Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภาวะน้ำคร่ำแตกก่อนเจ็บครรภ์(Premature of membrane : PROM - Coggle Diagram
ภาวะน้ำคร่ำแตกก่อนเจ็บครรภ์(Premature of membrane : PROM
เคสกรณีศึกษา
มีภาวะตกเลือดหลังคลอดเนื่องจากมดลูกหดรัดตัวไม่ดีและมีแผลที่โพรงมดลูก
ข้อมูลสนับสนุน
1.มีแผลฝีเย็บ at Left mediolateral
O: 150 ml Total blood loss
O: มารดามีประวัติ PROM
O: Hct = 29.3%
แพทย์วินิจฉัยเป็นPPH due to uterine atony
เกณฑ์การประเมิน
2.มารดาไม่มีอาการแสดงที่เกิดจากการสูญเสียเลือด เช่น ซึมลง หมดสติ ตัวเย็น มือเท้าเย็น ซีด
Total blood loss ไม่เกิน 500 ml
วัตถุประสงค์
ไม่เกิดภาวะตกเลือดหลังคลอด
กิจกรรมการพยาบาล
คลึงมดลูกจนหดรัดตัวกลมแข็ง และกดไล่ก้อนเลือดที่อาจค้างอยู่ในมดลูก เพราะการที่มดลูกหดรัดตัวทำให้ไม่เสียเลือดเพิ่มมากขึ้น และ ทำให้มดลูกสามารถหดรัดตัวได้ดีขึ้น ควรสังเกตการหดรัดตัวของมดลูก ทุก 15 นาที ใน 1 ชั่วโมงแรก เพื่อประเมินการทำหน้าที่ของมดลูกกว่าเข้าสู่ภาวะปกติหรือไม่ (เจตนา พรมทอง, 2567)
สังเกตลักษณะและจำนวนเลือดที่ออกทางช่องคลอด โดยสังเกตจากการชุ่มผ้าอนามัย ทั้งนี้เพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะตกเลือด
ใส่สายสวนคาปัสสาวะเพื่อให้กระเพาะปัสสาวะว่าง ไม่ขัดขวางการหดรัดตัวของมดลูก และบันทึกปริมาณปัสสาวะทุก 1 ชม. เพื่อดูการทำงานของไต ถ้าเกิดภาวะช็อคปัสสาวะจะออกน้อยกว่า 30 ml ต่อ ชั่วโมง
ดูแลให้ได้รับยาตามแผนการรักษายากระตุ้นการหดรัดตัวของหดลูก
5% D/NSS/2 1000 ml + syntocinon 40 Unit IV rate 100 mVhr
Nalador 500 mg + NSS 100 ml IV drip in 30 min
Cytotec 4 tab rectal suppository
ยาเสริมธาตุเหล็กเพื่อป้องกันภาวะโลหิตจาง
Triferdine 1 tap O OD pc
Ferrous fumarate 1 tap O tid pc
5% D/NSS/2 1000 ml + syntocinon 40 Unit IV rate 100 mVhr
Nalador 500 mg + NSS 100 ml IV drip in 30 min
ดูแลให้ได้รับเลือด PRC 2 Unit IV ตามแผนการรักษา เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณของเม็ดเลือดแดง
เจาะเลือด Hct ตามแผนการรักษา เพื่อประเมินค่าปริมาตรความเข้มข้นของเลือด
สังเกตระดับความรู้สึกตัวและอาการผิดปกติ เช่น หน้ามืด ใจสั่นเหงี่อออก ตัวเย็น ซีด เพื่อประเมินการตอบสนองของร่างกายต่อปริมาณเลือดลดลงในระบบการไหลเวียนเลือด
บันทึกสัญญาณชีพทุก 15 นาที จนมีอาการปกติ หลังจากนั้น บันทึกทุก 4 ชั่วโมง เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติและให้การ ช่วยเหลือได้ทันที
เสี่ยงเกิดภาวะชักเนื่องจากมีความดันโลหิตสูง
วัตถุประสงค์
ไม่เกิดภาวะซัก
ข้อมูลสนับสนุน
S : ผู้คลอดให้ข้อมูลว่า"ตนไม่มีโรคประจำตัว"
O : BP 153/105mmHg
O : urine protein 1+
O : UPCR 0.75 มก./มก.
