Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 5 สกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) - Coggle…
บทที่ 5
สกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency)
ความหมายของ Cryptocurrency
Cryptocurrency คือ สกุลเงินดิจิทัล หรือ เงิน ดิจิทัล โดยออกแบบมาให้เข้ารหัสกระจายอออกไปในส่วนอื่น ๆ ไม่มีศูนย์กลาง ไม่มีการ ควบคุมจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือที่เรียกว่า Blockchain ที่เก็บข้อมูลแบ่งออกเป็นก้อน ๆ (block) และกระจายออกไปเชื่อมโยงกันไป อย่างต่อเนื่องเหมือนโซ่ (chain)
วิวัฒนาการของระบบเงินสกุลเงินดิจิทัล
ปี 6000 B.C. ระบบการแลกเปลี่ยนแบบของต่อของ (Barter system) คือ การแลกเปลี่ยนของตามที่ตกลงกัน เช่น เอาไข่ไปแลก กับผลแอปเปิล
ปี 1000 B.C. เหรียญโลหะ (Metal coins) และ หอยเบี้ย (Shell money) สมัยโบราณหอยเบี้ยถูกนำมาใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชุมชน ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก ในบริเวณรอบทะเลสาบ Carribean แอฟริกาตะวันตก
ปี 1806 เงินกระดาษ และ ธนบัตร (Paper money)
ปี 1816 อังกฤษเป็นประเทศแรกที่ได้รับมาตรฐานทองคำ (Gold) อย่างเป็นทางการในปี 1816 และต่อมาสหรัฐอเมริกาได้ ประกาศใช้มาตรฐานทองคำ ในปี 1900
ปี 1950 นาย แฟรงค์ แมคนามารา ได้ร่วมมือกับทนายความ นาย ราล์ฟ ชไนเดอร์ ในการสร้างบัตร ไดเนอร์สคลับ ขึ้นมาเพื่อใช้ใน การซื้อสินค้าและบริการแทนการชำระเงินสด ภายหลังได้มีบริษัท American Express และ Visa ได้ออกบัตรเครดิต เพื่ออำนวยความ สะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศ โดยไม่ จำเป็นต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมาก
วิธีการทำงานของ Cryptocurrency
Cryptocurrency ทำงานอยู่บนเทคโนโลยีที่ชื่อว่า “บล็อกเชน” (Blockchain) เป็นเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีการเข้ารหัสคอมพิวเตอร์ โดยจะบันทึกข้อมูลลงในกล่อง (Block) และนำมาต่อกันเรื่อย ๆ เหมือนสายโซ่ (Chain) ซึ่งจะไม่สามารถย้อนกลับได้ ทำให้ยากต่อการปลอมแปลง แก้ไข หรือทำลายข้อมูล
การใช้สกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทย
ปัจจุบันการใช้คริปโทเคอร์เรนซีในไทยเพื่อธุรกรรมชำระเงินยังมีจำกัด และเริ่มมีคนไทยที่ผลิตคริปโทสัญชาติไทยได้ เช่น Zcoin ส่วนนักลงทุน ไทยเริ่มรู้จักคริปโทที่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้ พระราชกำหนดการ ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561
โดยมีสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) กำกับดูแลการขึ้นทะเบียน ของผู้ประกอบการซื้อขายคริปโทในไทย และเตือนผู้สนใจลงทุนในคริป โทว่ามีความเสี่ยงสูง ต้องมีความรู้และรับความเสี่ยงที่อาจสูญเงินลงทุนได้
ปัจจุบันนี้ ระบบสกุลเงินดิจิทัลเริ่มใกล้ตัวคนไทยมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ มองว่าเป็นทางเลือกในการลงทุนและกล้ารับความเสี่ยง ส่วนธนาคารแห่ง ประเทศไทย เริ่มเห็นประโยชน์จาก wholesale CBDC ในการเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบการชำระเงินระหว่างสถาบันการเงิน
