Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Heart failure
(HF), น.ส. ผลินศรี เกียรติไกรวัลศิริ รหัสนักศึกษา 6611040 …
Heart failure
(HF)
-
ปัจจัยเสี่ยง
- อายุ: ยิ่งมาก ยิ่งเสี่ยงสูง
- การดื่มแอลกอฮอล์
- การสูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ
- ปัญหาทางสุขภาพ ได้แก่ ลิ่มเลือดอุดตันในปอด โรคหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคลิ้นหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ โรคอ้วน การติดเชื้อไวรัส เช่น เชื้อเอชไอวี
- ยา:
-ยาสำหรับโรคเบาหวาน เช่น rosiglitazone และ pioglitazone จะเพิ่มความเสี่ยงของภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วยบางราย
-ยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)
-ยาบางชนิดสำหรับโรคมะเร็ง โรคเลือด โรคความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคทางระบบประสาท โรคทางจิต โรคทางปอดและระบบปัสสาวะ และการติดเชื้อ
พยาธิสรีรวิทยา
- ภาวะที่เกิดจากความผิดปกติของการขับเกลือและน้้ำ (edematous disorder) ทำให้เกิดการคั่งของน้ำและเกลือ
- ภาวะที่เกิดจากความผิดปกติทางการไหลเวียนโลหิต (hemodynamic disorder) ทำให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือดและการเพิ่มขึ้นของระบบการต้านทานของหลอดเลือด (systemicvascular resistance) และการลดลงของปริมาณเลือดที่ออกจากหัวใจ(cardiac output)
- ภาวะที่เกิดจากความผิดปกติทางระบบประสาทและฮอร์โมน (neurohormonal disorder)
ทำให้เกิดการกระตุ้น renin-angiotensin-aldosterone system และ sympathetic system
- ภาวะที่มีการอกัเสบเรื้อรัง (inflammatory syndrome) เนื่องจากมีการเพิ่มขึ้นของระดับ inflammatory cytokines ในกระแสเลือดและในเนื้อเยื่อ เช่น tumor necrotic factors (TNF), interleukin-1 (IL-1) - ภาวะที่มีความผิดปกติของกลา้มเนื้อหัวใจ (myocardial disease) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของขนาดและการทำงานของหัวใจ (cardiac remodeling)
สาเหตุ
- Failure of pump: กล้ามเนื้อหัวใจไม่สามารถบีบเลือดออกจากหัวใจห้อง LV (systolic dysfunction) หรือจากกล้ามเนื้อหัวใจไม่สามารถคลายตัวได้อย่างปกติ (diastolic dysfunction) ทำให้รับเลือดเข้าสู่หัวใจห้อง LV ได้น้อยลง ปริมาณเลือดที่สูบฉีดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆน้อยลง
- An obstruction to flow: เกิดจากพยาธิสภาพที่ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นในการบีบตัวเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกาย เช่น การตีบของลิ้นหัวใจ aortic (aortic valve stenosis) และ systemic hypertension
- Regurgitation flow: เกิดจากการไหลย้อนกลับของเลือดเมื่อหัวใจบีบตัวแต่ละครั้ง ทำให้ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นในการบีบตัวครั้งต่อไป เช่น mitral regurgitation และ aortic regurgitation
- Disorders of cardiac conduction: ความผิดปกติของการนำไฟฟ้าของหัวใจ เช่น ภาวะ heart block, arrhythmias ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจลดลง
- Disruption of the continuity of circulatory system: ภาวะที่มีการรั่วไหลของเลือดออกจากระบบหมุนเวียนโลหิต เช่น มีการทะลุของเส้นเลือด aorta ซึ่งอาจเกิดการแตกของ aortic aneurysm หรือเกิดจากอุบัติเหตุ
อาการและอาการแสดง
Left-sided heart failure (หัวใจห้องซ้ายวาย):
ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะน้ำคั่งในปอด (pulmonary congestion) ได้แก่
- เหนื่อยเวลาออกกำลังกาย
- นอนราบไม่ได้
- ลุกขึ้นมานั่งหอบหลังจากนอนหลับตอนกลางคืน
- ไอ
-อ่อนเพลีย
- ปัสสาวะตอนกลางคืน
Right-sided heart failure (หัวใจห้องขวาวาย):
ได้แก่
- เส้นเลือดที่คอโป่ง
- Hepatojugular reflux
- Lung clear
- บวม
- ตับโต
- ท้องมานน้ำ
- เบื่อ
หลักการวินิจฉัย
- ใช้ประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก โดยใช้ chest x-ray และ EKG เป็นส่วนช่วยในการวินิจฉัย
- การส่งตรวจ pro-BNP อาจช่วยในการวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีประวัติและอาการแสดงไม่ชัดเจน (ราคาแพง จึงไม่นิยมส่งตรวจ)
* proBNP (pro B-type natriuretic peptide) เป็นฮอร์โมนที่เป็นสารต้นกำเนิดของการสร้าง BNP (brain natriuretic peptide) ในคนปกติระดับ BNP และ NT-proBNP ในเลือด จะมีค่าใกล้เคียงกันคือ ประมาณ 10 pmol/L แต่ในรายที่มี LV dysfunction ระดับ NT-proBNP จะสูงกว่าระดับ BNP ประมาณ 4 เท่า
วิธีการรักษาพยาบาล
- ประเมินอาการหรืออาการแสดงของ fluid overload, end-organ hypoperfusion, worsening heart failure
- ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ
- ดูแลให้ได้รับยาตามแผนการรักษา ประเมินผลการใช้ยา อาการข้างเคียง
- ดูแลให้ได้รับอาการที่จำกัดเกลือ
- ดูแลและควบคุมการได้รับสารน้ำ
- ดูแลให้ผู้ป่วยได้พักผ่อน ลดการทำกิจกรรม
- ให้ความรู้และคำแนะนำในการดูแลตนเอง ได้แก่ ความรู้เรื่องโรค ปัจจัยส่งเสริม และการควบคุมอาการ การใช้ยา การรับประทานอาหาร
-
-