O : PLT 273,000 ul
เกณฑ์การประเมิน
ไม่มี sign ภาวะชักเช่น ปวดศีรษะรุนแรง ตาพร่ามัวจุกแน่นใต้ลิ้นปี่
ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน HEELP syndrome เช่น เม็ดเลือดแดง แตก ค่าเอนไซม์ตับสูง เกล็ดเลือดต่ำ
BP < 140/90mmHg
Intake = Output
UPCR < 0.3มก./มก.
Urine Protein< +1
PLT = 150,000-450,000 ul.
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมินอาการนำก่อนเกิดการซัก ได้แก่ ปวดศีรษะมาก ตาพร่า หลังให้การพยาบาลมองเห็นภาพซ้อน จุกแน่น ลิ้นปี หรือใต้ชายโครงขวา ถ้าพบต้องรีบ พบว่าผู้คลอดไม่เกิดรายงานแพทย์ เพื่อประเมินสัญญาณเริ่มต้นของภาวะชัก ซึ่งการตรวจพบได้รวดเร็วจะช่วยให้สามารถจัดการภาวะแทรกซ้อนได้ทันท่วงที
ดูแลให้นอนพักบนเตียงตลอดเวลา (Absolute bed rest) ลดการกระตุ้นจากภายนอกทั้งแสงและเสียงรบกวน ให้การพยาบาลอย่างเป็นระบบเท่าที่จำเป็นในเวลาเดียวกัน เพื่อลดปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง
ประเมินสัญญาณชีพ โดยเฉพาะความดันโลหิตทุก 1 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและวางแผนให้กาพยาบาถูกต้องและเหมาะสมต่อไป
ตรวจและบันทีกปริมาณสารน้ำที่ได้รับและขับออก เพื่อประเมินการทำงานของไต เนื่องจากความดันโลหิตสูงทำให้หลอดเลือดเกิดการหดตัว ซึ่งอาจทำให้เกิดไตวาย
ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการผ่อนคลายและการควบคุมอารมณ์ โดยแนะนำการหายใจเข้าออกช้า ๆ หรือนวดเบา ๆ เพื่อผ่อนคลายและลดความเครียด เนื่องจากความเครียดและความวิตกกังวลอาจทำให้ความ ดันโลหิตสูงขึ้น
ติดตามผลทางห้องปฏิบัติการ UPCR , UA, CBC เพื่อให้สามารถวางแผนการพยาบาลได้อย่างเหมาะสม
เตรียมอุปกรณ์ช่วยฟื้นคืนชีพให้พร้อม เพื่อช่วยเหลือทันทีเมื่อมีอาการชัก เพื่อให้พร้อมในการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว หากมีการเกิดภาวะซักขึ้
เสี่ยงต่อการติดเชื้อใน Chrioamnionitis เนื่องจากมีน้ำเดินก่อนเจ็บครรภ์จริง
ข้อมูลสนับสนุน
S: ผู้คลอดบอกว่า มีน้ำใส ๆ ไหลออกจากช่องคลอดประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนมาโรงพยาบาล
O: ผ้าอนามัยเปียกชุ่ม
O: ตรวจภายในมีน้ำใสไหลออกทางช่องคลอด
O: ลักษณะน้ำคร่ำใส ไม่มีกลิ่นเหม็น
O: ผลการตรวจห้องปฏิบัติการ WBC = 12.79
วัตถุประสงค์
เพื่อไม่ให้เกิดภาวะ Chorioamnionitis
กิจกรรมการพยาบาล
ในระยะแรกรับป้องกันการติดเชื้อ โดยให้การดูแลหญิงตั้งครรภ์ ได้แก่ เปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้ โกนขนบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก ทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก และใช้ผ้าอนามัยที่สะอาด สังเกตสีและกลิ่นของน้ำคร่ำ
