Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ระบบทางเดินอาหาร, การทำงานของตับและระบบน้ำดี, นายศุภกร ตะพานแก้ว 67070021…
ระบบทางเดินอาหาร
ภาพรวมทั่วไปของระบบทางเดินอาหาร (General Aspects)
ส่วนประกอบ
ทางเดินอาหาร (Digestive Tract): ปาก, คอหอย, หลอดอาหาร, กระเพาะอาหาร, ลำไส้เล็ก (Duodenum, Jejunum, Ileum), ลำไส้ใหญ่ (Cecum, Appendix, Colon, Rectum), ทวารหนัก
อวัยวะช่วยย่อย (Accessory Organs): ต่อมน้ำลาย, ตับอ่อนส่วนขับออก (Exocrine Pancreas), ระบบน้ำดี (ตับและถุงน้ำดี)
อวัยวะช่วยย่อย (Accessory Organs): ต่อมน้ำลาย, ตับอ่อนส่วนขับออก (Exocrine Pancreas), ระบบน้ำดี (ตับและถุงน้ำดี)
หลักการทำงานและการควบคุม (Motility & Regulation)
ชั้นของผนังทางเดินอาหาร: ประกอบด้วย 4 ชั้นหลักเรียงจากในไปนอกคือ Mucosa (เยื่อบุ) → Submucosa (มี Submucosal Plexus) → Muscularis Externa (มี Myenteric Plexus) → Serosa (ชั้นนอกสุด)
การควบคุมภายใน: คือ ระบบประสาทเอนเทอริก (ENS) ซึ่งประกอบด้วย Submucosal และ Myenteric Plexus มีความสามารถในการทำงานได้ด้วยตนเองจึงเปรียบเหมือน "สมองน้อยของ GI"
การเคลื่อนไหวอัตโนมัติ: เกิดจากเซลล์ที่เรียกว่า Interstitial cells of Cajal (ICC) ซึ่งทำหน้าที่สร้าง Slow-wave potentials หรือที่เรียกว่า Basic Electrical Rhythm (BER) เพื่อกำหนดจังหวะการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบ (เช่น ในกระเพาะอาหารจะมีการหดตัวประมาณ 3-5 ครั้งต่อนาที)
การควบคุมภายนอก
Parasympathetic (สื่อประสาทคือ Acetylcholine) จะมีหน้าที่ กระตุ้น ENS และเพิ่มการทำงานของระบบทางเดินอาหาร
Sympathetic (สื่อประสาทคือ Norepinephrine) จะมีหน้าที่ ยับยั้ง ENS และลดการทำงานของระบบทางเดินอาหาร
ระยะการตอบสนองต่อมื้ออาหาร (Phases of Response to a Meal)
ระยะซีฟาลิก, ช่องปาก, และหลอดอาหาร (Cephalic, Oral, and Esophageal Phases)
Cephalic Phase: เป็นการเตรียมพร้อมของ GI ก่อนอาหารจากการคิด, กลิ่น, หรือการมองเห็นอาหาร ซึ่งจะเพิ่มการหลั่งสารต่าง ๆ เช่น น้ำลาย, กรดในกระเพาะ, และเอนไซม์ตับอ่อน ผ่านการกระตุ้นของ Parasympathetic
Esophageal Phase
Peristalsis: การบีบตัวเป็นคลื่น (Primary และ Secondary) ดันก้อนอาหาร (Bolus) ลงสู่กระเพาะอาหาร
Gastroesophageal Sphincter (LES): ปกติจะหดตัวเพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับของกรด (Heartburn) และจะคลายตัวเมื่อกลืนอาหาร
ระยะกระเพาะอาหาร (Gastric Phase)
หน้าที่หลัก
กักเก็บอาหาร: ผ่านกลไก Receptive Relaxation สามารถขยายจาก 50 ml เป็น 1,000 ml ได้โดยที่ความดันไม่เพิ่มมากนัก
การย่อย: เริ่มย่อยโปรตีน (ด้วย HCl และเอนไซม์)
การผสม: การหดตัวที่แรงขึ้นในส่วน Antrum ผสมอาหารกับน้ำย่อยเป็น Chyme
การถ่ายเทสู่ลำไส้เล็ก (Gastric Emptying): ถูกควบคุมเป็นหลักด้วยปัจจัยใน Duodenum (ลำไส้เล็กส่วนต้น) เพื่อชะลอการถ่ายเทหาก
มี ไขมัน ใน Duodenum
มี กรด ใน Duodenum
เกิด Hypertonicity (สารละลายเข้มข้นสูง)
เกิดการ โป่งพอง ของ Duodenum
ระยะลำไส้เล็ก (Small Intestinal Phase)
การหลั่งน้ำย่อยจากตับอ่อน
Secretin: กระตุ้นเซลล์ท่อให้หลั่งสารละลาย NaHCO₃ (โซเดียมไบคาร์บอเนต) เพื่อปรับสภาพกรด
CCK (Cholecystokinin): กระตุ้นเซลล์ Acinar ให้หลั่ง เอนไซม์ย่อยอาหาร
การย่อยและดูดซึม
คาร์โบไฮเดรต: ย่อยโดย Amylase และ Brush border disaccharidases ได้เป็น Monosaccharides (กลูโคส, กาแล็กโทส, ฟรุกโทส) เพื่อดูดซึม
ไขมัน: ย่อยเป็น Monoglycerides และ Fatty Acids ก่อนจะรวมตัวเป็น Chylomicrons และดูดซึมเข้าหลอดน้ำเหลือง
ระยะลำไส้ใหญ่ (Colonic Phase)
หน้าที่หลัก: ดูดซึมน้ำและเกลือแร่ที่เหลืออยู่ และกักเก็บอุจจาระ
การเคลื่อนไหว
Haustral Contractions: การหดตัวแบบช้า ๆ ที่ช่วยในการผสมและสัมผัสกับเยื่อบุ
Mass Movements: การหดตัวที่แรงและกวาดไปในระยะทางยาว (3-4 ครั้ง/วัน) เพื่อดันอุจจาระเข้าสู่ Rectum
การขับถ่าย (Defecation)
Defecation Reflex: เกิดจากการโป่งพองของ Rectum
Internal Anal Sphincter: กล้ามเนื้อเรียบ, คลายตัวตามรีเฟล็กซ์
External Anal Sphincter: กล้ามเนื้อลาย, ควบคุมโดย สมัครใจ
การทำงานของตับและระบบน้ำดี
ถุงน้ำดี เก็บและปล่อยน้ำดี ควบคุมโดย CCK (กระตุ้นการหดตัวของถุงน้ำดีและการคลายตัวของ Sphincter of Oddi)
ตับ หลั่งน้ำดี (Bile) ซึ่งมี Bile Salts ช่วยในการอิมัลซิไฟเออร์ไขมัน
นายศุภกร ตะพานแก้ว 67070021 คณะสาธารสุขศาสตร์สาขาการสาธารณสุขชุมชน