แต่การออก CBDC ให้ประชาชนใช้อาจยังดูไกลตัว ตราบใดที่การใช้คริปโทยังไม่ สร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน รวมถึงคนไทยยังมั่นใจใน การใช้สกุลเงินบาท และความมั่นคงในระบบการชำระเงินของประเทศอยู่
สกุลเงินดิจิทัลที่นิยมใช้
อันดับที่ 1 Bitcoin
Bitcoin ทําให้โลกรู้จักในเทคโนโลยี Blockchain และปัจจุบันได้รับความิยมอย่าง มาก สามารถนำมาซื้อของในโลก Physical ได้แล้วจริง ๆ ด้วยในต่างประเทศหลาย ๆ ที่ ได้รับการตั้งชื่อว่าให้เป็น “ทอง” ในโลก ดิจิทัลนั้นเอง
ถอันดับที่ 2 สกุลเงิน Ethereum
สกุลเงิน Ethereum หรือชื่อว่า World Computer เป็นแนวคิดที่นำเอา Blockchain มาและใส่ Business Logic ใด ๆ ก็ได้ตาม ต้องการเข้าไปและทำงานอัตโนมัติได้บน Blockchain ซึ่งทำให้มีความสนใจใน เทคโนโลยี Blockchain นี้กันอย่างกว้างขวาง และเป็นผู้ที่ทำให้เกิดแนวคิด Smart Contract เกิดขึ้น
อันดับที่ 3 สกุลเงิน Ripple
สกุลเงิน Ripple นี้เป็น Platform สำหรับการ Digital Asset และสามารถส่งข้าม โลกกันได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งเป็น แนวคิดที่สามารถมาเปลี่ยนโลกการเงินได้ อย่างกว้างขวาง ทำให้สถาบันการเงินทั่วโลก ตื่นตัวกันอย่างมาก
อันดับที่ 4 สกุลเงิน Litecoin สกุลเงิน Litecoin นี้ได้รับการตั้งชื่อเล่นว่าเป็น "เงิน" ในโลกของ Digital Currency และกำลังได้รับความนิยมอย่าง กว้างขวางมากขึ้น ๆ
อันดับที่ 5 สกุลเงิน Dash
สกุลเงิน Dash เป็นสกุลเงินดิจิทัลตัว ใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วด้วย แนวคิดส่งเงินกันได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องรอนานเหมือนอย่าง Bitcoin จึงได้รับความนิยม อย่างมากจากร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ
กฎหมายกับสกุลเงินดิจิทัล
Bitcoin (BTC)
Bitcoin เป็นเงินดิจิทัลที่หลายคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว เพราะ เป็นสกุลแรกของโลกที่ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี 2552 โดย โปรแกรมเมอร์ชาวญี่ปุ่นที่ใช้นามแฝงว่า "ซาโตชิ นากาโมโต" ซึ่ง Bitcoin จะทำงานภายใต้ระบบที่เรียกว่า Blockchain เพื่อช่วย ป้องกันการปั้มเงินออกมาเรื่อย ๆ ตามใจชอบ โดยกำหนดปริมาณ เงินในระบบไว้ไม่เกิน 21 ล้านหน่วย จะได้ไม่เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างรวดเร็วนั่นเอง
Bitcoin Cash (BCH)
สิ่งที่น่าสนใจของ Bitcoin Cash คือ เป็นสกุลเงินที่ทีม พัฒนาแยกตัวออกมาจาก Bitcoin เพราะต้องการสกุลเงินดิจิทัลที่มี ค่าโอนถูกลง แต่โอนได้รวดเร็วขึ้น จึงตัดสินใจออกมาสร้างสกุล เงินใหม่ในปี 2560 ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นาน Bitcoin Cash ก็ได้รับ การยอมรับและประสบความสำเร็จอย่างมาก จนกลายเป็นเงิน ดิจิทัลมาแรงที่มีมูลค่าตลาดสูงติดอันดับต้น
Ethereum (ETH)
Vitalik Buterin เป็นผู้ที่พัฒนาเงินสกุล Ethereum ขึ้นมาใน ปี 2556 จนทำให้เขาได้รับการยอมรับอย่างสูงในวงการเงินดิจิทัล ด้วยความสามารถอันโดดเด่นของ Ethereum ที่สามารถนำไป ประยุกต์ใช้ได้หลากหลายธุรกรรม โดยเฉพาะการเป็นฐานในการ ระดมทุนทำ ICO (Initial Public Offering) ของเงินดิจิทัลสกุลใหม่ ๆ ทั่วโลก
Ethereum Classic (ETC)