พูดคุยสร้างสัมพันธภาพ อธิบายภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น และเปิดโอกาสให้ซักถาม
แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์พักผ่อนบนเตียง พร้อมสังเกตลักษณะของน้ำคร่ำ โดยใส่ผ้าอนามัยเพื่อดูปริมาณ สี กลิ่น และเปลี่ยนทุก 2–3 ชั่วโมง หรือเมื่อชุ่ม
ประเมินสุขภาพทารกในครรภ์ โดยติดเครื่อง Electro fetal monitoring และให้สังเกตการดิ้นของทารก
บันทึกสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง
ให้การพยาบาลโดยใช้เทคนิคปราศจากเชื้อก่อนและหลังการพยาบาลทุกครั้ง
ประเมินความก้าวหน้าในการคลอด โดยตรวจภายในตามความเหมาะสมและจำเป็น
รายงานแพทย์เมื่อมีอาการหรืออาการแสดงของภาวะติดเชื้อ เช่น มีไข้ น้ำคร่ำมีกลิ่นเหม็น หรืออัตราการเต้นของหัวใจทารกผิดปกติ
เกณฑ์การพยาบาล
สัญญาณชีพปกติ อุณหภูมิร่างกายไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส อัตราการเต้นของหัวใจ 60–100 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจ 14–26 ครั้งต่อนาที ความดันโลหิต 90/60–140/90 มิลลิเมตรปรอท
น้ำคร่ำไม่มีกลิ่น
อัตราการเต้นของหัวใจทารกอยู่ในเกณฑ์ปกติ 120–160 ครั้งต่อนาที
ผลการตรวจห้องปฏิบัติการ WBC = 4.5–11.0 × 10³/ul
เสี่ยงต่อภาวะตกเลือดหลังคลอดเนื่องจากมีความดันโลหิตสูงร่วมกับภาวะซีด
วัตถุประสงค์
ไม่ให้เกิดภาวะตกเลือดหลังคลอด
กิจกรรมการพยาบาล
ดูแลให้กระเพาะปัสสาวะว่าง เพื่อลดปัจจัยที่ขัดขวางการหดรักตัวของมดลูก
ทำคลอดรกและเยื่อหุ้มรกถูกต้องตามเทคนิคเพื่อป้องกันการฉีกขาดของช่องทางคลอดและการตกค้างของเศษรกซึ่งอาจทำให้ตกเลือดหลังคลอดได้
ดูแลให้ Syntocinon 10 unit IM หลังไหล่หน้าคลอด เพื่อกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก
ดูแลให้ Syntocinon 40 unit + 5% D/NSS/2 1,000 ml V rate 100 mV/hr หลังรกคลอด เพื่อกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก
Cytotec 200 mcg 4 tap per rectum statหลังรกคลอด เพื่อกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก
สังเกตปริมาณเลือดที่ออกทางช่องคลอดหลังจากคลอดแล้วโดยใช้ถุงตวงเลือประเมิน ปริมาณเลือดที่ออกหลังการคลอดรก ตรวจดูการหดรัดตัวของมดลูกถ้าไม่ดีรีบหาสาเหตุเพื่อให้การพยาบาลที่ถูกต้อง ต่อไป
บันทึกสัญญาณชีพทุก 15-30 นาที เพื่อทราบอาการเปลี่ยนแปลงของผู้คลอดจะได้ให้ความช่วยเหลือที่ถูกต้องและรวดเร็ว
ดูแลให้ได้รับการเย็บแผลฝีเย็บ เพื่อป้องกันภาวะตกเลือด
แนะนำมารดาหลังคลอดให้คลึงมดลูก และสอนให้รู้วิธีการทดสอบการแข็งตัวของมดลูก โดยบอกตำแหน่งของมดลูกและให้มารดาคลำมดลูก
ข้อมูลสนับสนุน
O : มารดา G3P2-0-0-2GA40+3 weeks by LMPWKs.
