Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ข้อมูลทั่วไป - Coggle Diagram
ข้อมูลทั่วไป
sepsis
สาเหตุ
ประมาณ 5% เกิดจากแบคทีเรียชนิดก่อภาวะนี้ได้บ่อย
(classicpathogensH.influenzae,Neisseriameningitidis,streptococcus pyogenesun:S.pnumoniae
-
-
-
พยาธิสภาพ
Sepsis คือ ภาวะการติดเชื้อในกระแสโลหิตซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย โดยผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย จากนั้นเชื้อแบคทีเรียซึมเข้าสู่กระแสเลือด หากไม่ได้รับการรักษาทันที อาจอักเสบทั่วร่างกาย ซึ่งทำให้ ลิ่มเลือดอุดตันการลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะ ที่สำคัญของร่างกาย เมื่อไม่ได้รับออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ การทำงานของอวัยวะส่วนนั้นจึงล้มเหลว
โรคท่อน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน
จากนิ่วที่ท่อน้ำดีรวมAcute cholangitis with Common bile duct (CBD)stone with distal CBD
obstruction
ภาวะแทรกซ้อน
- อาจทำให้เป็นฝีในปอด (lung abscess) ภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด (pleural effusion)ภาวะ มีหนองในโพรงเยื่อหุ้มปอด (empyema) หลอดลมพอง(bronchiectasis) ปอดแฟบ (atelectasis)
- เชื้ออาจแพร่เข้าสู่กระแสเลือด(sepsis) กลายเป็นโลหิตเป็นพิษ (septicemia/bacteremia) สมองอักเสบ (encephalitis) และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ(meningitis)เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (pericarditis) เยื่อบุหัวใจ อักเสบ(endocarditis) เยื่อหุ้มช่องท้องอักเสบ(peritonitis)ข้ออักเสบติดเชื้อชนิดเฉียบพลัน (acute pyogenicarthritis)
- ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสีย ชีวิต ได้แก่ กลุ่มอาการหายใจล้มเหลว เฉียบพลัน(acute respiratory distress syndrome) ภาวะการ
หายใจล้มเหลว(respiratory failure ) ภาวะไตวาย (renal failure) ภาวะช็อกจาก โรคติดเชื้อ(septic shock) ซึ่งจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแล และเฝ้า ติดตามอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยระยะวิกฤติ
- ภาวะแทรกซ้อนจากโรคปอดอักเสบ โดยตรง ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาhospital-acquired pneumonia (HAP)ventilator associated pneumonia (VAP) sinusitis bas urinarytract infection
-
พยาธิสภาพของโรค
เมื่อมีนิ่วมาอุดกั้นท่อทางเดินน้ำดี จะทำให้เกิดความดันในท่อน้ำดีเพิ่มขึ้น ทั้งถุงน้ำดีและท่อน้ำดีจะบีบตัวอย่างแรงเพื่อขับน้ำดี
ออกมา จึงเกิดอาการปวดท้อง ปวดบิดจากการอุดกั้นของนิ่วไปขวางการไหลของการอุด ตันของนิ่วทำให้น้ำดีคั่งอยู่ในท่อน้ำดีเป็นเวลานาน เกิดการสะสมของเชื้อโรค ทำให้เกิดการติดเชื้อของท่อน้ำดี (Cholangitis)
-
สาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยง
เกิดจากการหล่นลงมาจากถุงน้ำดี ไม่ได้เกิดจากในท่อน้ำดี(Secondary stone) และนิ่วที่เกิดในท่อน้ำดีเอง(Primary stone) เป็นนิ่วที่เกิดจากการติดเชื้อและการหยุดนิ่งในท่อน้ำดีมักเกี่ยวข้องกับการตีบตันของท่อน้ำดีส่วนปลาย ลักษณะนิ่วมีลักษณะคล้ายโคลน(Mud-like stone) พบในผู้ป่วยทางแถบเอเชีย
อาการและอาการแสดง
กลุ่มที่มีอาการ อาการที่พบมีดังนี้
• ท้องอืด แน่นท้อง
• ปวดเสียดท้อง
• ปวดท้องบริเวณใต้ชาย โครงขวา หรือลิ้นปี่ มักเป็นหลังรับประทานอาหารมัน อาการเป็นอยู่นานหลายชั่วโมง
แต่ไม่เกิน 8 ชั่วโมง แล้วค่อยกลับมาเป็นปกติ อาจมือการร้าวไปสะบักขวาหรือที่หลัง
กลุ่มไม่มีอาการ พบว่าผู้ป่วยนิ่วในท่อทางเดิน
น้ำดี ส่วนใหญ่ มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยทั้งหมดไม่มีอาการ และในผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีโอกาสเกิดอาการขึ้นได้
ภาวะแทรกซ้อน
-
อวัยวะทำงานผิดปกติ การติดเชื้อในกระแสเลือดส่งผลต่อการทำงาน ของอวัยวะอื่น ๆ ภายในร่างกายอีกด้วย คืออวัยวะหลายส่วนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ รวมไปถึงการทำงานของหัวใจ ปอดและไต
ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Respiratory Distress Syndrome, ARDS) ภาวะนี้ถือเป็นภาวะที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต เนี่ยงจากผู้ป่วยไม่ได้รับออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงปอดอย่างเพียงพอ
ภาวะเลือดแข็งตัวในหลอดเลือดแบบแพร่กระจาย
(Dleepminated Intravascular Coagulation, DIC)ผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดอาจเกิดภาวะเลือดในหลอดเลือดแข็งตัวได้ โดยจะเกิดลิ่มเลือด ในหลอดเลือดเล็กที่อยู่ทั่วตามร่างกาย
การวินิจฉัย
การตรวจอาการทั่วไป เบื้องต้นแพทย์จะตรวจอาการของ ผู้ป่วย ประกอบกับประวัติการรักษา นอกจากนี้ แพทย์จะตรวจร่างกาย วัดระดับความดัน โลหิต อุณหภูมิร่างกาย ชีพจร และอาการ หรือ สัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ทีเกิดร่วมกับการติดเชื้อในกระแสเลือด
การตรวจเลือด แพทย์จะเก็บตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยเพื่อนำไปตรวจ หาการติดเชื้อ การเกิดลิ่มเลือด การทำงานที่ตับหรือไต ความสามารถ ในการลำเลียงออกซิเจน และระดับความสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย ผู้ป่วย
การตรวจสารคัดหลั่งจากบาดแผล หากผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บและเกิด แผลติดเชื้อ แพทย์จะเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากบาดแผลมาตรวจ เพื่อช่วยในการจ่ายยาปฏิชีวนะให้สามารถรักษาการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การตรวจน้ำมูกหรือเสมหะ หากผู้ป่วยเกิดอาการไอและมีเสมหะด้วย แพทย์จะเก็บตัวอย่างน้ำมูกหรือเสมหะ โดยการตรวจนี้จะช่วย วินิจฉัยชนิดของแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการติดเชื่อ
- อุณหภูมิกายสูงกว่า 38 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า 36
องศา เซลเซียส
- ชีพจรเร็วกว่า 90 ครั้งต่อนาที
- หายใจเร็วกว่า 24 ครั้งต่อนาที หรือมี partial pressure of carbon dioxide ในเลือดแดงต่ำกว่า 32 มิลลิเมตรปรอท
-
Lap
-
-
-
ผลการตรวจพิเศษ
(เช่น Ultrasound , Gastroscope , EGD ฯ) US : upper abdomen ผลเป็น
-Few ill-defined hypochoic lesions at right hepatic lobe (up to 3.5 cm). Further dynamic contrast-enhanced study is recommended.
-
-
-
GA
ผู้ป่วยชายไทยวัยผู้สูงอายุ เตียง A34 อายุ 72 ปี น้ำหนัก 59 กิโลกรัม สูง 162 เซนติเมตร BMI 22.48 kg/m2 อยู่ในเกณฑ์ปกติ ร่างกายสะอาด ไม่มีกลิ่นตัวไม่มีอาการซึม ไม่มีอาการสับสน รับรู้วัน เวลา สถานที่ รู้กลางวัน-กลางคืน ททท รู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง ประเมินระดับความรู้สึก Glasgow coma scale ได้ E4V5M6 จัดอยู่ในระดับ Full consciousness ยอมรับและให้ความร่วมมือในทางการแพทย์และการพยาบาลอย่างดี บริเวณศรีษะไม่มีบาดแผล ลักษณะศรีษะมีความสมมาตรกัน เส้นผมมีลักษณะสีดำ ไม่มีผมร่วง ใบหน้ามีความสมมาตรกัน ไม่มีบาดแผลบริเวณใบหน้า ไม่ได้ใส่สายออกซิเจน ดวงตาบริเวณตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง บริเวณริมผีปากด้านขวา มีบาดแผลเล็กน้อย ประเมินภาวะซีดด้วย Capillary refilling time ใช้เวลาคืนตัวกลับน้อยกว่า 2 วินาที แขนข้างขวา On heparin lock ไม่ได้ใส่สายสวนปัสสาวะ น้ำปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม ผิวหนังมีความเหี่ยวย่น มีความชุ่มชื่นตามวัย ประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Motor power) แขน-ขา เกรดเต็ม สัญญาณชีพ V/S BP=131/53 mmHg, RR=20 ครั้ง/นาที , PR=90 ครั้ง/นาที ,
BT=37.1 องศาเซลเซียส , (O2 Saturation) 98%
-
ประวัติเจ็บป่วยปัจจุบัน
อาการปัจจุบัน : 3 WK ก่อนมารู้สึกตัวร้อน มีไข้ช่วงกลางคืน ไม่ได้วัดอุณหภูมิ ไม่ไอ ไม่มีปวดศีรษะ ไม่หอบเหนื่อย ไม่มีคลื่นไส้อาเจียนไม่ปวดตามตัวไม่ท้องเสียไม่ถ่ายเหลวทานยาพาราสี่เม็ดต่อครั้งคืนละสองครั้งวันไหนรู้สึกป่วยไม่มากกินพาราหนึ่งถึงสองเม็ดอาการไข้ลดลงไม่ได้ไปรักษาที่ไหน
2 WK PTA มาตาม นัด OPD Med อาการไข้ยังเหมือนเดิม เป็นไข้ช่วงกลางคืน หนาวสั่น ปวดกลางท้อง แพทย์ให้ admit R/O cholangitis ผู้ป่วยปฏิเสธการรักษา
-
-
วินิจฉัย:แพทย์สงสัย sepsis R/O cholangitis , Liver abscess