Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การประเมินค่าสารสนเทศ การวิเคราะห์และสังเคราะห์สารสนเทศ - Coggle Diagram
การประเมินค่าสารสนเทศ การวิเคราะห์และสังเคราะห์สารสนเทศ
ความหมาย
การประเมิน วิเคราะห์ และสังเคราะห์สารสนเทศ เป็นการดำเนินการเพื่อเลือกสรรและจัดเตรียม
สารสนเทศให้เป็นระบบเพื่อให้สามารถเรียบเรียงเนื้อหารายงานได้ตรงตามเรื่องที่กำหนดไว้อย่างเหมาะสม
ความสำคัญ
เมื่อรวบรวมเอกสารแล้ว ต้องอ่านและประเมินอีกครั้งเพื่อคัดเลือกเฉพาะสารสนเทศที่ตรงกับความต้องการ มีคุณค่าและนำไปใช้ได้จริง จากนั้นบันทึกลงในบัตรบันทึก (Note Card) พร้อมหัวข้อและแหล่งที่มา เพื่อช่วยในการจัดลำดับเนื้อหา การเรียบเรียง และการอ้างอิงอย่างเป็นระบบในขั้นตอนต่อไปช่วยให้การเรียบเรียงเนื้อหาและการอ้างอิงในขั้นตอนต่อไปทำได้สะดวก
และสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
หลักการอ่ํานและประเมินคุณค่ํา (Reading and Evaluating Resources)
การประเมินสารสนเทศเป็นทักษะสำคัญ ที่ใช้ตั้งแต่การเลือกแหล่งสารสนเทศ การคัดเลือกเอกสารที่ตรงกับความต้องการ ไปจนถึงการพิจารณาเนื้อหาที่จะนำมาใช้จริง โดยมีเป้าหมายหลักคือดู ความสอดคล้องของเนื้อหา ความน่าเชื่อถือ ความถูกต้อง และความทันสมัย ซึ่งการประเมินอาจแตกต่างกันตามขั้นตอน เช่น ตอนสืบค้นใช้ข้อมูลบรรณานุกรมเพื่อประเมินเบื้องต้น ส่วนเมื่อเข้าถึงเอกสารต้องอ่านและเลือกเนื้อหาที่มีคุณค่า ปัจจุบันยังรวมถึงการประเมินสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์จากอินเทอร์เน็ตก่อนนำมาใช้ด้วย.
การวิเคราะห์สารสนเทศ
เป็นกระบวนการอ่านและทบทวนเอกสารอย่างละเอียด เพื่อจับประเด็นสำคัญ แยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และสารสนเทศที่สำคัญออกจากส่วนที่ไม่สำคัญ จากนั้นคัดเลือกข้อมูลที่น่าเชื่อถือและทันสมัยมาเรียบเรียงเป็นข้อสรุป บันทึกลงในบัตรบันทึกพร้อมหัวข้อและแหล่งที่มา ซึ่งจะช่วยในการรวบรวม จัดลำดับเนื้อหาอย่างเป็นระบบ และใช้อ้างอิงในผลงานต่อไป.