O : BP 153/105 mmHg
O : Hct 29.3 %
O : มีแผลฝีเย็บ at Left Episiotomy
เกณฑ์การประเมิน
รกและเยื่อหุ้มรกคลอดสมบูรณ์ ไม่เกิน 30 นาที
ประเมินการหดรัดตัวของมดลูก โดยคลำมดลูกได้ลักษณะกลมแข็ง ไม่นุ่ม
Total blood loss ไม่เกิน 500 ml
ผู้คลอดคลอดสามารถปฏิบัติเกี่ยวกับการคลึงมดลูกได้ถูกต้อง
ข้อมูลเคส
Dx.G3P2-0-0-2 GA40+3 weeks by LMP Normal labor with PROM with Left Mediolateral with Episiotomy with Anemia with
Pre-eclampsia with out severe feature with postpartum hemorrhage
CC : 1 ชั่วโมง ก่อนมาโรงพยาบาลมีน้ำเดิน ไม่มีอาการเจ็บครรภ์
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต : ผู้คลอดผ่านการคลอดมา 2 ครั้ง โดยคลอดครบกำหนดด้วยวิธีคลอดแบบปกติ ไม่เคยมีประวัติการแท้ง บุตร และปฏิเสธประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคทางพันธุกรรม เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวานเป็นต้น ปฏิเสธประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เอดส์ ซิฟิลิส ปฏิเสธประวัติการเจ็บด้วยโรคติดต่อร้ายแรง เช่น วัณโรค ไวรัสตับอักเสบ ปฏิเสธการแพ้ยาและอาหารทุกชนิด และปฏิเสธการใช้สารเสพ ติดทุกชนิด
ประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัว : ผู้คลอดให้ข้อมูลว่า บุคคลในครอบครัวไม่มีประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคทางพันธุกรรม เช่นโรคเบาหวน โรคความดันโลหิตสู่ง โรคหัวใจเป็นต้น ปฏิเสธประวัติการเจ็บป่วยของบุคคลในครอบครัวด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เอดส์ ซิฟิลิส ปฏิเสธการเจ็บป่วยของบุคคลในครอบครัวด้วยโรคติดต่อร้ายแรงเช่น วัณโรค ไวรัสตับอักเสบ ปฏิเสธการตั้งครรภ์ผิดปกติของบุคคลในครอบครัว เช่น การครรภ์แฝด ตั้งครรไข่ปลาอุก การคลอกท่ากัน เป็นต้น และยอมรับบุคคลในครอบครัวใช้สารเสพติด คือบุหรี่ บุคคลที่ใช้ คือสามี โดย สูบวันละ 6-7 ม้วน
PI : หญิงตั้งครรภ์ G3P2 GA 40+® weeks by LMP ประจำเดือนวันแรกของครั้งสุดท้าย คือ วันที่ 25มกราคม พ.ศ. 2567 EDC วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ฝากครรภ์จำนวน 16 ครั้ง ฝากครรภ์ครั้งแรกเมื่ออายุครรภ์ 10+6 weeks by LPM ฝากครรภ์ที่ รพ.สต กะลุวอ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ คือ HIV non-reaction, VORL non-reaction, HBsAg negative, Hct ครั้งที่ 1 36.7% ครั้งที่ 2 35% 1 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาลมีน้ำเดิน ไม่มีอาการเจ็บครรภ์
แรกรับห้องคลอด (03.32 น.)
BP 153/110 mmHg ,FHS 154 bpm ,UC interval 5 นาที duration 20 วินาที intensity +
PV: Cervix dilatation 1 cm, Effacement 25%, Station -2, Membrane leak, Vertex presentatio
ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
UPCR = 0.75 ,Urine protein 1+ ,BUN = 3.7 mg/dL ,Creatinine = 0.51 mg/dL
ความก้าวหน้าของการคลอด
09.20 น. ได้รับ PGE2 1 tab PV
14.00 น. Cx dilatation 5 cm, Effacement 75%, Station -2
14.40 น. Fully dilatation, Effacement 100%, Station 0
การคลอด
14.58 น. Normal labor with Left mediolateral episiotomy และ First degree tear
ได้รับ Syntocinon 10 units IM หลังคลอด
ข้อมูลทารก
-เพศหญิง
-น้ำหนัก 3,780 กรัม
-Apgar score 1 นาที = 9 คะแนน, 5 และ 10 นาที = 10 คะแนน
-ได้รับ Vit K, HBV vaccine และ Terramycin eye ointment
ระยะที่ 3 ของการคลอด
-15.06 น. รกคลอดสมบูรณ์โดย Modified Credé’s maneuver
-Blood loss 200 mL
-ได้รับ Syntocinon 40 units IV + Cytotec 4
2 ชั่วโมงหลังคลอด
-รู้สึกตัวดี GCS 15 คะแนน
-มดลูกหดรัดตัวดี อยู่ต่ำกว่าสะดือ
-เลือดออกทางช่องคลอดประมาณ 50 mL
-ไม่มี Active bleeding
-ปวดแผลฝีเย็บ Pain score 5 คะแนน
-REEDA scale 1 คะแนน
-BP 151/84 mmHg
-ไม่มีอาการปวดศีรษะ ตาพร่ามัว หรือจุกแน่นใต้ลิ้นปี่