Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ความแตกต่างระหว่างโลกเสมือนจริง (VR) กับเทคโนโลยีความจริงเสริม (AR),…
ความแตกต่างระหว่างโลกเสมือนจริง (VR) กับเทคโนโลยีความจริงเสริม (AR)
ความหมาย
AR คืออะไร?
แทบทุกคนที่ใช้สมาร์ทโฟนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีความจริงเสริม (Augmented Reality) ได้ ทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่า VR ในฐานะเครื่องมือสร้างแบรนด์และการเล่นเกม AR เปลี่ยนโลกธรรมดาๆ ให้เป็นโลกที่เต็มไปด้วยสีสันและภาพ โดยการฉายภาพและตัวละครเสมือนจริงผ่านกล้องหรืออุปกรณ์รับชมวิดีโอของโทรศัพท์ เทคโนโลยีความจริงเสริมเป็นเพียงส่วนเสริมให้กับประสบการณ์จริงของผู้ใช้
VR คืออะไร?
ความเป็นจริงเสมือนยกระดับองค์ประกอบเหล่านี้ไปอีกขั้นด้วยการสร้างแบบจำลองโลกคู่ขนานที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งหมด การจำลองแบบสมจริงเหล่านี้สามารถสร้างภาพหรือสถานที่เกือบทุกรูปแบบที่ผู้เล่นจะจินตนาการได้ โดยใช้อุปกรณ์พิเศษ เช่น คอมพิวเตอร์ เซ็นเซอร์ ชุดหูฟัง และถุงมือVR จะไม่มีชนิดแบ่งแยกชัดเจน เนื่องจากจำเป็นต้องใช้แว่นตา, Smartphone หรือ อุปกรณ์สวมใส่เพื่อใช้ในการเข้าไปสู่โลกเสมือน แต่จะมีอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ช่วยให้สมจริงยิ่งขึ้น เช่น เครื่องจำลองการขยับของรถไฟเหาะจำลอง, เครื่องสร้างการสั่นสะเทือน
ตัวอย่างการเอาเทคโนโลยี VRและAR ไปใช้
VR
ใช้ในการเล่นเกมส์ เช่น เกมส์แนว FPS (จำพวกยิงปืน) จะปืนจำลองให้ถือไปในระหว่างเล่น และ ตัวจำลองการเดินและวิ่งที่ผูกติดตัวเราไว้ คล้าย ๆ กับ Treadmill
ใช้ในการจำลองการฝึกขับเครื่องบินของกัปตัน
ใช้ในการจำลองการฝึกหัดทางทหาร เช่น การกระโดดร่ม โดยจะต้องใช้อุปกรณ์เสริมเป็นชุดกระโดดร่มจริง และ อุุปกรณ์ที่รั้งตัวให้สูงจากพื้น
ใช้ในการสวมเพื่อจำลองห้องที่มีการตกแต่งแล้ว (บริษัทอสังหาริมทรัพย์บางรายมีการใช้เทคโนโลยีนี้ในการโครงการใหม่เพื่อช่วยให้อ้างอิงจากสถานที่จริงได้ง่ายขึ้น)
AR
ตัวอย่างการเอาเทคโนโลยี AR ไปใช้
การดูภาพ 3 มิติ จากการเปิดกล้องใน Smart phone ใช้เป็นสื่อการสอนในโรงเรียนได้
แสดงเนื้อหาประกอบในสถานที่จริงนั้น ๆ เช่น เป็นป้ายบอกทาง (ของ Google) หรือ ใช้ในธุรกิจการท่องเที่ยว ตามสถานที่ท่องเที่ยว เช่น พิพิธภัณฑ์
ใช้กับการเล่นเกมส์ ที่เกี่ยวกับ Location เช่น Pokemon GO
ใช้ประโยชน์ในด้านการทหาร เรื่องการซ้อมรบ
ใช้ในงานแสดงศิลปะ โดยให้ความละเอียดที่อ้างอิงจากชิ้นงานจริง
ใช้ในสื่อโฆษณา ในการแสดงสินค้าต่าง ๆ
AR – เป็นการนำวัตถุเสมือนมาใช้กับโลกแห่งความเป็นจริง
VR – เป็นการจำลองโลกเสมือนแยกออกจากโลกแห่งความเป็นจริง
ความจริงแล้วเทคโนโลยีของทั้ง AR และ VR สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้อีกมากมาย
ชนิดของ AR
ชนิดของ AR สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดหลัก ๆ ดังนี้
Marker-Based – จะใช้วิธีติดตั้งในใบปลิว หรือ วัตถุต่าง ๆ โดยผู้ใช้งานสามารถดูภาพ 3 มิติได้จากการนำกล้องของ Smartphone ไปส่องที่วัตถุนั้น เช่น กระดาษเปล่าที่เมื่อส่องด้วยกล้อง Smartphone จะเจอข้อมูลแสดงขึ้นมา
Markerless – ผู้ใช้งานสามารถหยิบจับวัตถุมาวางในโลกจริงได้ ผ่าน Application เช่น นำเฟอร์นิเจอร์เสมือนมาวางไว้ที่ห้อง ก่อนจะไปซื้อมาใช้จริง
Location-Based – หากนำกล้อง Smartphone ส่องไปยัง Location-Based AR จะแสดงผลข้อมูลของสถานที่นั้น ๆ อ้างอิงจาก GPS เช่น แสดงป้ายบอกทาง และ ชื่อถนน
ชนิดของ VR
Non-immersive VR (ไม่สมจริง)
ลักษณะ: ไม่ได้ตัดขาดจากโลกแห่งความเป็นจริงโดยสมบูรณ์ ผู้ใช้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ ตัวอย่าง: การเล่นเกมบนคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกของเกม
Semi-immersive VR (กึ่งสมจริง)
ลักษณะ: สร้างประสบการณ์เสมือนจริงที่สมจริงขึ้นมาโดยยังคงเชื่อมต่อกับสภาพแวดล้อมจริง ทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นและโต้ตอบกับโลกภายนอกได้
ตัวอย่าง:เครื่องจำลองการบิน: ใช้แผงควบคุมจริงแต่มีหน้าต่างแสดงภาพเสมือนจริงของท้องฟ้าและสภาพแวดล้อม การทดลองในห้องแล็บ: การจำลองการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง
Fully immersive VR (สมจริงเต็มรูปแบบ)
ลักษณะ: ตัดขาดผู้ใช้ออกจากโลกแห่งความเป็นจริงโดยสมบูรณ์ ผ่านอุปกรณ์ที่สวมใส่ เช่น ชุดหูฟัง VR ที่ครอบคลุมการมองเห็น และอาจมีอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เพื่อให้สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไห
ตัวอย่าง: Oculus Rift หรือ Vive: อุปกรณ์ VR ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์และให้ประสบการณ์ที่สมจริง
PlayStation VR: อุปกรณ์ VR ที่เชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเกม
ความแตกต่าง
ชนิดของ AR และ VR
ความแตกต่าง