Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Blockchain, นางสาวชัญญานุช เสาะหาได้ ลจ.4/4 - Coggle Diagram
Blockchain
การนำไปประยุกค์ใช้
การเงินและการลงทุน (Fintech & Cryptocurrency): ใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโอนเงินข้ามประเทศ สินทรัพย์ดิจิทัล การกู้ยืมแบบกระจายศูนย์ (DeFi) และช่วยให้ธุรกรรมรวดเร็วและต้นทุนถูกลง
ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management): ใช้ติดตามที่มาของสินค้า เช่น การตรวจสอบผักออร์แกนิกจากฟาร์มไหน หรือตรวจยาส่งตรงจากโรงงานเพื่อป้องกันยาปลอม
การแพทย์และสุขภาพ (Healthcare): จัดเก็บและแชร์ประวัติผู้ป่วย (EHR) ข้ามโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย เพื่อให้แพทย์รักษาได้รวดเร็วขึ้นโดยไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว
การยืนยันตัวตน (Digital Identity): ป้องกันการปลอมแปลงเอกสารสำคัญ เช่น การออกใบปริญญาบัตร หรือบัตรประจำตัวประชาชนดิจิทัล
สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts): นำโค้ดมาใช้แทนสัญญาแบบเดิม สามารถทำตามเงื่อนไขที่ระบุไว้และดำเนินการอัตโนมัติเมื่อครบกำหนด เช่น การเคลมประกันทันทีที่เกิดอุบัติเหตุ
ขั้นตอน
การบันทึกธุรกรรม (Transaction & Create Block): เมื่อเกิดการทำธุรกรรม (เช่น การโอนเงินหรือข้อมูล) ข้อมูลจะถูกรวบรวมและสร้างเป็น "บล็อก" (Block) ขึ้นมาใหม่
การตรวจสอบและยืนยัน (Validation & Consensus): คอมพิวเตอร์ในเครือข่ายจะร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรม ตามกฎเกณฑ์ของระบบ (เช่น Proof of Work หรือ Proof of Stake) เมื่อทุกคนเห็นตรงกัน (Consensus) จึงจะถือว่าผ่านการรับรอง
การกระจายข้อมูล (Broadcast): บล็อกใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นจะถูกส่งกระจายไปยังคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง (Node) ในเครือข่ายบล็อกเชน
การเพิ่มบล็อกลงในเครือข่าย (Add to Chain): บล็อกที่ได้รับการยืนยันแล้วจะถูกนำไปต่อเข้ากับบล็อกก่อนหน้าอย่างถาวร เรียงร้อยกันเป็นลูกโซ่ ทำให้ไม่สามารถแก้ไขหรือลบข้อมูลย้อนหลังได้
ประโยช์
ความปลอดภัยสูง (Security): ข้อมูลถูกเข้ารหัสและกระจายไปยังทุกเครื่องในเครือข่าย ทำให้แฮกเกอร์แก้ไขหรือปลอมแปลงข้อมูลได้ยากมาก
ลดการพึ่งพาตัวกลาง (Decentralization): ตัดปัญหาการใช้คนกลาง (เช่น ธนาคาร หรือ โบรกเกอร์) ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความรวดเร็วในการทำธุรกรรม
ความโปร่งใส (Transparency): ผู้ใช้งานทุกคนในเครือข่ายสามารถตรวจสอบและติดตามประวัติการทำธุรกรรมย้อนหลังได้ตลอดเวลา
ตรวจสอบย้อนหลังได้ทันที (Traceability): เหมาะสำหรับการตรวจสอบที่มาของสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภค)
คุณลักษณะพื้นฐาน
ความโปร่งใส (Transparency): ผู้ใช้งานทุกคนในเครือข่ายสามารถตรวจสอบย้อนกลับประวัติการทำธุรกรรมหรือดูข้อมูลชุดเดียวกันทั้งหมดได้แบบเรียลไทม์
ความปลอดภัย (Security & Immutability): ข้อมูลที่ถูกบันทึกและยืนยันแล้วจะไม่สามารถแก้ไขหรือลบล้างได้ (Immutability) เนื่องจากการเชื่อมโยงข้อมูลแต่ละบล็อกใช้รหัส Hash Function ซึ่งหากมีการแก้ไขข้อมูลเพียงเล็กน้อย ค่ารหัสจะเปลี่ยนไปทันทีและไม่ตรงกับเครือข่ายอื่น ทำให้ระบบปฏิเสธข้อมูลนั้น
การกระจายศูนย์ (Decentralization): ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเครือข่าย (Nodes) แทนที่จะรวมไว้ที่เซิร์ฟเวอร์กลาง ทำให้ระบบยังคงทำงานได้แม้ว่าบางเครื่องจะเสียหาย และปราศจากการควบคุมโดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง
การทำธุรกรรมโดยตรง (Peer-to-Peer): ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมและโอนถ่ายข้อมูลระหว่างกันได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง
ความหมาย
คือ เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger) ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนสมุดบัญชีกลางดิจิทัล ข้อมูลที่ถูกบันทึกในแต่ละบล็อกจะถูกร้อยเรียงต่อกันเป็นลูกโซ่ผ่านการเข้ารหัส จุดเด่นคือมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ แก้ไขหรือปลอมแปลงได้ยาก และไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางอย่างธนาคารหรือรัฐบาล
วิวัฒนาการ
เทคโนโลยี Blockchain เริ่มต้นจากแนวคิดการประทับเวลาบนเอกสารดิจิทัลในปี 1991 ก่อนจะถูกนำมาพลิกโฉมเป็นรากฐานของเงินสกุลบิตคอยน์ในปี 2008 และพัฒนาสู่ยุคแห่งสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) ที่กระจายการใช้งานไปสู่ภาคธุรกิจ การเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) และสินทรัพย์ดิจิทัล
ความหมาย
บล็อกเชน (Blockchain) คือ เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูล (Data Structure) ในรูปแบบของสมุดบัญชีดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Ledger) ข้อมูลที่ถูกบันทึกจะได้รับการเข้ารหัสและเชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่ (Chain) ทำให้ยากต่อการแก้ไขหรือปลอมแปลง มีความโปร่งใส ปลอดภัย และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตัวกลาง
-