Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Transcriptome sequencing - Coggle Diagram
Transcriptome sequencing
คือ การศึกษา RNA ทั้งหมด
-
-
2.ระบุยีนที่ทำงานแตกต่างกัน: ค้นหาว่ายีนใดทำงานแตกต่างกันในเซลล์ชนิดต่าง ๆ หรือในสภาวะที่ต่างกัน เช่น เซลล์สมองกับเซลล์ตับ
3.ศึกษา isoforms และ splicing variants: ตรวจสอบว่ายีนหนึ่ง ๆ สามารถสร้าง RNA ที่แตกต่างกันหลายรูปแบบได้อย่างไร และการเกิด splicing variants มีผลอย่างไรต่อการทำงานของยีน
4.ทำความเข้าใจกลไกการควบคุมยีน: ศึกษาสารพันธุกรรม RNA ประเภทต่าง ๆ รวมถึง non-coding RNA เช่น miRNA, siRNA, piRNA ซึ่งมีบทบาทในการควบคุมการแสดงออกของยีน
5.ค้นหาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการกระตุ้น: ศึกษาว่าสิ่งเร้าต่าง ๆ ส่งผลต่อการแสดงออกของยีนอย่างไร ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ RNA ประเภทใดบ้าง
-
2.Long-read RNA-Seq → เป็นเทคโนโลนยีการ sequence ที่ได้ข้อมูลของ read lengths ที่มีขนาด 5,000 – 30,000 bp ซึ่งการได้ข้อมูลขนาดใหญ่จะช่วยให้เกิดความแม่นยำในการวิเคราะห์ผลบริเวณที่เป็น repetitive region หรือ overlap sequence ได้สมบูรณ์กว่า Short-read sequencing
-
การประยุกต์ใช้
1.Gene expression analysis
→ ระบุว่ายีนใดถูกเปิด (แสดงออก) และในระดับใด ในเนื้อเยื่อ ชนิดของเซลล์ หรือสภาวะต่าง ๆ
2.Differential gene expression
→ เปรียบเทียบการแสดงออกของยีนระหว่างกลุ่มที่ต่างกัน (เช่น เนื้อเยื่อปกติ vs เนื้อเยื่อที่เป็นโรค) เพื่อหายีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการชีวภาพเฉพาะ
3.Non-coding RNA analysis
→ ศึกษาบทบาทของ RNA ที่ไม่เข้ารหัสโปรตีน (เช่น microRNA) ในการควบคุมการแสดงออกของยีน
4.Cancer research
→ ระบุยีนที่เกี่ยวข้องกับการเกิดและการลุกลามของมะเร็ง และค้นหาตัวบ่งชี้ชีวภาพ (biomarkers) ที่อาจใช้ในการตรวจหรือรักษา
5.Drug discovery
→ ใช้หายีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดหรือความรุนแรงของโรค จากนั้นสามารถใช้ยีนเหล่านี้เป็นเป้าหมายในการพัฒนายาใหม่