Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การจัดบริการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสถานประกอบการ - Coggle Diagram
การจัดบริการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสถานประกอบการ
ประเภทของการจัดบริการ
การจัดบริการตามกฎหมาย
เช่น รถรับส่ง พนักงาน ที่อยู่อาศัย เงินช่วยเหลือพิเศษ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ชุดพนักงาน โบนัส เบี้ยเลี้ยง
การจัดบริการนอกเหนือที่กฎหมายกำหนด
เช่น กองทุนเงินทดแทน กองทุนประกันสังคม น้ำดื่มสะอาด ห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องพยาบาล การบริการทางการแพทย์
แนวคิดทางด้านการจัดการ
ปัจจัยด้านสังคม รวมไปถึงปัจเจกบุคคลและความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคม
แรงผลักดันนี้มีความเชื่อว่าทุกคนควรทำงานอย่างปลอดภัย ในทำนองเดียวกัน สถานที่ทำงานที่ ปลอดภัยเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่พึงประสงค์นอกเหนือจากการได้รับค่าตอบแทนที่ดี
ปัจจัยทางด้านการเมืองทั้งภายในและนอกประเทศ
เมื่อสังคมและบุคคลในสังคมมีความ เชื่อและต้องการให้ภาคอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการมีความสนใจทางด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของพนักงานและ
ผู้ที่อยู่อาศัยรอบๆ สถานประกอบการนั้น
ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ
ผู้ที่ทำงานการศึกษาหลายท่านได้ชี้ให้เห็นว่าความปลอดภัยและอาชีวอนามัยเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการควบคุมความสูญเสียมีการประมาณการว่าค่าใช้จ่ายแฝงเหล่านี้ได้แก่
ค่าใช้จ่ายในการจ้างคนงานทดแทนคนที่บาดเจ็บค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้น
การจัดสวัสดิการในสถานประกอบการตามกฎหมายไทย
การจัดบริการน้ำดื่มสะอาด
จัดให้มีการบริการน้ำดื่มไม่น้อยกว่า 1
ที่สำหรับลูกจ้างไม่เกิน 40 คนและเพิ่มขึ้นในอัตราส่วน 1 ที่สำหรับลูกจ้างทุกๆ 40 คน เศษของ 40 คน ถ้าเกิน 20 คนให้ถือเป็น 40 คน
การจัดบริการห้องน้ำและห้องส้วม
จัดให้มีห้องน้ำและห้องส้วมแยก สำหรับชาย หญิง และคนพิการ รวมทั้งให้มีการดูแลรักษาความสะอาดให้อยู่ในสภาพที่ถูกสุขลักษณะเป็นประจำทุกวัน
การจัดบริการด้านการปฐมพยาบาลและการรักษาพยาบาล
3.1 สถานที่ประกอบการที่มีลูกจ้างทำงานตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีเวชภัณฑ์และยาเพื่อใช้ในการปฐมพยาบาลในจำนวนที่เพียงพอ 29 รายการตามที่กฎหมายกำหนด
3.2 สถานที่ประกอบการที่มีลูกจ้างทำงานตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มี เวชภัณฑ์และยาเพื่อใช้ในการปฐมพยาบาลห้องรักษาพยาบาลพร้อมเตียงพักคนไข้อย่างน้อย 1 เตียง พยาบาลตั้งแต่ระดับพยาบาลเทคนิคขึ้นไป ไว้ประจำอย่างน้อย 1 คน ตลอดเวลาการทำงาน แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งอย่างน้อย 1 คน เพื่อตรวจรักษาพยาบาลไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และเมื่อรวมเวลาแล้วต้องไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง
3.3 สถานประกอบการที่มีลูกจ้างทำงานตั้งแต่ 1,000 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีเวชภัณฑ์และยาเพื่อใช้ในการปฐมพยาบาลห้องรักษาพยาบาลพร้อมเตียงพักคนไข้อย่างน้อย 2 เตียง พยาบาลตั้งแต่ระดับพยาบาลเทคนิคขึ้นไปไว้ประจำอย่างน้อย 1 คนตลอดเวลาการทำงานแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งอย่างน้อย 1 คนเพื่อตรวจรักษาพยาบาลไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 3 ครั้ง และเมื่อรวมเวลาแล้วต้องไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 12 ชั่วโมง
