Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การชักนำการคลอด (Augmentation of labor) - Coggle Diagram
การชักนำการคลอด (Augmentation of labor)
ข้อมูลสนันสนุน
1. ผู้คลอดเข้าสู่ระยะคลอดแล้ว แต่การเปิดของปากมดลูกล่าช้า
• เวลา 08.30 น. ปากมดลูกเปิด 2 ซม. Effacement 50%
• เวลา 11.00 น. เปิด 3 ซม.
• เวลา 13.30 น. เปิดคงที่ที่ 5 ซม. (ไม่มีความก้าวหน้า)
แสดงถึงการดำเนินการคลอดที่ล่าช้า (Protracted labor)
2. การหดรัดตัวของมดลูกในระยะแรกยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
• Interval 10 นาที
• Duration 25 วินาที
• Severity +
ลักษณะยังไม่เป็น adequate uterine contraction
3. แพทย์ทำหัตถการกระตุ้นการคลอด (Membrane stripping)
• เวลา 11.00 น. มีการทำ Stripping membrane
เพื่อกระตุ้นการหลั่ง prostaglandin และเพิ่มการหดรัดตัวของมดลูก
แผนการรักษา
1. ทำ membrane stripping เพื่อกระตุ้นการหลั่ง prostaglandin และส่งเสริมการหดรัดตัวของมดลูก
2. ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ 5% D/N/2 1000 ml ผสม oxytocin 10 units เพื่อกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก
3. ปรับเพิ่มอัตราการให้ oxytocin อย่างต่อเนื่องจาก 5 ml ต่อชั่วโมง เป็น 10 15 20 และ 25 mlต่อชั่วโมง ตามการตอบสนองของการหดรัดตัวของมดลูก
4. ทำ artificial rupture of membrane เพื่อกระตุ้นให้ส่วนนำกดลงที่ปากมดลูกมากขึ้นและเร่งความก้าวหน้าของการคลอด
5. ติดตามอัตราการเต้นหัวใจทารกและลักษณะการหดรัดตัวของมดลูกอย่างใกล้ชิดด้วยการฟัง FHS และการ monitor EFM
6. เมื่อพบภาวะ fetal distress ให้หยุด oxytocin ทันที ให้ออกซิเจนทางหน้ากาก 10 ลิตรต่อนาที จัดท่านอนยกก้นสูง และดันส่วนนำเพื่อลดการกดทับสายสะดือ
4. ได้รับ Oxytocin infusion เพื่อกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก
• ให้ 5% D/N/2 1000 ml + Oxytocin 10 units
• เริ่มที่ 5 ml/hr และเพิ่มเป็น 10, 15, 20 และ 25 ml/hr
แสดงถึงการทำ Augmentation ด้วยยา
5. มีการทำ Artificial Rupture of Membrane (ARM)
• เวลา 13.30 น. เปลี่ยนจาก MI เป็น MR
การเจาะถุงน้ำคร่ำเป็นอีกวิธีหนึ่งของการ Augmentation
ความหมาย
Augmentation of labor หมายถึง การกระตุ้นหรือเสริมให้การหดรัดตัวของมดลูกมีประสิทธิภาพมากขึ้นภายหลังจากที่ผู้คลอดเข้าสู่ระยะคลอดแล้ว แต่การดำเนินของการคลอดล่าช้าหรือการเปิดขยายของปากมดลูกไม่ก้าวหน้า
สาเหตุ
การดำเนินการคลอดล่าช้า เนื่องจากการเปิดขยายของปากมดลูกเป็นไปอย่างช้า โดยเวลา 08.30 น. ปากมดลูกเปิด 2 ซม. และเวลา 11.00 น. เปิดเพียง 3 ซม. แสดงถึงความก้าวหน้าที่ไม่เหมาะสม
มีช่วงที่ปากมดลูกไม่ก้าวหน้า โดยเวลา 12.00 น. เปิด 5 ซม. และเวลา 13.30 น. ยังคงเปิด 5 ซม. แสดงถึงภาวะ protracted labor
