Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Gestational Diabetes Mellitusโรคเบาหวานในสตรีตั้งครรภ์ - Coggle Diagram
Gestational Diabetes Mellitusโรคเบาหวานในสตรีตั้งครรภ์
ข้อมูลสนับสนุน
1. ผลการคัดกรองและวินิจฉัยน้ำตาลระหว่างตั้งครรภ์
Screening GDM: CGT = 148 mg% ที่ GA 32 สัปดาห์
ผล OGTT = 92, 186, 156, 130 mg% ซึ่งเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยเบาหวานขณะตั้งครรภ์
2. มีการรักษาและติดตามการควบคุมระดับน้ำตาล
แพทย์ให้คำแนะนำ ควบคุมอาหาร (diet control) และระบุว่าสามารถคุมน้ำตาลได้ดีตลอดการตั้งครรภ์
3. ระดับน้ำตาลระหว่างการคลอด
ตรวจ DTX ระหว่างคลอดประมาณ 98–100 mg% แสดงว่ามีการเฝ้าระวังภาวะเบาหวาน
ความหมานย
เบาหวานขณะตั้งครรภ์ในกรณีศึกษานี้ หมายถึงภาวะที่มารดามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงระหว่างตั้งครรภ์จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระหว่างการตั้งครรภ์ ส่งผลให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน
สาเหตุ
ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ของมารดาในกรณีศึกษานี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาในระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอิทธิพลของฮอร์โมนจากรกที่มีฤทธิ์ต้านการทำงานของอินซูลิน ส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้กลูโคสในเลือดเพิ่มสูงขึ้นจนเกิดภาวะ Gestational Diabetes Mellitus ในระหว่างตั้งครรภ์
ขนิด
ชนิดของเบาหวานขณะตั้งครรภ์ในกรณีศึกษานี้
จากข้อมูลของกรณีศึกษานี้ ระบุการวินิจฉัยเป็น Gestational Diabetes Mellitus ชนิด A1 (GDM A1)
การวินิจฉัย
ผลการตรวจคัดกรองเบาหวาน
• CGT = 148 mg% ซึ่งสูงกว่าค่าปกติ จึงต้องตรวจยืนยัน
ผลการตรวจ OGTT
Fasting = 92 mg% (ปกติ)
1 ชั่วโมง = 186 mg% (ผิดปกติ)
2 ชั่วโมง = 156 mg% (ผิดปกติ)
3 ชั่วโมง = 130 mg% (ปกติ)
ดังนั้น พบค่าผิดปกติ 2 ค่า คือ ค่า 1 ชั่วโมง ค่า 2 ชั่วโมง
อาการและอาการแสดง
1. มารดาส่วนใหญ่มัก ไม่มีอาการชัดเจน และตรวจพบจากการตรวจคัดกรองระหว่างฝากครรภ์
2. มี ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ จากการตรวจคัดกรอง เช่น Glucose Challenge Test (GCT) หรือ Oral Glucose Tolerance Test (OGTT)
3. ปัสสาวะบ่อย (Polyuria) เนื่องจากร่างกายพยายามขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ
4. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เนื่องจากร่างกายไม่สามารถนำกลูโคสไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. หิวบ่อย (Polyphagia) จากภาวะการใช้พลังงานของร่างกายผิดปกติ
6. น้ำหนักแรกเกิดทารก 3760 กรัม
ภาวะแทรกซ้อน
ภาวะแทรกซ้อนของมารดา
1. ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ หรือครรภ์เป็นพิษ
2. การคลอดยาก (Dystocia) เนื่องจากทารกตัวโต
3. มีโอกาสต้องผ่าตัดคลอดเพิ่มขึ้น
4. ตกเลือดหลังคลอด (Postpartum hemorrhage)
5. การติดเชื้อได้ง่าย เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
6. มีความเสี่ยง พัฒนาเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคต
ภาวะแทรกซ้อนของทารก
1. ทารกตัวโต (Macrosomia)
2. ภาวะขาดออกซิเจนขณะคลอด ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะ Birth Asphyxia
3. ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหลังคลอด (Neonatal hypoglycemia)
4. ภาวะหายใจลำบากในทารกแรกเกิด (Respiratory distress)
5. ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด (Neonatal jaundice)
6. มีความเสี่ยงต่อ การบาดเจ็บระหว่างคลอด เช่น ไหล่ติด (Shoulder dystocia)
แผนการรักษา
1. การควบคุมอาหาร (Diet control)
• รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
• จำกัดอาหารที่มีน้ำตาลสูง
• แบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยหลายมื้อ
2. การออกกำลังกายที่เหมาะสม
• เช่น การเดินเบา ๆ วันละประมาณ 20–30 นาที
• ช่วยให้ร่างกายใช้กลูโคสได้ดีขึ้น
3. การติดตามระดับน้ำตาลในเลือด
• ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะ
• เพื่อติดตามการควบคุมโรค
4. การรักษาด้วยอินซูลิน (ถ้าควบคุมไม่ได้)
• แพทย์อาจพิจารณาให้ Insulin therapy เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
5. การติดตามสุขภาพทารกในครรภ์
• ตรวจการเจริญเติบโตของทารก
• ตรวจการเต้นของหัวใจทารก (Fetal monitoring)
6. การวางแผนการคลอดอย่างเหมาะสม
• ประเมินขนาดทารกและภาวะแทรกซ้อน
• เพื่อป้องกันการคลอดยากหรือภาวะแทรกซ้อนระหว่างคลอด