Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กรณีศึกษา - Coggle Diagram
กรณีศึกษา
-
LAB
LAB 1 4/12/68
ผลตรวจ CBC
Hb 12.3 g/dL (ปกติ ≥11 g/dL)
อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่พบภาวะโลหิตจาง
Hct 37.7% (ปกติ 33–39%)
อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่พบภาวะซีด
MCV 89.9 fL (ปกติ 80–100 fL)
เม็ดเลือดแดงมีขนาดปกติ
MCH 29.9 pg (ปกติ 27–33 pg)
ปริมาณฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงปกติ
-
LAB 2 28/04/69
ผลตรวจ CBC
Hb 12.8 g/dL (ปกติ ≥11 g/dL)
อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่พบภาวะโลหิตจาง
Hct 38.4% (ปกติ 33–39%)
อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่พบภาวะซีด
MCV 89.4 fL (ปกติ 80–100 fL)
เม็ดเลือดแดงมีขนาดปกติ
MCH 29.9 pg (ปกติ 27–33 pg)
ปริมาณฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงปกติ
คัดกรองโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
VDRL : Negative
ผลปกติ ไม่พบการติดเชื้อซิฟิลิส
Anti-HIV : Negative
ผลปกติ ไม่พบการติดเชื้อ HIV
-
-
-
การวางแผนครอบครัว
-
ก่อนตั้งครรภ์
คุณแม่ใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน (Emergency Contraceptive Pills)
ถือว่าไม่ใช่วิธีคุมกำเนิดระยะยาวที่แนะนำ เพราะ
ประสิทธิภาพต่ำกว่าวิธีคุมกำเนิดประจำ
หากใช้บ่อยอาจทำให้ประจำเดือนคลาดเคลื่อน
เหมาะใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉิน เช่น ถุงยางแตก ลืมกินยาคุม
ดังนั้นหากต้องการคุมกำเนิดในอนาคต ควรเลือกวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า
ข้อมูลผู้ป่วย
ประวัติทางสูติกรรม
G1P0A0L0 GA 37 week By Ultrasound LMP 19/09/68 EDC 26/06/69 มาฝากครรภ์ครั้งแรกเดือน ธันวาคม 2568 ฝากครรภ์มาแล้ว 10 ครั้ง ประจำเดือนครั้งแรกมาตอนอายุ 12 ปี เคยใช้ยาคุมฉุกเฉินคุมกำเนิดก่อนการตั้งครรภ์
ข้อมูลส่วนตัวผู้ป่วย
ว/ด/ป 22 ตุลาคม 2545
ไม่มีโรคประจำตัว
ครอบครัวมีโรคประจำตัวเป็น ความดันโลหิตสูง(ยาย)
อาชีพพนักงานประจำ
สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย
ศาสนาพุทธ สิทธิประกันสังคม
-
-
BMI
น้ำหนักก่อนการตั้งครรภ์ 58 g ส่วนสูง 162 cm ค่า BMI 22.1 kg/m² ( ปกติ 18.5-24.9 ) ผลปกติ ไม่พบภาวะน้ำหนักเกิน หรือน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
การแนะนำมารดาตามไตรมาส
-
Trimester 3
นับลูกดิ้นทุกวัน
นับหลังรับประทานอาหาร
ควรดิ้น ≥10 ครั้งใน 2 ชั่วโมง
เหตุผล เป็นวิธีเฝ้าระวังภาวะทารกขาดออกซิเจน
สังเกตอาการครรภ์เป็นพิษ
ปวดศีรษะรุนแรง ตาพร่า จุกแน่นลิ้นปี่ บวมมาก
เหตุผล อาจเป็นภาวะ Preeclampsia ซึ่งเป็นอันตรายต่อแม่และทารก
เตรียมตัวคลอด
เตรียมเอกสาร เตรียมของใช้แม่และเด็ก วางแผนการเดินทางมาโรงพยาบาล
เหตุผล ปัจจุบันมารดาอายุครรภ์ 37+4 สัปดาห์ จัดเป็นครรภ์ครบกำหนด (Term Pregnancy) สามารถเข้าสู่ระยะคลอดได้ทุกเวลา
สังเกตอาการเจ็บครรภ์จริง
ปวดท้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ปวดถี่ขึ้นและแรงขึ้น มีมูกเลือด น้ำเดิน
เหตุผล เป็นสัญญาณเข้าสู่ระยะคลอด
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
แนะนำให้นมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรก
เหตุผล ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการติดเชื้อ และส่งเสริมสายสัมพันธ์แม่ลูก
การคุมกำเนิดหลังคลอด
มารดาวางแผนฝังยาคุมกำเนิด
