Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Molecular genetics of cancer, image, image, image - Coggle Diagram
Molecular genetics of cancer
เป็นการศึกษาว่าด้วยกลไกในระดับของชีวโมเลกุลและพันธุศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็ง
มะเร็งเกี่ยวข้องกับการกลายพันธ์ในระดับของยีนที่ควบคุมการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์ (Cell Proliferation and Differentiation) ซึ่งทำให้เซลล์นั้นไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์ได้ (Unregulatetd proliferation)
Carcinogens เป็นสารก่อมะเร็งที่ทำให้เกิดการกลายพันธ์ของดีเอ็นเอ
เป็นการแบ่งเซลล์ที่รวดเร็ว (pine up on top) ทำให้เกิดการบวมเป็นก้อน (Lump) เป็นเนื้องอก
1.Malignant เป็นเนื้องอกชนิดร้าย ที่มีพฤติกรรมชอบบุกรุกไปเซลล์อื่นทำให้เซลล์ชนิดอื่นเป็นมะเร็ง ระยะนี้เรียกว่าระยะแพร่กระจาย
2.Benign เป็นเนื้องอกที่เป็นเนื้อดี ไม่มีพฤติกรรมบุกรุกเซลล์อื่น
การตัดชิ้นเนื้อไปย้อม จะใช้สีย้อม Hematoxylin ใช้ย้อม Nucleus และสีย้อม Eosin ใช้ย้อม Cytoplasm stain
ชื่อโรคมะเร็งแบ่งตามตำแหน่งจุดเริ่มต้นของการเกิดโรค
2.Sarcomas : พบในเนื้อเยื่อสนับสนุน (Supporting tissue) เช่น กระดูก,กระดูกอ่อน หรือพบในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective tissue) เช่น ตับ,ตับอ่อน
3.Lymphoma & Leukemias : พบในระบบเลือดและระบบน้ำเหลือง เป็นมะเร็งที่ไม่ได้อยู่ในรูปก้อนแข็งแต่เป็นของเหลวอยู่ในกระแสเลือด
1.Carcinomas : พบได้มากที่สุด 90% จะพบในเนื้อเยื่อบุผิว (epithrlial cells) เช่น ผิวหนังที่ปกคลุมร่างกาย
การเจริญเติบโตแบบปกติ จะเจริญเติบโตอย่างเป็นระเบียบ
การเจริญของเนื้องอกจะเป็นการแบ่งตัวที่ควบคุมและหยุดยั้งไม่ได้ โดยจะไปเจริญบนเซลล์ปกติเกิดเป็นก้อน
Comparison
Normal cells : เป็นการเจริญแบบมีทิศทางและเป็นระเบียบ
จะเจริญแบบต้องมีพื้นที่ยึดเกาะ ต้องมีผิวสัมผัสยไว้สื่อสารกับเซลล์
ถ้าเซลล์มีความหนาแน่นมากจะสั่งหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์
มีจำนวนการแบ่งตัวของเซลล์ที่ชัดเจนแน่นอน
มี Telomere สั้น
การแบ่งตัวของเซลล์จะมีการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์
มีจุด checkpoint ของยีนที่เป็นโปรตีนที่จะคอยตรวจสอบระยะในการแบ่งตัว
ตายตามธรรมชาติหรือตายอย่างตั้งใจ
Cancer cells : เป็นการเจริญแบบไม่มีทิศทางและไม่เป็นระเบียบ
ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ผิวสัมผัสหรือที่ยึดเกาะ
ต่อให้มีเซลล์เจริญมากก็จะให้เจริญไปเรื่อยๆ
แบ่งตัวไปเรื่อยๆ
มี Telomere ใหญ่
ไม่เกี่ยวกับการส่งสัญญาณในการแบ่งเซลล์
สูญเสียหน้าที่ของโปรตีนตัวนั้นที่จะคอย checkpoint
ไม่มีการตายเพราะถูกยับยั้ง
ระยะกระบวนการบุกรุกและและการแพร่กระจาย
1.เนื้อร้ายจะบุกรุกเข้าไปในเนื้อเยื่อร่างกาย มันจะสูญเสียหน้าที่ในการยึดเกาะระหว่างเซลล์แต่จะเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนที่
2.จากนั้นเข้าสู่ระบบกระแสเลือด แพร่ไปสู่ออร์แกเนลล์ต่างๆ
3.ไปบุกรุกทำลายตำแหน่งอื่นๆเกิดเป็น secondary tumors มีลักษณะเป็น seed and soil
checkpoints in Tumor cells
เป็นจุดตรวจสอบของโปรตีนหรือยีนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตและการแบ่งเซลล์
มี cyclin เป็นโปรตีนเข้าคู่กับ CDK complexes ถึงจะทำงานทำหน้าที่คล้ายเบรค ทำงานจำเพาะในจุด checkpoint ในแต่ละการแบ่งตัว
เกี่ยวข้องกับกระบวนการ phosphorelate เพราะเกี่ยวข้องกับเอนไซม์ kinase และการให้พลังงาน ATP ในจุด checkpoint
จะทำการ formation และ degtadation
เช่น start checkpoint เกี่ยวข้องกับ CDK 4 และ Cyclin D หรือ s phase เกี่ยวข้องกับ CDK 2 และ Cyclin A
Transfection Test
เป็นการระบุเซลล์กลายพัน Oncogenes
oncogenes : ถ้าเกิดการกลายพันจะส่งเสริมให้เกิดมะเร็ง
Tumor suppressor genes : เป็นตัวกดดันถ้าเกิดการกลายพันจะทำให้สูญเสียหน้าที่ของยีนนั้นๆส่งผลให้เกิดเป็มะเร็ง
กระบวนการ
3.oncogenes แทรกซึมเข้าไปในเซลล์เปลี่ยนเซลล์ปกติให้กลายเป็นเซลล์มะเร็ง
4.เซลล์มะเร็งเจริญก่อตัวเป็นกลุ่ม
2.ถ่ายโอนเข้าสู่เซลล์ปกติของหนู
5.แยกดีเอ็นเอที่ติด marker ออกมา
1.แยกดีเอ็นเอของเซลล์มะเร็งออกมาโดยจะติด marker ไว้ด้วยเพื่อให้สามารถวิเคราะห์ได้
6.ทำซ้ำขั้นตอนที่ 1-5 อีกครั้งเพื่อดู transforming ability
สาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งในมนุษย์
รังสี
UV,ionizing
การติดเชื้อ
Viruses (EBV,hepatitis B, papilloma)
Bacteria (Helicobacter)
การสัมผัสสารเคมี
ควันบุหรี่,ฝุ่นจากสิ่งแวดล้อม,อาชีพ เช่น น้ำมันดินถ่านหิน,อาหาร (aflatoxin)
เกิดจากการถ่ายทอดยีนจากพ่อแม่ส่งผลต่อรุ่นลูกหลาน
Cancer and Programmed Cell Death
Caspases
เป็นโปรตีนที่ผลิตเกี่ยวกับ proteolytic enzyme ที่จพทำหน้าที่ย่อยโปรตีนหลายๆตัวในร่างกาย
คอยหยุดหรือไม่หยุดเมื่อเซลล์เกิดการแบ่งตัวผิดปกติ
Apoptosis
ตายอย่างตั้งใจ เรียกอีกอย่างว่า programmed cell death
โครมาตินจะขดตัวสั้นที่สุดทำให้นิวเคลียสแตกเป็น fragment ได้เป็นชิ้นเล็กๆ เรียกว่า laddering