Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
(นายกรณ์นฤวิชญ์ ลั่นเต้ง 041) อยากเปิดโกดังญี่ปุ่นมือสอง -…
(นายกรณ์นฤวิชญ์ ลั่นเต้ง 041)
อยากเปิดโกดังญี่ปุ่นมือสอง
1.การจัดหาแหล่งสินค้า
21.คุณจะจัดการเรื่องการขนส่งและเอกสารนำเข้าอย่างไร?
22.จะคำนวณต้นทุนการนำเข้ารวมทั้งหมดอย่างไร?
23.อะไรคือค่าใช้จ่ายที่อาจจะซ่อนอยู่และคุณจะวางแผนรับมืออย่างไร?
24.การจัดการกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีวิธีไหนบ้าง?
25.ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างเพื่อผ่านพิธีการศุลกากรอย่างราบรื่น?
26.คุณจะหาข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบและข้อบังคับการนำเข้าอย่างไร?
27.คุณจะจัดการกับภาษีนำเข้าและค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นได้อย่างไร?
2.คุณจะจัดหาและนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นได้อย่างไร?
3.การหาบริษัทรวบรวมสินค้า (Shipper) ที่เชื่อถือได้
7.การสั่งซื้อแบบเหมาตู้คอนเทนเนอร์มีข้อดีและข้อเสียอย่างไรในเชิงธุรกิจ?
9.ข้อเสียในเรื่องของความหลากหลายของสินค้ามีอะไรบ้าง?
8.ข้อดีในเรื่องของต้นทุนและระยะเวลาในการจัดส่งมีอะไรบ้าง?
10.คุณจะจัดการกับความเสี่ยงเรื่องสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพหรือไม่ตรงปกได้อย่างไร?
ใช้บริการตรวจสอบสินค้าในญี่ปุ่นก่อนการจัดส่ง
13.ขั้นตอนการตรวจสอบสินค้าเป็นอย่างไรบ้าง?
12.ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการเป็นอย่างไร?
ขอให้ Shipper ใช้ระบบ Live Streaming เพื่อให้คุณสามารถดูสินค้าได้แบบเรียลไทม์
16.จะใช้แพลตฟอร์มไหนในการไลฟ์สดฃเพื่อใช้ดูสินค้าก่อนส่งมาถึงไทย
15.ข้อดีและข้อจำกัดของการใช้ Live Streaming คืออะไร?
4.คุณมีวิธีการตรวจสอบประวัติหรือรีวิวของ Shipper อย่างไร?
ขอข้อมูลบริษัทและเอกสารสำคัญที่ใช้ในการนำเข้า
ตรวจสอบประวัติและรีวิวจากผู้ใช้งานจริง
สอบถามข้อมูลหรือข้อเสนอแนะจากลูกค้าเก่าที่เคยใช้บริการ
17.จะเลือกสินค้าประเภทไหนให้เหมาะกับตลาดในไทยมากที่สุด?
19.คุณมีวิธีการติดตามเทรนด์สินค้ามือสองจากญี่ปุ่นอย่างไร?
20.การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ส่งออกในญี่ปุ่น มีความสำคัญต่อธุรกิจในระยะยาวอย่างไร?
18.การสั่งซื้อแบบรวม (Mixed) และแบบเฉพาะประเภท (Sorted) แตกต่างกันอย่างไรในแง่ของผลกำไร?
51.ช่องทางการตลาดและการขาย
52.คุณจะเข้าถึงและขายสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างไร?
53.จะกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายสำหรับโกดังของคุณอย่างไร?
54.ความต้องการของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์และลูกค้าทั่วไปมีความแตกต่างกันอย่างไร?
55.คุณจะทำการตลาดที่แตกต่างกันสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างไร?
56.จะนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างไร?
57.จะมีวิธีเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักสะสมหรือผู้ที่ชื่นชอบของวินเทจโดยเฉพาะได้อย่างไร?
58.ใช้ช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์ในการเข้าถึงกลุ่มนี้?
59.จะสร้างความน่าเชื่อถือในหมู่ลูกค้าที่เป็นนักสะสมได้อย่างไร?
63.การขายผ่านช่องทางไหนเหมาะสมที่สุดสำหรับธุรกิจนี้?
60.การขายผ่านช่องทางออนไลน์มีข้อดีและข้อเสียอย่างไรเมื่อเทียบกับการขายที่โกดัง?
61.ข้อดีของช่องทางออนไลน์ในแง่ของการเข้าถึงลูกค้าคืออะไร?
62.ข้อเสียของช่องทางออนไลน์ในแง่ของต้นทุนและปัญหาการจัดส่งคืออะไร?
64.การไลฟ์สดแกะตู้สินค้ามีประโยชน์ต่อการตลาดและการขายอย่างไร?
65.คุณจะสร้างแบรนด์และทำการตลาดอย่างไรให้โดดเด่น?
66.จะสร้างแบรนด์หรือเรื่องราวของโกดังให้แตกต่างจากคู่แข่งได้อย่างไร?
70.การทำโปรโมชันหรือส่วนลดมีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าอย่างไร?
67.การใช้เนื้อหาแบบไหนบนโซเชียลมีเดียเพื่อดึงดูดลูกค้าได้?
69.จะใช้ช่องทางไหนในการเผยแพร่คอนเทนต์?
68.ควรสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับอะไรบ้าง?
71.คุณจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าอย่างไร?