หลักการจัดบริการ
นโยบาย (Policy)
เพื่อใช้เป็นแนวทางหรือจุดมุ่งหมายในการดำเนินงานด้านความปลอดภัยร่วมกัน
ต้องจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร ใช้ภาษาที่ชัดเจนเข้าใจง่าย
ลงวันที่ และลงนามหรือประทับตรารับรองโดยผู้บริหารสูงสุด
มีความเฉพาะเจาะจง เหมาะสมกับขนาดลักษณะกิจกรรมของสถานประกอบการ
มีการสื่อสารให้ทุกคนในสถานประกอบการทราบ
ได้รับการทบทวนเพื่อความเหมาะสมอยู่เสมอ
มีไว้พร้อมให้บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องตรวจสอบตามความเหมาะสม
การจัดการ (Organizing)
เป็นการจัดตั้งองค์กรด้านความปลอดภัยพร้อมกับกำหนดหน้าที่รับผิดชอบในระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
การวางแผน (Planning)
ใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินการจัดบริการด้านอาชีวอนามัยความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ สามารถครอบคลุมอันตรายหรือความเสี่ยงทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นในสถานประกอบการ
3.1 การทบทวนสถานะเริ่มต้น
3.2 การบ่งชี้อันตรายและประเมินความเสี่ยง
3.3 การบริหารจัดการความเสี่ยง คือ การใช้แผนลดความเสี่ยงหรือแผนควบคุมความเสี่ยง ขึ้นอยู่กับลักษณะอันตรายหรือความเสี่ยง
การนำไปปฏิบัติ (Implementation)
เป็นการนำแผนงานด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานทีได้มีการจัดทำขึ้นมานำไปสู่การปฏิบัติงาน
4.1 กำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน
4.2 กำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงานและเวลาที่แล้วเสร็จ
4.3 จัดสรรทรัพยากรอย่างพอเพียงด้านงบประมาณ บุคลากร เวลา และทรัพยากรอื่นๆ
การประเมิน (Evaluation)
ต้องมีการกำหนดการประเมินผลงานว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ หรือไม่
5.1 เป้าหมายในการดำเนินงาน หรือ KPI
5.2 กำหนดผู้ที่ทำการประเมิน
5.3 กำหนดผู้ที่ทำการประเมิน
5.4 กำหนดระยะเวลาที่ทำการประเมิน
5.5 สรุปผลการประเมิน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุง
การดำเนินการปรับปรุง (Evaluation)
นอาจพบการดำเนินงานที่อาจส่งผลให้เกิดอันตรายจากการทำงานต่อผู้ปฏิบัติงานต้องได้รับการปรับปรุงสภาพการทำงานเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานต่อผู้ปฏิบัติงาน
เช่น การปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน วิธีการปฏิบัติ เครื่องมือ
การตรวจสอบ (Improvement)
เป็นการตรวจสอบการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานในสถานประกอบการว่ายังคงมีการดำเนินการอยู่และมีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องกันอันตรายอุบัติเหตุและโรคจากการปฏิบัติงานให้กับผู้ปฏิบัติงาน
7.1 การกำหนดระยะเวลาในการตรวจสอบ ต้องดำเนินการเป็นระยะและต่อเนื่อง
7.2 กำหนดผู้ที่ทำการตรวจสอบ
7.3 กำหนดองค์ประกอบที่จะทำการตรวจสอบ
การตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ใช้บุคลากรในสถานประกอบการตนเอง
การตรวจสอบภายนอก (external Audit) ใช้บุคลากรอื่นนอกองค์กรใน การตรวจสอบ
การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement)
เป็นการทบทวนผลการ ดำเนินงานด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบการ ทั้งระบบ พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ
ตัวอย่างกิจกรรมการจัดบริการ
กิจกรรมที่ 4 กิจกรรมการเตรียมความพร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉิน
เช่น การป้องกันและระงับเหตุการณ์รังสีรั่วไหลของสารเคมีการป้องกันและระงับเหตุการณ์ลิฟต์ ค้างหรือลิฟต์ตก
การป้องกันและระงับเหตุการณ์น้ำท่วม
กิจกรรมที่ 6 กิจกรรมการควบคุมอันตรายจากการทำงาน
การจัดทำระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 18001OHSAS 18001 ILO-OSH 2001
กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย
เช่น การอบรมเจ้าหน้าที่ความ ปลอดภัยระดับหัวหน้างาน การอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยและระดับบริหาร การอบรม 5 ส. เพื่อความปลอดภัย
กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมการประชุมด้านความปลอดภัย
เช่น การประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยประจำเดือน การประชุม Safety Talk หรือ Morning ประจำวัน
กิจกรรมที่ 7 กิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน
ตรวจสุขภาพประจำปี
การตรวจสุขภาพนักงานก่อนเข้าทำงาน
การตรวจสุขภาพพนักงานตามปัจจัยเสี่ยง
การตรวจสุขภาพพนักงานก่อนออกจากงาน
กิจกรรม Zero Accident
กิจกรรมโรงงานสีขาว
กิจกรรมที่ 8 กิจกรรมความปลอดภัยนอกงาน
การดูแลความปลอดภัยรถรับส่งพนักงาน
กิจกรรมเมาไม่ขับ ตรวจวัดแอลกอฮอล์
กิจกรรมแทกซี่ เพื่อนห่วงเพื่อน เมารับกลับบ้าน
กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมการจัดทำเอกสารส่งทางราชการ
เช่น รายงานผลการดำเนินงานของ จป.วิชาชีพ (จปว.) ส่ง ทุก 3 เดือน สถานที่ส่ง สำนักงานแรงงานจังหวัด/เขต
กิจกรรมที่ 5 กิจกรรมการตรวจความปลอดภัย
การตรวจความปลอดภัยโดยผู้ปฏิบัติงาน
การตรวจความปลอดภัยโดยหัวงาน
การตรวจความปลอดภัยโดยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
การตรวจความปลอดภัยโดยทีมงานหรือคณะกรรมการตรวจความปลอดภัย
การตรวจโดยนายจ้าง ผู้จัดการโรงงาน หรือผู้จัดการบริษัท
การตรวจความปลอดภัยโดยหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานภายนอก
กิจกรรมที่ 9 กิจกรรมด้านความปลอดภัยอื่นๆ
การจัดทำนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
การแต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย
การจัดเขียนงานความปลอดภัยประจำปี
การจัดทำคู่มือความปลอดภัยในการทำงาน
ป้ายสถิติจำนวนวันที่ไม่มีอุบัติเหตุในสถานประกอบการ ป้ายนโยบายความปลอดภัย
ประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดสวัสดิการ
เป็นการจูงใจพนักงานให้ปฏิบัติงานด้วยความรัก และเต็มใจในการปฏิบัติงาน
ได้พนักงานที่มีคุณภาพเนื่องจากสามารถใช้สวัสดิการเป็นแรงจูงใจ
พนักงานเกิดความจงรักภักดีกับองค์กร ไม่เปลี่ยนงานหรือย้ายงานบ่อย
แสดงถึงความห่วงใย จรรยาบรรณ และความรับผิดชอบของนายจ้างที่มีต่อลูกจ้าง
ทำให้เกิดความปลอดภัยแก่พนักงานในสถานประกอบการ
เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของสถานประกอบการ
ลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากอุบัติเหตุและโรคจาการทำงาน
ลดการกีดกันทางการค้า และสามารถขายสินค้าได้ในระดับสากล