คำสำคัญ หรือแนวคิด เป็นค าที่เกี่ยวข้อง (Keyword or Concept) กับหัวข้อที่เราจะศึกษา ที่กำหนดขึ้นแทนเนื้อหาที่บันทึกในแต่ละบัตร โดยเขียนให้อยู่ต าแหน่งเดียวกันทุกบัตร (อาจอยู่ที่มุมบนซ้ายหรือขวาของบัตรก็ได้) หนึ่งบัตรให้บันทึกข้อมูล แนวคิดใดๆ เพียงหนึ่งแนวคิดเท่านั้น และแนวคิดนั้นต้องกำหนดให้เป็น ตัวแทนของข้อความที่บันทึกอย่างเหมาะสม
แหล่ที่มาของข้อมูล (Source) เป็นการบันทึกแหล่งที่มาของเอกสาร ที่เราอ่านและเลือกสรรสารสนเทศ มาจดบันทึกไว้ในบัตรบันทึก เพื่อใช้ประโยชน์ในการอ้างอิงนั้นๆ ให้น่าเชื่อถือ และเป็นการป้องกันการหลงลืมในภายหลังว่า สาระความรู้ เหล่านี้มาจากเอกสารใด เพราะการน าข้อความจากเอกสารของผู้อื่นมา
ข้อความที่บันทึก เป็นการบันทึกข้อเท็จจริงหรือความคิดเห็นที่ส าคัญจากเอกสาร ที่ตรงกับความต้องการเพื่อจะน าไปใช้ เรียบเรียงเป็นเนื้อหาในงานเขียนของเราต่อไป รูปแบบการบันทึกข้อความ ที่นิยมใช้ในการจดบันทึก มี3 แบบ คือ
จดบันทึกแบบ สรุปความ (Summary Note)
ถอดความ (Paraphrase)
แบบอัญพจน์ (Quotation Note)
การสังเคราะห์สารสนเทศ
การสังเคราะห์สารสนเทศ เป็นขั้นตอนการรวบรวมและประมวลข้อมูลจากบัตรบันทึกทั้งหมด มาจัดหมวดหมู่ตามหัวข้อสำคัญที่กำหนด กลั่นกรองและสรุปประเด็นที่สัมพันธ์กัน เพื่อนำไปสร้างโครงร่างรายงานหรือโครงเรื่องอย่างเป็นระบบ โดยยกตัวอย่าง “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่เน้นการดำรงชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน อาศัยความรอบรู้ควบคู่คุณธรรม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน.
แนวปฏิบัติในการสังเคราะห์สารสนเทศ มีดังนี้
จัดกลุ่มสารสนเทศที่เป็นเรื่องเดียวกันไว้ด้วยกันโดยรวบรวมบัตรบันทึกที่บันทึกไว้แล้วทั้งหมด มาจัดหมวดหมู่ตามหัวข้อสำคัญไว้ในบัตรบันทึกและเปรียบเทียบกับหัวข้อสำคัญที่กำหนดไว้เป็นประเด็นปัญหาในส่วนต้น
2.จัดกลุ่มหัวข้อสำคัญอีกครั้ง โดยนำบัตรบันทึกแต่ละกลุ่มประเด็นหลักในข้อ 1 มาจัดลำดับความสัมพันธ์อย่างมีเหตุผลระหว่างประเด็นแนวคิดใหญ่และแนวคิดย่อยของแต่ละแนวคิดในกลุ่มเดียวกันนั้นให้เห็นความสัมพันธ์ของสารสนเทศตามลำดับต่อเนื่องตามเรื่องราวนั้นๆ อย่างถูกต้องและชัดเจน
สร้างสารสนเทศในรูปแบบและโครงสร้างใหม่ๆ โดยนำกลุ่มสารสนเทศแต่ละเรื่องที่จัดเรียงลำดับหัวข้อใน 5.3.2 มากลั่นกรองและ จัดลำดับความสัมพันธ์ให้เชื่อมโยงกันทั้งหมด จากความรู้พื้นฐานของเรื่องนั้นๆไปยังเรื่องเฉพาะ จัดทำโครงเรื่อง (Outline)
การเรียบเรียงเนื้อหา
การเรียบเรียงเนื้อหารายงานทางวิชาการ เป็นการสังเคราะห์ กลั่นกรองและสรุปความรู้ความคิดที่ได้จากการค้นคว้าแหล่งต่างๆ มาเรียบเรียงอย่างเป็นระบบตามโครงเรื่องที่ก าหนดไว้แล้ว ให้ได้เนื้อเรื่อวครบถ้วนตามหัวข้อที่ก าหนด มความถูกต้อง เที่ยงตรงและแม่นย า มีการจัดล าดับความสัมพันธ์กันตามเหตุผลและความส าคัญของเรื่องเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นว่าผู้เขียนรายงานมีความเข้าใจแจ่มแจ้งในเรื่องที่เขียนการเรียบเรียงเนื้อหา