อมูล): ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อที่ 5 (ภาพไอคอนเฟืองกากบาท/แก้ไขข้อมูล):
ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ
ข้อที่ 6 (ภาพไอคอนเครื่องตกใจ/รบกวนระบบ):
ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้
ข้อที่ 7 (ภาพไอคอนจดหมายส่ง/สแปม):
ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่น โดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข
1 more item...
ข้อที่ 9 (ภาพปลอมแปลงข้อมูล):
ผู้ใดกระทำความผิดโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา
ข้อที่ 10 (ภาพ FAKE NEWS):
ผู้ใดกระทำความผิดโดยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
ข้อที่ 11 (ภาพข้อมูลลามก):
ผู้ใดกระทำความผิดโดยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
ข้อที่ 12 (ภาพตัดต่อภาพผู้อื่น/แอป LINE):
ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย