Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การตั้งครรภ์เกินกำหนด (Post Term, Prolonged Pregnancy) - Coggle Diagram
การตั้งครรภ์เกินกำหนด (Post Term, Prolonged Pregnancy)
ข้อมูลสนับสนุน
อายุครรภ์ 42+1 สัปดาห์ by ultrasound
กำหนดคลอด (EDC) 7 กุมภาพันธ์ 2569 แต่เข้ารับการรักษาวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 (เกินกำหนด 15 วัน)
Ultrasound พบ Placenta grade III แสดงถึงรกเสื่อมตามอายุครรภ์
ค่า AFI = 8.23 cm (ค่าค่อนข้างต่ำในครรภ์ 42 สัปดาห์)
Estimated fetal weight 3,680 กรัม และน้ำหนักแรกคลอด 3,760 กรัม (ทารกน้ำหนักมาก)
เกิดภาวะ fetal distress ระหว่างคลอด (FHR ลดลงเหลือ 100–110 bpm)
ต้องช่วยคลอดด้วย Vacuum extraction เนื่องจาก fetal distress
ทารกต้องได้รับการดูแลใกล้ชิดและส่งสังเกตอาการที่ NICU หลังคลอด
สาเหตุ
- ไม่มีการชักนำการคลอดก่อนอายุครรภ์ครบ 42 สัปดาห์ ทำให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อเนื่องจนถึง 42+1 สัปดาห์
- ระหว่างฝากครรภ์ไม่พบภาวะแทรกซ้อนหรือข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ต้องยุติการตั้งครรภ์ก่อนกำหนด เช่น ความดันโลหิตปกติ การคุมน้ำตาลได้ดี ทารกเจริญเติบโตตามเกณฑ์
- มารดาไม่มีโรคประจำตัวหรือภาวะครรภ์เป็นพิษที่เป็นเหตุให้ต้องเร่งคลอดก่อนกำหนด
- การดำเนินการตั้งครรภ์เป็นไปตามธรรมชาติโดยไม่เกิดการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดคลอด จึงทำให้อายุครรภ์เกิน 42 สัปดาห์
ความหมาย
ในกรณีศึกษานี้ การตั้งครรภ์เกินกำหนด (Post-term pregnancy) หมายถึง ภาวะที่มารดาตั้งครรภ์มีอายุครรภ์มากกว่า 42 สัปดาห์ โดยคำนวณจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายและยืนยันด้วยการตรวจอัลตราซาวด์ ซึ่งในรายนี้มีอายุครรภ์ 42+1 สัปดาห์ ขณะมารับการรักษา จึงถือว่าเป็นการตั้งครรภ์ที่เกินกำหนดคลอดตามเกณฑ์การวินิจฉัยทางสูติศาสตร์
อาการและอาการแสดง
- ค่า AFI 8.23 cm อยู่ระดับค่อนข้างต่ำในครรภ์เกินกำหนด
- ทารกมีน้ำหนักมาก Estimated fetal weight 3,680 กรัม และน้ำหนักแรกคลอด 3,760 กรัม
- Ultrasound พบ Placenta grade III แสดงถึงรกเสื่อมตามอายุครรภ์
- ระหว่างคลอดพบภาวะ fetal distress FHR ลดลงเหลือ 100–110 ครั้งต่อนาที
- ระดับยอดมดลูก 36 เซนติเมตร
- ต้องช่วยคลอดด้วย Vacuum extraction เนื่องจาก fetal distress
- อายุครรภ์ 42+1 สัปดาห์ เกินกำหนดคลอด
- ทารกแรกเกิดมีอาการปลายมือปลายเท้าเขียว ต้อง suction และให้ออกซิเจน
การวินิจฉัย
- วินิจฉัยจากอายุครรภ์ 42+1 สัปดาห์ ซึ่งมากกว่าหรือเท่ากับ 42 สัปดาห์ตามเกณฑ์การวินิจฉัย Post-term pregnancy
- คำนวณจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย LMP วันที่ 30 เมษายน 2568 และกำหนดคลอด EDC วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569
