Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กฎหมายคอมพิวเตอร์และพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้อง - Coggle Diagram
กฎหมายคอมพิวเตอร์และพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้อง
ความหมายของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก็คือพระราชบัญญัติที่ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ค่ะ ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่ว่านี้ก็เป็นได้
ทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค สมาร์ตโฟน รวมถึงระบบต่างๆ ที่ถูกควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ด้วย
ซึ่งเป็นพ.ร.บ.ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อป้องกัน ควบคุมการกระทำผิดที่จะเกิดขึ้นได้จากการใช้คอมพิวเตอร์ หากใครกระทำความ
ผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นี้ ก็จะต้องได้รับการลงโทษตามที่พ.ร.บ.กำหนดไว
พฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย
พฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ได้แก่ การนำเข้าข้อมูลเท็จหรือลามกอนาจาร การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต การแก้ไข/ทำลายข้อมูลของผู้อื่น การแฮ็กระบบ และการโพสต์ภาพดัดแปลงที่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง
การนำเข้าหรือเผยแพร่ข้อมูล
ข้อมูลเท็จ
การแชร์
การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์
การแฮ็ก
การปลอมแปลง ทาลาย หรือแก้ไขข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อมูลลามกอนาจาร
การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์
การแฮ็ก
การเปิดเผยรหัส: การเปิดเผย Username, Password หรือรหัสผ่านของผู้อื่นโดยมิชอบ
การใช้ข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
การนำภาพของบุคคลอื่นไปตัดต่อ ดัดแปลง ให้เสียหาย หรืออับอาย
การส่งสแปม
การกลั่นแกล้งผ่านช่องทางออนไลน์
การโพสต์ภาพผู้เสียชีวิตในลักษณะที่ทำให้ครอบครัวเสียชื่อเสียงหรือได้รับความอับอาย
บทลงโทษตามกฎหมาย
การเปลี่ยนแปลงข้อมูลโดยมิชอบ (มาตรา 9): จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การรบกวนระบบคอมพิวเตอร์ (มาตรา 10): จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เข้าถึงข้อมูลที่มีมาตรการป้องกัน: จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การส่งอีเมลสแปม (มาตรา 11): ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
เข้าถึงระบบที่มีมาตรการป้องกัน: จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การส่งอีเมลสแปม (มาตรา 11): ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
การโพสต์ข้อความดูหมิ่นหรือแสดงความเกลียดชังต่อผู้เสียชีวิต: จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท
ผู้ให้บริการไม่เก็บรักษาข้อมูลจราจรตามที่กฎหมายกำหนด: ปรับไม่เกิน 500,000 บาท
ตัวอย่างเหตุการณ์จริง
คดีแม่ค้าแชร์เฟกนิวส์: แม่ค้าออนไลน์รายหนึ่งในจังหวัดน่านถูกศาลพิพากษาจำคุก 8 เดือน (ไม่รอลงอาญา) ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (2) จากการแชร์ข้อความเท็จเกี่ยวกับสถานการณ์โรคระบาด ซึ่งก่อให้เกิดความหวาดระแวงในหมู่ประชาชน
การหลอกขายสินค้าออนไลน์: กลุ่มผู้เสียหายจากการซื้อทองคำออนไลน์จากแม่ค้าชื่อดัง ได้รวมตัวกันแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เนื่องจากมีการไลฟ์ขายสินค้าที่เข้าข่ายให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อหลอกลวงผู้บริโภค
การเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ (Fake News): มีหลายกรณีที่ประชาชนถูกดำเนินคดีจากการแชร์หรือโพสต์ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงในโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกหรือความเสียหายต่อผู้อื่นหรือความมั่นคง
แนวทางการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย
การจัดการบัญชีและความปลอดภัย
ตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัย: ใช้รหัสผ่านที่ซับซ้อน ไม่ซ้ำกันในแต่ละบัญชี และเปลี่ยนรหัสเป็นประจำ.
การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน: เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน
การป้องกันข้อมูลและมัลแวร์
สำรองข้อมูลสม่ำเสมอ: สำรองข้อมูลสำคัญไว้ในที่ที่ปลอดภัยหลายแหล่ง เผื่อกรณีข้อมูลสูญหาย.
การใช้งานอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย
ระวัง Wi-Fi สาธารณะ: หลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีโดยไม่จำเป็น หากจำเป็นให้ใช้ VPN เพื่อเข้ารหัสข้อมูล.
ล็อกหน้าจอ: ล็อกหน้าจอทุกครั้งเมื่อลุกจากคอมพิวเตอร์หรือวางโทรศัพท์.
ปิดอุปกรณ์ที่ไม่ใช้งาน: ปิดบลูทูธและ Wi-Fi เมื่อไม่ได้ใช้งาน.
ตรวจสอบพฤติกรรมผิดปกติ: หมั่นสังเกตความผิดปกติของอุปกรณ์ เช่น โปรแกรมแปลกปลอม หรือการทำงานที่ผิดปกติ.
ความปลอดภัยทางกายภาพ
ปกปิดเว็บแคม: ใช้เทปหรือฟิล์มปิดเว็บแคมเพื่อป้องกันการถูกแอบมอง.
ดูแลอุปกรณ์ในที่สาธารณะ: ระวังการใช้งานโทรศัพท์ในที่สาธารณะ และระมัดระวังการถูกโจรกรรม.
บทเรียนหรือข้อคิดที่ได้รับ
บทเรียนที่ได้จาก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์คือการ "คิดก่อนโพสต์" เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดโดยไม่ตั้งใจ เนื่องจาก พ.ร.บ.นี้มีผลบังคับใช้กับพฤติกรรมบนโลกออนไลน์หลากหลายรูปแบบ ทั้งการโพสต์ข้อความ การแชร์ การกดไลค์ รวมถึงการฝากร้านและการส่งโฆษณา โดยบทลงโทษอาจรวมถึงทั้งจำคุกและปรับ
สื่อลามกอนาจาร: ห้ามโพสต์สื่อลามกอนาจารที่สามารถเผยแพร่สู่ประชาชนได้
ข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก: การโพสต์รูปเด็กต้องได้รับความยินยอมและควรปิดบังใบหน้า เว้นแต่เป็นการชื่นชมอย่างให้เกียรติ
การละเมิดลิขสิทธิ์: ห้ามละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น
การฝากร้าน: ถือเป็นสแปมและมีโทษปรับ
การส่ง SMS และ Email: การส่งโฆษณาโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้รับถือเป็นสแปม
การโพสต์หรือแชร์: ควรใช้ปัญญาในการคิดวิเคราะห์ก่อนการโพสต์หรือแชร์ข้อความใดๆ
การแชร์: การแชร์ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อผู้อื่นโดยไม่ตรวจสอบ ถือเป็นการเผยแพร่และอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้
การกดไลค์: การกดไลค์ข้อความที่ผิดกฎหมายอาจมีความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสถาบันหรือเข้าข่ายความผิดหมิ่นประมาท