Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
หน่วยที 5 ระบบเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) - Coggle Diagram
หน่วยที 5
ระบบเงินดิจิทัล (Cryptocurrency)
สาระการเรียนรู้
ความหมายของ Cryptocurrency
วิวัฒนาการของระบบเงินสกุลเงินดิจิทัล
วิธีการทำงานของ Cryptocurrency
การใช้สกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทย
สกุลเงินดิจิทัลที่นิยมใช้
กฎหมายกับสกุลเงินดิจิทัล
ข้อดีและข้อเสียของสกุลเงินดิจิทัล
จุดประสงค์การเรียนรู้
บอกความและวิวัฒนาการของระบบเงินสกุลดิจิทัล(Cryptocurrency) ได้
อธิบายวิธีการทำงานของ Cryptocurrency ได้
อธิบายการใช้สกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทยได้
ปฏิบัติการใช้สกุลเงินดิจิทัลได้
สมรรถนะประจำหน่วย
แสดงความรู้เกี่ยวกับระบบเงินดิจิทัลสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency)
แสดงความรู้เกี่ยวกับวิธีการทำงานของ Cryptocurrency
แสดงความรู้เกี่ยวกับการใช้สกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทย
แสดงความรู้เกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของสกุลเงินดิจิทัล
ประยุกต์ใช้ระบบเงินดิจิทัล (Cryptocurency) ในการจัดการอาชีพ
ความหมาย
Cryptocurrency คือ สกุลเงินดิจิทัล หรือ เงิน ดิจิทัล โดยออกแบบมาให้เข้ารหัสกระจายอออกไปในส่วนอื่น ๆ ไม่มีศูนย์กลาง ไม่มีการ
ควบคุมจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือที่เรียกว่า
Blockchain ที่เก็บข้อมูลแบ่งออกเป็นก้อน ๆ
(block) และกระจายออกไปเชื่อมโยงกันไป
อย่างต่อเนื่องเหมือนโซ่ (chain)
วิวัฒนาการ
ปี 6000 B.C. - เริ่มใช้ ระบบแลกเปลี่ยนของต่อของ (Barter System) เช่น เอาไข่แลกแอปเปิล
• ปี 1000 B.C. - ใช้ เหรียญโลหะและหอยเบี้ย เป็น สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า
• ปี 1806- เริ่มใช้ เงินกระดาษและธนบัตร
• ปี 1816 - อังกฤษประกาศใช้ มาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ต่อมาสหรัฐฯ ใช้ตามในปี 1990
• ปี 1950 - เกิด บัตรเครดิตใบแรก (Diners Club) และภายหลังมี American Express และVisa เพื่อความสะดวกในการชำระเงิน
• ปี 1994-1995 -เริ่มมีการพัฒนา ระบบธนาคารออนไลน์ (Online Banking)
• ปี 2009 - เกิด บิทคอยน์ (Bitcoin) เงินดิจิทัลสกุลแรกแบบกระจายศูนย์ ไม่มีหน่วยงานควบคุม
การใช้สกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทย
ไทยเริ่มรู้จักและพัฒนาเหรียญคริปโทของตนเอง.
มีการกำกับดูแลโดย ก.ล.ต. และธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังศึกษาการใช้ CBDC แต่คนไทยยังมั่นใจในเงินบาทเป็นหลัก.