73.การจัดงานอีเวนต์หรือตลาดนัดในโกดังมีข้อดีอย่างไร?
74.การตลาดแบบปากต่อปากมีความสำคัญต่อธุรกิจนี้อย่างไร?
จะจัดการกับข้อเสนอแนะหรือข้อร้องเรียนจากลูกค้าอย่างไร?
75.จะวัดผลการตลาดในแต่ละช่องทางได้อย่างไรเพื่อวางแผนในอนาคต?
28.การบริหารจัดการสินค้า
29.คุณจะจัดการสินค้าในโกดังให้เป็นระบบได้อย่างไร?
30.จะจัดระบบการคัดแยกสินค้าที่มาถึงโกดังอย่างไรให้เป็นระเบียบและรวดเร็ว?
34.จะป้องกันสินค้าสูญหายหรือเสียหายในโกดังได้อย่างไร?
35.จะใช้ระบบรักษาความปลอดภัยแบบไหน?
36.ควรมีนโยบายสำหรับพนักงานอย่างไร?
31.ควรจัดแบ่งพื้นที่ในโกดังอย่างไร?
32.จะแยกประเภทสินค้าอย่างไร?
33.จะกำหนดโซนสำหรับการจัดเก็บสินค้าอย่างไร?
37.จะทำอย่างไรให้กระบวนการตั้งแต่แกะตู้จนถึงพร้อมขายใช้เวลาน้อยที่สุด?
38.คุณจะสร้างมาตรฐานคุณภาพของสินค้าสำหรับโกดังของคุณได้อย่างไร?
41.จะจัดการกับสินค้าที่มีตำหนิหรือชำรุดเสียหายให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร?
42.การใช้ภาพถ่ายและคำอธิบายสินค้าที่ละเอียดมีความสำคัญอย่างไร?
มีหลักเกณฑ์ในการคัดแยกและจัดเกรดสินค้าอย่างไร?
40.จะจัดการกับสินค้าที่มีตำหนิหรือชำรุดเสียหายให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร?
39.หลักเกณฑ์ในการตัดสินใจว่าสินค้าชิ้นไหนควรนำไปขายต่อคืออะไร?
46.คุณจะกำหนดราคาขายและจัดการสต็อกสินค้าอย่างไร?
43.หลักเกณฑ์ในการตีราคาและกำหนดราคาขายของสินค้าแต่ละชิ้นมีอะไรบ้าง?
44.จะตั้งราคาสินค้าตามประเภท (เช่น เสื้อผ้า, เฟอร์นิเจอร์) ได้อย่างไร?
45.สภาพสินค้าและแบรนด์มีผลต่อการกำหนดราคาอย่างไร?
47.จะทำบัญชีสต็อกสินค้าแบบไหนที่ง่ายและแม่นยำที่สุด?
49.การหมุนเวียนสินค้าเก่าเพื่อนำสินค้าใหม่เข้ามามีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร?
50.การทำรายงานสต็อกสินค้าประจำสัปดาห์หรือเดือนมีประโยชน์อย่างไร?
48.จะใช้เทคโนโลยีหรือโปรแกรมใดช่วยในการจัดการสต็อกสินค้าได้บ้าง?
76.การวางแผนธุรกิจและการเงิน
77.คุณจะวางแผนการเงินและจัดการงบประมาณอย่างไร?
78.งบประมาณที่ต้องเตรียมสำหรับการลงทุนเริ่มต้นควรมีอะไรบ้าง?
82.คุณจะคำนวณต้นทุนรวมทั้งหมดของสินค้าแต่ละชิ้นได้อย่างไร?
83.การขอสินเชื่อหรือการระดมทุนมีความเหมาะสมกับธุรกิจนี้หรือไม่?
79.คุณจะจัดสรรงบประมาณอย่างไรให้เหมาะสม?
81.จะคำนวณต้นทุนรวมทั้งหมดของสินค้าแต่ละชิ้นได้อย่างไร?
80.จะแบ่งงบประมาณสำหรับค่าสินค้า, ค่าเช่าโกดัง, และการตลาดอย่างไร?
84.คุณจะจัดการกับกระแสเงินสดในแต่ละเดือนอย่างไร?
85.จะทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างไร?
86.จุดคุ้มทุนของธุรกิจนี้อยู่ที่ไหน และคุณจะคำนวณได้อย่างไร?
92.คุณจะวางแผนธุรกิจและป้องกันความเสี่ยงอย่างไร?
87.อะไรคือปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลให้ธุรกิจนี้ล้มเหลว?
88.หากสินค้าล็อตแรกไม่ได้คุณภาพตามที่คาดหวัง จะมีแผนสำรองอย่างไร?
89.คุณจะนำสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพไปทำอะไร?
90.จะป้องกันปัญหานี้ในล็อตต่อไปได้อย่างไร?
91.จะทำอย่างไรหากคู่แข่งเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น?
93.คุณจะจัดการเรื่องกฎหมายและภาษีให้ถูกต้องอย่างไร?
95.การทำบัญชีรายรับรายจ่ายที่รัดกุมมีประโยชน์อย่างไรในระยะยาว?
96.คุณจะจัดการเรื่องภาษีอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย?
94.จะเลือกรูปแบบทางกฎหมายสำหรับธุรกิจอย่างไรให้เหมาะสม?
97.จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจในสายตานักลงทุนหรือธนาคารได้อย่างไร?