Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ขั้นตอน การกำหนดค่า BIOS แบบ UEFI, 3. การตั้งค่าความปลอดภัย (เมนู…
ขั้นตอน การกำหนดค่า BIOS แบบ UEFI
1.เข้าสู่หน้าจอ UEFI Setup Utility
1
รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์: บันทึกงานทั้งหมดของคุณและทำการรีสตาร์ทเครื่อง
กดปุ่ม Setup Key: ทันทีที่เครื่องเริ่มบูต (ก่อนที่โลโก้ Windows จะปรากฏ) ให้กดปุ่ม Setup Key ซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง
ปุ่มที่ใช้ทั่วไป: Delete (Del), F2, F10 หรือ Esc
หมายเหตุ: ปุ่มจะแตกต่างกันไปตามผู้ผลิตเมนบอร์ด (ASUS, Gigabyte, MSI, ฯลฯ) หากไม่แน่ใจ ให้ดูข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอในช่วงเวลาสั้นๆ
ขั้นตอนที่ 2: ทำความคุ้นเคยกับอินเทอร์เฟซ UEFI
เมื่อเข้าสู่ UEFI แล้ว คุณจะเห็นอินเทอร์เฟซแบบกราฟิกที่รองรับการใช้เมาส์ โดยปกติจะมีสองโหมด:
EZ Mode (โหมดง่าย): แสดงข้อมูลและตัวเลือกพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างรวดเร็ว (เช่น อุณหภูมิ CPU, ความเร็วพัดลม, ข้อมูล RAM, การตั้งค่าบูตแบบลากแล้ววาง) มักจะเป็นหน้าจอเริ่มต้น
Advanced Mode (โหมดขั้นสูง): มีเมนูย่อยละเอียดเพื่อกำหนดค่าส่วนประกอบฮาร์ดแวร์อย่างละเอียด
ขั้นตอนที่ 3: การตั้งค่าพื้นฐานที่จำเป็น
3
1. ตั้งค่า วันที่และเวลา (System Time/Date)
มักอยู่ในหน้าจอหลักของ EZ Mode หรือเมนู Main / System Information
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวันที่และเวลาของระบบถูกต้อง ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบปฏิบัติการและการเชื่อมต่อเครือข่าย
2. ตั้งค่าลำดับการบูต (Boot Priority)
เข้าสู่เมนู Boot หรือ Boot Tab
กำหนดลำดับ (Order): เลือกอุปกรณ์ที่ต้องการให้คอมพิวเตอร์อ่านเพื่อโหลดระบบปฏิบัติการก่อน (เช่น SSD, HDD, USB Flash Drive) หากคุณต้องการติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ ให้ตั้งค่า USB Drive หรือ DVD-ROM เป็นลำดับแรก
ขั้นตอนที่ 4: การตั้งค่าขั้นสูง (ใน Advanced Mode)
4
1. การตั้งค่า CPU และ RAM (เมนู Advanced หรือ Overclocking/AI Tweaker)
XMP (Extreme Memory Profile) / DOCP (Direct Overclock Profile): หากคุณใช้ RAM ความเร็วสูง ให้เปิดใช้งานโปรไฟล์นี้เพื่อตั้งค่าความเร็วและไทม์มิ่งของ RAM ให้เป็นไปตามสเปคของผู้ผลิต
Virtualization Technology (VT-x หรือ AMD-V): หากคุณต้องการใช้งานเครื่องเสมือน (Virtual Machine) ควรตรวจสอบและเปิดใช้งานคุณสมบัตินี้ ซึ่งมักอยู่ในเมนู CPU Configuration
2. การตั้งค่าโหมด SATA/Storage
อยู่ในเมนู Advanced > SATA Configuration หรือคล้ายกัน
ตรวจสอบให้แน่ใจว่า SATA Mode ถูกตั้งค่าเป็น AHCI หรือ RAID (หากคุณมีการกำหนดค่า RAID) หรือ NVMe สำหรับ SSD ที่เป็น M.2
3. การตั้งค่าความปลอดภัย (เมนู Security)
กำหนดรหัสผ่าน (Password Setting): ตั้งค่า Administrator Password เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าและแก้ไขการตั้งค่า UEFI โดยไม่ได้รับอนุญาต
Secure Boot:
หากคุณใช้ Windows 10/11 ให้ เปิด (Enabled) Secure Boot เพื่อเพิ่มความปลอดภัยจากการถูกโจมตีของมัลแวร์บูตคิท
หากคุณใช้ Linux หรือระบบปฏิบัติการอื่นที่ไม่รองรับ อาจต้อง ปิด (Disabled) ฟังก์ชันนี้
ขั้นตอนที่ 5: การบันทึกและออกจากระบบ
Load Optimized Defaults (ทางเลือก): หากคุณสับสนหรือต้องการเริ่มใหม่ ให้เข้าสู่เมนู Exit และเลือก Load Optimized Defaults หรือกด F9 เพื่อกลับไปใช้ค่ามาตรฐานจากโรงงาน
Save Changes and Exit: เมื่อตั้งค่าทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่เมนู Exit และเลือก Save Changes and Exit หรือกด F10 เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงและให้คอมพิวเตอร์บูตต่อไป
3. การตั้งค่าความปลอดภัย (เมนู Security)
กำหนดรหัสผ่าน (Password Setting): ตั้งค่า Administrator Password เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าและแก้ไขการตั้งค่า UEFI โดยไม่ได้รับอนุญาต
Secure Boot:
หากคุณใช้ Windows 10/11 ให้ เปิด (Enabled) Secure Boot เพื่อเพิ่มความปลอดภัยจากการถูกโจมตีของมัลแวร์บูตคิท
หากคุณใช้ Linux หรือระบบปฏิบัติการอื่นที่ไม่รองรับ อาจต้อง ปิด (Disabled) ฟังก์ชันนี้