เหตุผล เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัยต่อการให้นมบุตร และเหมาะกับมารดาที่เคยใช้ยาคุมฉุกเฉินมาก่อน
Trimester 1
การรับประทานอาหาร
รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีน ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก
เหตุผล กรดโฟลิกช่วยลดความเสี่ยงความพิการของระบบประสาททารก (Neural Tube Defect) ซึ่งกำลังพัฒนาในช่วงแรกของการตั้งครรภ์
การพักผ่อน
นอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน
เหตุผล ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนสูง อาจเกิดอาการอ่อนเพลียได้ง่าย
หลีกเลี่ยงสารอันตราย
งดบุหรี่ แอลกอฮอล์ ยาสมุนไพร และยาที่ไม่ได้รับคำสั่งแพทย์
เหตุผล เป็นช่วงสร้างอวัยวะสำคัญของทารก (Organogenesis) เสี่ยงต่อความพิการแต่กำเนิด
อาการผิดปกติที่ต้องรีบพบแพทย์
เลือดออกทางช่องคลอด ปวดท้องรุนแรง อาเจียนมากจนรับประทานอาหารไม่ได้
เหตุผล อาจบ่งถึงภาวะแท้งหรือการตั้งครรภ์นอกมดลูก
ยาหรือวัคซีนที่ได้รับ
ยารับประทาน
Folic Acid
หน้าที่สำคัญ
ช่วยสร้าง neural tube (ระบบประสาททารก)
ป้องกันความพิการ:
Spina bifida
Anencephaly
เหตุผลต้องกิน
Neural tube ปิดตั้งแต่ สัปดาห์ที่ 3–4 ของการตั้งครรภ์
หลายคนยังไม่รู้ว่าท้อง → จึงต้องเริ่มกินตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์
ปริมาณที่แนะนำ
ปกติ: 400–800 mcg/day
กรณีเสี่ยงสูง (เคยมีลูกพิการท่อประสาท): อาจสูงถึง 4–5 mg/day (ตามแพทย์สั่ง)
Triferdine
Triferdine คืออะไร
โดยทั่วไปเป็นยาเสริมในหญิงตั้งครรภ์ที่มี:
Iron (ธาตุเหล็ก), Folic acid, Iodine (ไอโอดีน)
เหตุผลที่ต้องกิน
1. ธาตุเหล็ก (Iron)
เพิ่มการสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโลหิตจางในครรภ์
ลดความเสี่ยง: คลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักน้อย
2. ไอโอดีน (Iodine)
จำเป็นต่อการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์
สำคัญต่อพัฒนาการสมองทารก ขาด → เสี่ยงสมองช้า / cretinism
ปริมาณที่แนะนำ (WHO)
ธาตุเหล็ก: 30–60 mg/day
ไอโอดีน: ประมาณ 250 mcg/day ในหญิงตั้งครรภ์
โฟเลต: ตามสูตรรวมในยา
Calcium Carbonate
Calcium carbonate
เป็นยาเสริมแคลเซียมที่ใช้ในหญิงตั้งครรภ์ เพื่อให้มารดาได้รับแคลเซียมเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายและการเจริญเติบโตของทารก
วัตถุประสงค์เพื่อ
ส่งเสริมการสร้างกระดูกและฟันของทารกในครรภ์
ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกของมารดา
ลดความเสี่ยงต่อภาวะ Preeclampsia (ครรภ์เป็นพิษ) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับแคลเซียมจากอาหารไม่เพียงพอ
ปริมาณที่แนะนำ
หญิงตั้งครรภ์ทั่วไป ควรได้รับแคลเซียมรวมประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
หญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ อาจพิจารณาให้แคลเซียมเสริม 1,500–2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ตามดุลยพินิจของแพทย์
-
การตรวจร่างกาย
ตรวจศีรษะและใบหน้า
ไม่มีอาการซีด ( conjunctival pallor)
ไม่พบอาการตาเหลือง (jaundice)
ไม่พบอาการบวมรอบตา (facial edema)
การมองเห็น ตาพร่ามัวบางครั้ง
-
-
ตรวจหัวใจและปอด
ฟังเสียงหัวใจไม่พบเสียง murmur, ชีพจร 100 ครั้ง/นาที ไม่พบ tachycardia
ไม่พบฟังปอด crepitation (crepitation → น้ำท่วมปอดในครรภ์เป็นพิษ) มีอาการหายใจลำบากเนื่องจากมดลูกดันกระบังลมและปอด
-
-
-
-
-
-