Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การออกแบบขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม (อัลกอริทึม) - Coggle Diagram
การออกแบบขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม
(อัลกอริทึม)
การออกแบบดดยใช่ภาษาธรรมชาติ (Natural language)
หลักการเขียน (Key Principles)
การเขียนด้วยภาษาธรรมชาติไม่มีรูปแบบตายตัวที่เคร่งครัดเหมือนภาษาคอมพิวเตอร์ แต่ควรยึดหลักดังนี้:
ลำดับต้องชัดเจน: เรียงจาก 1, 2, 3... จากบนลงล่าง
ภาษากระชับ: สื่อสารตรงไปตรงมา ไม่กำกวม
มีจุดเริ่มต้นและจุดจบ: ต้องระบุเสมอว่าเริ่มที่ไหนและจบที่ไหน (Start / End)
ครอบคลุมเงื่อนไข: อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าเงื่อนไขเป็นจริงและเป็นเท็จ
ความหมาย
การออกแบบอัลกอริทึม (Algorithm) ด้วย ภาษาธรรมชาติ (Natural Language) คือรูปแบบพื้นฐานที่สุดของการวางแผนเขียนโปรแกรม โดยเป็นการใช้ "ภาษาพูด" หรือ "ภาษาเขียน" ที่เราใช้สื่อสารกันทั่วไป (เช่น ภาษาไทย หรือ ภาษาอังกฤษ) มาเขียนบรรยายขั้นตอนการทำงานทีละขั้นตอนอย่างละเอียด
วิธีนี้ช่วยให้ทั้งโปรแกรมเมอร์และบุคคลทั่วไปเข้าใจตรรกะการทำงานได้ง่ายโดยไม่ต้องมีความรู้เรื่องโค้ด (Coding) ครับ
นี่คือหลักการและตัวอย่างการเขียนอัลกอริทึมแบบภาษาธรรมชาติครับ
การออกแบบโดยใช่รหัสจำลอง (Pseudo code)
รหัสจำลอง (Pseudocode) คืออะไร
เป็นเครื่องมือที่ใช้ อธิบายอัลกอริทึม โดยใช้ถ้อยคำที่มนุษย์เข้าใจง่าย (ภาษาธรรมชาติ) ผสมกับคำสั่งโครงสร้างคล้ายภาษาโปรแกรม.
ไม่ใช่โค้ดที่คอมพิวเตอร์รันได้ แต่เป็นเหมือน "พิมพ์เขียว" ของโปรแกรม
หลักการเขียน Pseudocode
ใช้ภาษาที่เรียบง่าย: สั้น กระชับ และเข้าใจง่าย.
ใช้คำสั่งเฉพาะ: คำสั่งโครงสร้าง (เช่น START, STOP, INPUT, DISPLAY, IF...THEN...ELSE, WHILE...DO...ENDWHILE) มักเขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่.
ใช้การย่อหน้า (Indentation): เพื่อแสดงระดับชั้นของคำสั่งและทำให้โค้ดอ่านง่ายขึ้น.
หนึ่งคำสั่งต่อหนึ่งบรรทัด: ช่วยให้ชัดเจน.
ไม่ขึ้นกับภาษาคอมพิวเตอร์: เพื่อให้สามารถนำไปเขียนด้วยภาษาใดก็ได้.
การออกแบบอัลกอริทึมด้วยรหัสจำลอง (Pseudocode) คือการเขียนขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมโดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย (คล้ายภาษาอังกฤษหรือไทย) ผสมกับโครงสร้างคำสั่งเหมือนภาษาโปรแกรม (เช่น IF, THEN, WHILE) เพื่อให้เห็นภาพรวมตรรกะของโปรแกรมอย่างชัดเจน โดยไม่ติดกับไวยากรณ์ของภาษาใดภาษาหนึ่ง ทำให้ง่ายต่อการแปลงเป็นโค้ดจริงภายหลัง โดยหลักการคือให้กระชับ ใช้คำสั่งเฉพาะ (คำตัวพิมพ์ใหญ่) และใช้การย่อหน้าเพื่อแสดงโครงสร้าง
การออกแบบดดยใช่ผังงาน (Flowchart)
ประโยชน์ของการใช้ผังงาน
เห็นภาพรวม: ทำให้เข้าใจการทำงานของโปรแกรมได้ง่ายและเป็นระบบ.
ง่ายต่อการตรวจสอบ: ช่วยหาข้อผิดพลาด (Bug) และแก้ไขได้สะดวก.
สื่อสารง่าย: ช่วยให้ผู้อื่นเข้าใจการทำงานของโปรแกรมได้รวดเร็ว.
วางแผนดีขึ้น: ช่วยในการวางแผนและออกแบบโปรแกรมก่อนลงมือเขียนโค้ดจริง.
ขั้นตอนการเขียนผังงาน (โดยสรุป)
กำหนดขอบเขต: ระบุว่าโปรแกรมทำอะไร มี Input/Output อะไรบ้าง.
เลือกสัญลักษณ์: ใช้สัญลักษณ์ที่ถูกต้องสำหรับแต่ละขั้นตอน.
เชื่อมโยง: ใช้ลูกศรเชื่อมโยงสัญลักษณ์จากบนลงล่าง (หรือซ้ายไปขวา).
มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด: ทุกผังงานต้องมี Start และ Stop.
จัดระเบียบ: จัดวางให้สวยงาม อ่านง่าย.
ทบทวน: ตรวจสอบความถูกต้องและแก้ไข.
องค์ประกอบสำคัญของผังงาน
สัญลักษณ์: แทนคำสั่งหรือการดำเนินการต่าง ๆ เช่น
วงรี (Oval): เริ่มต้น (Start) / สิ้นสุด (Stop).
สี่เหลี่ยม (Rectangle): กระบวนการ (Process) หรือการคำนวณ.
สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน (Diamond): การตัดสินใจ (Decision) เช่น จริง/เท็จ (Yes/No).
สี่เหลี่ยมด้านขนาน (Parallelogram): การรับข้อมูลเข้า (Input) / แสดงผลออก (Output).
ลูกศร (Flowline): แสดงทิศทางการทำงาน (Flow Direction).
โครงสร้างพื้นฐาน: ผังงานประกอบด้วย 3 โครงสร้างหลัก.
ลำดับ (Sequence): ทำงานตามลำดับทีละขั้นตอน.
การเลือก (Selection/Decision): เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งตามเงื่อนไข.
การทำซ้ำ (Iteration/Loop): ทำคำสั่งเดิมซ้ำ ๆ.
การออกแบบขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมด้วยผังงาน (Flowchart) คือ การใช้สัญลักษณ์รูปทรงต่าง ๆ แทนลำดับการทำงานของโปรแกรม เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดเจน เข้าใจง่าย และตรวจสอบแก้ไขได้สะดวก โดยมีหลักการคือใช้สัญลักษณ์มาตรฐาน (เช่น วงรีสำหรับเริ่ม/จบ, สี่เหลี่ยมสำหรับกระบวนการ, สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสำหรับการตัดสินใจ) เชื่อมโยงด้วยลูกศรบอกทิศทาง เพื่อแสดง ลำดับ (Sequence), การเลือก (Selection) และ การทำซ้ำ (Iteration) ของโปรแกรมตั้งแต่ต้นจนจบ.