Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ESRD End Stage Renal Disease, นางสาวสุดารัตน์ วัฒนวงศ์ รหัสนักศึกษา…
ESRD End Stage Renal Disease
ข้อมูลผู้ป่วย
นางสาว เบญจพร สระทองจันทร์ อายุ20 ปี เตียง 20 หอผู้ป่วย ศัลยกรรมชาย 55 ปี สถานภาพสมรส โสด เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ศาสนาพุทธ การศึกษาจบมัธยมศึกษาปีที่6 CC มาพบแพทย์ตามนัดเนื่องจากหมอนัดผ่าตัด มีอาการอ่อนเพลีย บวมตาขาและแขน และ หอบเหนื่อยมากขึ้น เป็นมา2วันก่อนมาโรงพยาบาล
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วย
ผู้ป่วยมีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูง
การตรวจวินิจฉัยโรค
ผลการตรวจ ห้องปฏิบัติการ
BUN หรือ Blood Urea Nitrogen (ไนโตรเจนจากสารยูเรียที่มีอยู่ในกระแสเลือด) 2. Cr หรือ Creatinine (การตรวจสอบสมรรถภาพการทำงานของไต) 3. eGFR (การกรองของไต)
1 BUN 63 mg/dl. 2 Creatinine 11.57 mg/dl. 3eGFR 4
ผู้ป่วยอาจจะไม่มีอาการแสดง แต่เมื่อไตเริ่มเสื่อมมากขึ้นผู้ ป่วยจะปัสสาวะกลางคืนบ่อย เนื่องจากไตไม่สามารถดูด น้ำกลับ ผู้ป่วยยังมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย และ อาการระบบต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น
ผู้ป่วยมีอาการ หายใจเหนื่อย อ่อนเพลีย
ระยะที่เป็น
ระยะที่ 5 eGFR น้อยกว่า15 ml/min
ค่า eGFR 4
การรักษา
1 การฟอกเลือด (Hemodialysis)
สาเหตุปัจจัย
DM
น้ำตาลไปสะสมผนังหลอดเลือดมากเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้ไตมีประสิทธิภาพการกรองของเสียออกจากร่างกายลดลงทำให้สูญเสียหน้าที่
Hypertension
เมื่อมีความดันโลหิตสูงเป็นระยะเวลานานจะทำให้หลอดเลือด ในใดดับ เนื่องจากผนังหลอดเลือดหนาและแข็งขึ้น ส่งผลให้ใดขาดเลือด และเกิดภาวะใดเรื่องรังตามมา
ระบบต่างๆ
ระบบโลหิต
การขาด Erythropoietin ทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของ ไขกระดูกในการสร้างเม็ดเลือดแดงและเป็นกรดจากการ เผาผลาญ การเกิด uremia มีผลต่อการสร้างเม็ดเลือด แดง และผนังหลอดเลือด ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย
จะมีอาการติดเชื้อได้ง่าย จากการขาดสารอาหารและ ระบบภูมิคุ้มกันถูกกด เม็ดเลือดขาวทำหน้าที่ได้น้อยลง
ผู้ป่วยเบื่ออาหารรับประทานอาหารน้อยลง
1 CBC 12.33x10 ^3 ul
HCT 26%
ผิวหนัง
มีอาการซีดจากภาวะโลหิตจาง ทำให้ผิวเป็นสีเหลือง น้ำตาล
ผู้ป่วยมีถ้ำเลือด ผิวหนังเขียวช้ำง่าย
ผู้ป่วยมีภาวะซีด ผิวหนังสีเหลืองน้ำตาล
เกิดภาวะโลหิตจาง
พยาธิ
ไตมีหน้าที่กรองขอ งเสีย ควบคุมความสมดุลเกลือแร่ กรดด่าง คุมความดันและสร้างฮอร์โมน
โรคไตเกิดจากการอักเสบการทำลายของหน่วยไตทำให้เกิดการฝังพืชและหลอดเลือดไตเสื่อมเมื่อไตเสื่อมการทำงานของไตกับลดลงทำให้ร่างกายของเสียและความผิดปกติของสมดุลร่างกาย
ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 เกิดจากการที่หน่วยไตnephronถูกทำลายอย่างต่อเนื่องจากสาเหตุต่างๆเช่นความดันโลหิตสูงไตอักเสบเรื้อรังหรือพิษจากยาไปบางส่วนถูกทำลายหน่วยไตที่เหลือจะทำงานหนัก
(hyperfiltration) เพื่อชดเชย ส่งผลให้ความดันในโกลเมอรูลัสสูงขึ้น ผนังหน่วยไตหนา แข็ง และเสื่อมเร็วขึ้นต่อมาจะเกิดการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะ (proteinuria) ซึ่งกระตุ้นการอักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิดพังผืดในเนื้อไต (glomerulosclerosis และ interstitial fibrosis) เนื้อไตปกติถูกแทนที่ด้วยพังผืด ส่งผลให้การทำงานของไตลดลงอย่างถาวร
เมื่อไตไม่สามารถกรองของเสียและขับน้ำได้เพียงพอ จะเกิดการคั่งของของเสียไนโตรเจนในเลือด (uremia) การคั่งของน้ำและโซเดียมทำให้เกิดอาการบวม ความดันโลหิตสูง และน้ำท่วมปอด นอกจากนี้ยังเกิดความผิดปกติของสมดุลเกลือแร่และกรด-ด่าง เช่น โพแทสเซียมสูง ฟอสฟอรัสสูง แคลเซียมต่ำ และภาวะกรดเมตาบอลิ
ไตที่เสื่อมระยะที่ 5 ยังไม่สามารถสร้างฮอร์โมนได้เพียงพอ ทำให้ระดับ erythropoietin ลดลงเกิดภาวะโลหิตจาง, การสร้างวิตามินดีลดลง ส่งผลให้กระดูกบาง และมีการกระตุ้นพาราไทรอยด์ฮอร์โมนสูง (renal osteodystrophy)
นางสาวสุดารัตน์ วัฒนวงศ์
รหัสนักศึกษา 674991053