สกุลเงินที่นิยมใช้
อันดับที่ 5 – Dash
• จุดเด่น: โอนเงินได้รวดเร็วกว่า Bitcoin ได้รับความนิยมจากร้านค้าออนไลน์
• โครงสร้างระบบ: 2 ชั้น
• Miner ตรวจสอบและบันทึกธุรกรรม
• Masternode รองรับฟีเจอร์สำคัญ เช่น PrivateSend, InstantSend, Governance
อันดับที่ 4 – Litecoin (LTC)
• ได้รับฉายาเป็น “เงิน” ในโลกดิจิทัล เปรียบกับ Bitcoin ที่เป็น “ทอง”
• เปิดตัวปี 2011 เป็นคริปโทรุ่นเก่าแก่
• จุดเด่น: สร้างบล็อกเร็ว (2.5 นาที) ทำธุรกรรมไว ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า Bitcoin
อันดับที่ 3 – Ripple (XRP)
• เป็นแพลตฟอร์มส่งสินทรัพย์ข้ามประเทศได้รวดเร็ว ใช้ในสถาบันการเงิน
• แตกต่างจากคริปโทอื่น: ไม่มีการขุด (No mining)
• XRP ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นครบแล้ว (100,000 ล้านเหรียญ)
อันดับที่ 2 – Ethereum (ETH)
• ได้ชื่อว่า “World Computer”
• จุดเด่น: รองรับ Smart Contract และ DApps
• ใช้เทคโนโลยี Blockchain แบบกระจายศูนย์ เปิดให้พัฒนาแอปต่าง ๆ เช่น โซเชียล เกม การเงิน ฯลฯ
การได้มาซึ่งเหรียญ ETH
ขุดเอง (Mining):
ใช้คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงในการประมวลผลตามเงื่อนไขของระบบ
เพื่อรับรางวัลเป็นเหรียญ ETH — ยิ่งคอมแรงและจับจังหวะดี ยิ่งมีโอกาสได้เหรียญมาก
จ้างคนอื่นขุด (Cloud Mining):
ซื้อกำลังขุดจากผู้ให้บริการ โดยทำสัญญาเช่า
เช่น 12 เดือน ถ้าขุดได้คืนทุนก่อนกำหนด ช่วงเวลาที่เหลือจะเป็นกำไร ทั้งหมดขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและประสิทธิภาพการขุด
สกุลเงินดิจิทัลที่นิยมใช้
ขุดได้จำกัด 21 ล้านเหรียญ โอนได้รวดเร็ว ปลอดภัย และมีมูลค่าผันผวนตามความต้องการของตลาด.
Bitcoin คือสกุลเงินดิจิทัลแรกของโลก ใช้เทคโนโลยี Blockchain แบบกระจายศูนย์
กฎหมายกับสกุลเงินดิจิทัล
Bitcoin Cash (BCH) เกิดจากการแยกตัวออกจาก Bitcoin ในปี 2560 เพื่อแก้ปัญหาค่าธรรมเนียมแพงและโอนช้า ทำให้โอนได้เร็วขึ้นและถูกลง จนได้รับความนิยมสูงอย่างรวดเร็ว
Ethereum (ETH) พัฒนาโดย Vitalik Buterin ในปี 2556 จุดเด่นคือสามารถใช้สร้างสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) และระดมทุนแบบ ICO ได้ ทำให้เป็นพื้นฐานของเงินดิจิทัลใหม่ ๆ ทั่วโลก
Ethereum Classic (ETC) แยกออกจาก Ethereum ในปี 2559 เพราะไม่เห็นด้วยกับวิธีแก้ปัญหาการถูกแฮก ปัจจุบันยังคงมีมูลค่าสูงและดำเนินระบบของตนเองต่อไป
Litecoin (LTC) พัฒนาในปี 2554 โดย Charlie Lee อดีตวิศวกร Google มีจุดเด่นคือทำธุรกรรมเร็วกว่า Bitcoin ถึง 4 เท่า และค่าธรรมเนียมถูกกว่า
Ripple (XRP) เป็นเงินดิจิทัลภายใต้ระบบ Private Blockchain ที่บริษัท Ripple ดูแลทั้งหมด ไม่สามารถขุดได้ มุ่งเน้นใช้โอนเงินระหว่างประเทศอย่างเสถียร์
Stellar (XLM) พัฒนาต่อยอดจาก Ripple เพื่อให้คนทั่วไปโอนเงินจำนวนไม่มากได้สะดวก เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวัน ต่างจาก Ripple ที่เน้นองค์กรและสถาบันการเงิน
ข้อดีของสกุลเงินดิจิทัล
สกุลเงินดิจิทัลช่วยให้โอนเงินได้ง่ายและปลอดภัยโดยไม่ต้องผ่านธนาคาร
ใช้กุญแจสาธารณะและส่วนตัวเพื่อรักษาความปลอดภัย
โดยมี บล็อกเชน เป็นเทคโนโลยีหลักในการเก็บธุรกรรมอย่างโปร่งใสและยากต่อการถูกแฮก
ข้อเสียของสกุลเงินดิจิทัล
เป็นเงินเสมือนจริง ไม่มีศูนย์กลาง หากคอมพิวเตอร์ผิดพลาดหรือทำกุญแจส่วนตัวหาย เงินจะสูญทันที และไม่มีหน่วยงานใดเข้าถึงหรือกู้คืนได้
อีกทั้งการทำธุรกรรมแบบไม่ระบุชื่อยังอาจถูกนำไปใช้ในทางผิด เช่น ฟอกเงินหรือหลีกเลี่ยงภาษี