การหดรัดตัวของมดลูกในระยะแรกยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ มี interval ห่าง 10 นาที duration 25 วินาที และความรุนแรงระดับ + ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการเปิดขยายของปากมดลูกอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนนำของทารกอยู่ที่ station -1 แสดงว่าส่วนนำยังไม่เคลื่อนต่ำลงเพียงพอ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับแรงหดรัดตัวของมดลูกที่ไม่เหมาะสม
การวินิจฉัย
วินิจฉัยว่าผู้คลอดมีภาวะการดำเนินการคลอดล่าช้าในระยะที่ 1 ของการคลอด เนื่องจากการเปิดขยายของปากมดลูกเป็นไปอย่างช้า และมีช่วงที่ไม่ก้าวหน้า
พบว่าการหดรัดตัวของมดลูกในระยะแรกยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ โดยมี interval ห่าง duration สั้น และความรุนแรงระดับต่ำ ส่งผลต่อความก้าวหน้าของการเปิดปากมดลูก
จากข้อมูลการเฝ้าคลอด พบว่าปากมดลูกเปิดจาก 2 ซม. เป็น 3 ซม. ภายใน 2 ชั่วโมง และต่อมาคงที่ที่ 5 ซม. นานกว่า 1 ชั่วโมง แสดงถึง protracted labor
แพทย์จึงวินิจฉัยว่าควรให้การกระตุ้นการคลอด โดยการทำ membrane stripping การให้ oxytocin infusion และการทำ artificial rupture of membrane
อาการและอาการแสดง
การเปิดขยายของปากมดลูกล่าช้า โดยเริ่มต้นที่ 2 ซม. และเพิ่มขึ้นช้า รวมทั้งมีช่วงที่คงที่ที่ 5 ซม. แสดงถึงความก้าวหน้าที่ไม่เหมาะสม
การหดรัดตัวของมดลูกในระยะแรกไม่สม่ำเสมอและไม่เพียงพอ โดยมี interval ห่าง 10 นาที duration 25 วินาที และความรุนแรงระดับ +
3. ภายหลังได้รับ oxytocin พบว่าการหดรัดตัวถี่และรุนแรงขึ้น โดย interval ลดลงเหลือประมาณ 2 นาที duration เพิ่มขึ้นถึง 55 วินาที และความรุนแรงระดับ +++
4. ภายหลังการกระตุ้นการคลอด พบความผิดปกติของอัตราการเต้นหัวใจทารก โดย FHS ลดลงเหลือ 90 ถึง 100 ครั้งต่อนาที และพบ variable deceleration จากการติดตามด้วย EFM
5. ตรวจภายในพบสายสะดือย้อย คลำได้ก้อนเนื้อนุ่มเต้นตุบ ๆ กระทบนิ้ว ภายหลังการทำ ARM
ภาวะแทรกซ้อน
มดลูกหดรัดตัวถี่และรุนแรงมากเกิน หรือ uterine tachysystole ภายหลังได้รับ oxytocin ในอัตราที่เพิ่มขึ้น โดยพบ interval ประมาณ 2 นาที duration 55 วินาที และความรุนแรงระดับ +++
เสี่ยงต่อภาวะมดลูกแตกจากการหดรัดตัวรุนแรงต่อเนื่อง แม้ในรายนี้ยังไม่เกิดภาวะดังกล่าว แต่ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญของการกระตุ้นการคลอด
ความเครียดและความวิตกกังวลจากภาวะฉุกเฉิน เมื่อเกิด fetal distress และต้องเตรียมผ่าตัดคลอดฉุกเฉิน
การได้รับการผ่าตัดคลอดฉุกเฉิน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด เช่น การตกเลือด การติดเชื้อ และการฟื้นตัวช้ากว่าการคลอดทางช่องคลอด
ภาวะแทรกซ้อน
ภาวะแทรกซ้อนต่อทารก
1. ภาวะทารกในครรภ์ขาดออกซิเจน จากการที่มดลูกหดรัดตัวถี่ทำให้เลือดไหลเวียนไปยังรกลดลง
2. อัตราการเต้นหัวใจทารกผิดปกติ โดยพบ fetal heart rate ลดลงเหลือ 90 ถึง 100 ครั้งต่อนาที
3. พบ variable deceleration จากการติดตามด้วย EFM จัดอยู่ใน Category II แสดงถึงภาวะ fetal distress
4. สายสะดือย้อยภายหลังการทำ artificial rupture of membrane ทำให้สายสะดือถูกกดทับระหว่างส่วนนำกับกระดูกเชิงกราน ส่งผลให้เลือดผ่านสายสะดือลดลงและเกิดภาวะทารกขาดออกซิเจนเฉียบพลัน