Ethereum Classic เป็นอีกหนึ่งสกุลเงินที่แยกตัวออกมาจาก Ethereum เพราะทีมพัฒนาบางกลุ่ม ไม่เห็นด้วยกับเรื่องการ แก้ปัญหาของ Ethereum ที่ถูกแสกระบบ จึงออกมาพัฒนา Ethereum Classic ในปี 2559 ซึ่งปัจจุบัน (เดือนมิถุนายน 2561) มี มูลค่ารวมอยู่ที่ 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 44,000 ล้านบาท
Litecoin (LTC)
เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีจุดเด่นในเรื่องของความเร็วในการ ประมวลผลทำธุรกรรมต่าง ๆ ซึ่งว่ากันว่าเร็วกว่า Bitcoin ถึง 4 เท่า แถมค่าธรรมเนียมยังถูกกว่าอีกด้วย ซึ่ง Litecoin ถูกพัฒนามา ตั้งแต่ปี 2554 โดย Charlie Lee อดีตวิศวกรของ Google the ปัจจุบันถูกขุดพบไปแล้วประมาณ 56 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่า ราว 5,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.7 แสนล้านบาท
Ripple (XRP)
Ripple เป็นเงินดิจิทัลที่แตกต่างจากสกุลเงินอื่น ๆ เพราะ ออกแบบกายได้ระบบ Private Blockchain โดยมีบริษัท Ripple เป็นผู้ดูแลปริมาณเงินในระบบทั้งหมด ทำให้นักลงทุนไม่สามารถ ขุดได้ ด้วยเหตุผลที่ต้องการให้ Ripple มีความเสถียรและเป็นเงิ ดิจิทัลหลักสำหรับใช้แลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ
Stellar (XLM)
Stellar เป็นสกุลเงินที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Ripple ที่มี จุดประสงค์เพื่อเป็นเงินดิจิทัลสำหรับถ่ายโอนแลกเปลี่ยนกับสกุล เงินหลัก แต่จุดที่ Stellar แตกต่างออกไปคือการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานของคนทั่วไป ที่ถ่ายโอนเงินจำนวนไม่มาก ตรงกันข้ามกับ Ripple ที่จะเน้นกลุ่มองค์กรและสถาบันการเงิน เป็นหลัก
ข้อดีและข้อเสียของสกุลเงินดิจิทัล
สกุลเงินดิจิทัลถือเป็นสัญญาว่าจะทำให้การโอนเงินง่ายขึ้น ระหว่างทั้งสองฝ่ายเพื่อทำธุรกรรมได้ง่ายขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องมี บุคคลที่สามที่เชื่อถือได้เช่นธนาคารหรือบริษัทบัตรเครดิต การ โอนเหล่านี้อำนวยความสะดวกผ่านการใช้กุญแจสาธารณะและ คุญแจส่วนตัวเพื่อความปลอดภัย
หัวใจสำคัญที่สามารถดึงดูดใจและเป็นหน้าที่ของบิทคอยน์ด้วยก็ คือเทคโนโลยีบล็อคเชนที่ใช้ในการจัดเก็บบัญชีแยกประเภท ออนไลน์ของธุรกรรมทั้งหมดที่เคยดำเนินการโดยใช้บิทคอยน์ซึ่ง เป็นโครงสร้างข้อมูลสำหรับบัญชีแยกประเภทนี้ที่มีการคุกคาม จากแสกเกอร์ที่จำกัดและยังสามารถคัดลอกไปยังคอมพิวเตอร์ทุก เครื่องที่ใช้งานซอฟต์แวร์บิทคอยน์ได้
อย่างไรก็ตามเนื่องจากสกุลเงินดิจิทัลเป็นสิ่งเสมือนจริงและไม่มีที่ เก็บส่วนกลางทำให้ความสมดุลของเงินดิจิตอลจะถูกลบออกจาก ส่วนของความผิดพลาดในคอมพิวเตอร์ หากไม่มีสำเนาสำรอง ของการถือครองหรือถ้าหากใครสูญเสียกุญแจส่วนตัวไป ใน ขณะเดียวกันนี้จะไม่มีหน่วยงานใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรกลาง, รัฐบาลหรือบริษัทใด ๆ ที่จะสามารถเข้าถึงทรัพย์สินหรือข้อมูล ส่วนตัวได้
ลักษณะของการทำธุรกรรมของสกุลเงินดิจิทัลกึ่งไม่ระบุชื่อทำให้ เหมาะสำหรับโฮสต์ของกิจกรรมที่เลวร้ายเช่นการฟอกเงินและ การหลีกเลี่ยงภาษี อย่างไรก็ตามผู้ให้การสนับสนุนสกุลเงินดิจิทัล มักให้ความสำคัญกับการ ไม่เปิดเผยตัวตนอย่างมาก