Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภาวะคลอดยากชนิด Secondary arrest of dilatation - Coggle Diagram
ภาวะคลอดยากชนิด Secondary arrest of dilatation
ข้อมูลสนับสนุน
1. ปากมดลูกมีการเปิดก้าวหน้าก่อน แล้วหยุดเปิด
- เวลา 11.00 น. Cervix dilate 3 cm
- เวลา 12.00 น. Cervix dilate 5 cm
- เวลา 13.30 น. Cervix dilate 5 cm
- เวลา 14.00 น. Cervix dilate 5 cm
- เวลา 14.10 น. Cervix dilate 5 cm
2. มดลูกหดรัดตัวเพียงพอ แต่ปากมดลูกไม่เปิดเพิ่ม
- Interval 2-5 นาที
- Duration 30-55 วินาที
- Severity ++ ถึง +++
- ได้รับ Oxytocin เพิ่ม rate จนถึง 25 ml/hr
3. ส่วนนำไม่เคลื่อนต่ำ - Station = -1 ตลอดช่วงเฝ้าคลอด - ศีรษะทารกไม่เคลื่อนลงแม้มีการหดรัดตัวแรง 4. มีภาวะแทรกซ้อนตามมา - PV พบก้อนเนื้อนุ่มเต้นตุบ ๆ (สงสัยสายสะดือย้อย) - FHS ลดเหลือ 90-100 bpm - Monitor wบ Variable deceleration (Category II)
ความหมาย
ความหมายของภาวะคลอดยาก (Dystocia) ชนิด Secondary arrest of dilatation หมายถึง ภาวะที่ปากมดลูกของผู้คลอดมีการเปิดก้าวหน้าแล้ว (จาก 3 ซม. เป็น 5 ซม.) แต่ต่อมาหยุดเปิดคงที่ที่ 5 ซม. นานมากกว่า 2 ชั่วโมง ทั้งที่มดลูกมีการหดรัดตัวดีและได้รับการกระตุ้นด้วย Oxytocin จึงถือว่าเป็นการหยุดชะงักของการเปิดปากมดลูกในระยะ active phase ของการคลอด (Secondary arrest of dilatation) ซึ่งเป็นภาวะคลอดยากประเภทหนึ่ง และนำไปสู่การผ่าตัดคลอดในที่สุด
สาเหตุ
1 ความไม่สมดุลระหว่างศีรษะทารกกับช่องเชิงกราน สงสัย cephalopelvic disproportion เนื่องจาก station คงที่ที่ -1 และศีรษะทารกไม่เคลื่อนต่ำ
2 ปัจจัยด้านส่วนนำของทารก แม้ทารกอยู่ท่า LOA แต่ไม่เกิด descent ทำให้แรงกดต่อปากมดลูกไม่เพียงพอ
3 การหยุดก้าวหน้าของการเปิดปากมดลูก แม้มดลูกหดรัดตัวถี่และแรง และได้รับการกระตุ้นด้วย Oxytocin แล้ว แสดงว่าไม่ได้เกิดจากการหดรัดตัวอ่อนแรงแต่เกิดจากปัจจัยทางกล
การวินิจฉัย
ผู้คลอดเข้าสู่ระยะ active phase แล้ว เนื่องจากปากมดลูกเปิดเพิ่มจาก 3 เซนติเมตร เวลา 11.00 น. เป็น 5 เซนติเมตร เวลา 12.00 น. แสดงว่ามีความก้าวหน้าของการคลอดในช่วงแรก
หลังเวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ปากมดลูกคงที่ที่ 5 เซนติเมตร โดยเวลา 13.30 น. 14.00 น. และ 14.10 น. ตรวจภายในพบว่ายังคงเปิด 5 เซนติเมตร ไม่เปลี่ยนแปลง รวมระยะเวลามากกว่า 2 ชั่วโมง แสดงถึงการหยุดชะงักของการเปิดปากมดลูก
ระหว่างช่วงที่ปากมดลูกหยุดเปิด พบว่ามดลูกมีการหดรัดตัวถี่และแรง Interval ประมาณ 2–3 นาที Duration 40–55 วินาที Severity ++ ถึง +++ และได้รับการกระตุ้นด้วย Oxytocin เพิ่มอัตราการไหลอย่างต่อเนื่องจนถึง 25 ml/hr แสดงว่าการหดรัดตัวเพียงพอ