- ยืนยันอายุครรภ์ด้วยการตรวจอัลตราซาวด์ตั้งแต่ไตรมาสแรก GA 12+3 สัปดาห์ ทำให้การกำหนดอายุครรภ์มีความแม่นยำ
- วันที่มารับการรักษา 22 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเกินกำหนดคลอด 15 วัน
ภาวะแทรกซ้อน
ภาวะแทรกซ้อนด้านมารดา
- การคลอดยากและการดำเนินการคลอดยาวนาน เนื่องจากทารกน้ำหนักมาก 3,760 กรัม
- เกิดภาวะ fetal distress ทำให้ต้องช่วยคลอดด้วย Vacuum extraction
- แผลฝีเย็บฉีกขาดระดับที่ 3 และมี hematoma บริเวณแผลฝีเย็บ ต้อง stitch off เอา blood clot ออกประมาณ 300–500 ml และเย็บใหม่
- ภาวะมดลูกปลิ้นบางส่วน incomplete uterine inversion ระหว่างทำคลอดรก ต้อง manual removal of placenta
- ภาวะตกเลือดหลังคลอด จาก blood clot หลายครั้ง รวมปริมาณเลือดออกมาก
- ภาวะซีดจากการเสียเลือด Hb 9.5 g/dl
ภาวะแทรกซ้อนด้านทารก
- ภาวะ fetal distress ระหว่างคลอด FHR ลดเหลือ 100–110 ครั้งต่อนาที
- ต้องช่วยคลอดด้วย Vacuum extraction
- ทารกแรกเกิดมีอาการปลายมือปลายเท้าเขียว ต้อง suction และให้ออกซิเจน
- มีภาวะก้อนนูนที่ศีรษะ ขอบชัดเจน ขนาดประมาณ 5–6 cm สัมพันธ์กับการใช้เครื่องดูดสุญญากาศ
- ต้องรับไว้สังเกตอาการที่ NICU
พยาธิสภาพ
ในกรณีศึกษานี้ มารดามีอายุครรภ์ 42+1 สัปดาห์ ทำให้รกมีการเสื่อมสภาพตามอายุครรภ์ เห็นได้จากการตรวจพบรก grade III ส่งผลให้ประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือดและการแลกเปลี่ยนออกซิเจนระหว่างมารดาและทารกลดลง เกิดภาวะ uteroplacental insufficiency เมื่อทารกได้รับออกซิเจนลดลงจึงเกิดภาวะ fetal distress ระหว่างคลอด โดยพบอัตราการเต้นของหัวใจทารกลดลงเหลือ 100–110 ครั้งต่อนาที จำเป็นต้องช่วยคลอดด้วยเครื่องดูดสุญญากาศนอกจากนี้การตั้งครรภ์เกินกำหนดยังสัมพันธ์กับทารกน้ำหนักมาก ซึ่งในรายนี้น้ำหนักแรกคลอด 3,760 กรัม ทำให้การคลอดยาก เพิ่มแรงกดต่อช่องทางคลอด ส่งผลให้มารดาเกิดแผลฝีเย็บฉีกขาดระดับที่ 3 มีการเกิดก้อนเลือดคั่ง และมีภาวะแทรกซ้อนในระยะที่สามของการคลอด ได้แก่ มดลูกปลิ้นบางส่วนร่วมกับการเสียเลือดหลังคลอด
การรักษาที่ได้รับ
- เฝ้าระวังภาวะทารกเครียดด้วยการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจทารกอย่างต่อเนื่องด้วย EFM
- ให้ออกซิเจนทางหน้ากาก 10 ลิตรต่อนาทีเมื่อพบ FHR ลดลง
- ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังรก
- รายงานแพทย์เมื่อพบภาวะ fetal distress
- ช่วยคลอดด้วย Vacuum extraction เนื่องจากเกิดภาวะ fetal distress จากการเสื่อมของรกในครรภ์เกินกำหนด
- ทำ Active management of third stage of labor เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในครรภ์เกินกำหนด
- ทารกได้รับการดูแลใกล้ชิดหลังคลอดและส่งสังเกตอาการที่ NICU