แม้มดลูกหดรัดตัวดี แต่ส่วนนำของทารกคงที่ที่ station -1 ตลอดช่วงเฝ้าคลอด ศีรษะไม่เคลื่อนต่ำลง แสดงถึงความผิดปกติด้านกลไกการคลอด ทำให้แรงกดต่อปากมดลูกไม่เพียงพอ
จากข้อมูลดังกล่าวจึงวินิจฉัยได้ว่า ผู้คลอดรายนี้มีภาวะคลอดยากในระยะที่ 1 ของการคลอด ชนิด Secondary arrest of dilatation คือ ปากมดลูกหยุดเปิดหลังจากเคยมีความก้าวหน้าแล้วทั้งที่มดลูกหดรัดตัวเพียงพอ
อาการและอาการแสดง
1 ปากมดลูกหยุดเปิด
ตรวจภายในพบว่าปากมดลูกเปิด 5 เซนติเมตร ตั้งแต่เวลา 12.00 น. และคงที่ที่ 5 เซนติเมตร ในเวลา 13.30 น. 14.00 น. และ 14.10 น. ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากกว่า 2 ชั่วโมง
2 มดลูกหดรัดตัวถี่และแรงแต่ไม่เกิดความก้าวหน้า
Interval ประมาณ 2–3 นาที Duration 40–55 วินาที Severity ++ ถึง +++ และได้รับการกระตุ้นด้วย Oxytocin แล้ว แสดงว่าการหดรัดตัวเพียงพอ แต่ปากมดลูกไม่เปิดเพิ่ม
3 ส่วนนำของทารกไม่เคลื่อนต่ำ
Station คงที่ที่ -1 ตลอดช่วงเฝ้าคลอด ศีรษะทารกไม่ descent แม้มดลูกหดรัดตัวดี
4 ระยะเวลาการคลอดยืดเยื้อในระยะ active phase
แม้เข้าสู่ active phase แล้ว แต่ไม่มีความก้าวหน้า ทำให้การคลอดล่าช้า
ภาวะแทรกซ้อน
ด้านมารดา
1 การคลอดยึดเยื้อในระยะ active phase เนื่องจากปากมดลูกหยุดเปิดที่ 5เซนติเมตรมากกว่า 2 ชั่วโมง
2 การได้รับยา Oxytocin ในอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เสี่ยงต่อภาวะมดลูกหดรัดตัวถี่เกินไปและอาจเกิดภาวะมดลูกล้า
3. เสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการตรวจภายในหลายครั้งและการเจาะถุงน้ำคร่ำ
4 ความเสี่ยงต่อการตกเลือดหลังคลอดจากมดลูกล้า ภายหลังการหดรัดตัวถี่และรุนแรงเป็นเวลานาน
5. ต้องได้รับการผ่าตัดคลอดฉุกเฉิน
แผนการรักษา
1 การกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก
แพทย์ทำการ Stripping membrane และให้สารน้ำ 5%D/N/2 1000 ml ผสม Oxytocin 10 unit เริ่มที่อัตรา 5 ml/hr และเพิ่มอัตราการไหลเป็นลำดับจนถึง 25 ml/hr เพื่อกระตุ้นให้ปากมดลูกเปิดเพิ่มและช่วยให้การคลอดก้าวหน้า
2 การเจาะถุงน้ำคร่ำ
ทำ ARM เพื่อช่วยกระตุ้นการคลอดและเพิ่มแรงกดของส่วนนำต่อปากมดลูก
3 การเฝ้าระวังภาวะทารกเครียด
ติดตาม Fetal heart sound อย่างใกล้ชิด และทำ Continuous electronic fetal monitoring เมื่อพบความผิดปกติ
4 การจัดการเมื่อเกิดภาวะ fetal distress
เมื่อ FHS ลดลงเหลือ 90–100 ครั้งต่อนาที และพบ variable deceleration ได้หยุดให้ Oxytocin ทันที ให้ผู้คลอดนอนยกก้นสูง ให้ออกซิเจนทางหน้ากาก 10 ลิตรต่อนาที และปรับเปลี่ยนสารน้ำเป็น Acetar 1000 ml IV drip 120 ml/hr