Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Hypertensive Emergency ร่วมกับ CPPD - Coggle Diagram
Hypertensive Emergency ร่วมกับ CPPD
ข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วย
ชื่อ นางสาวฉันทณา อุตทะบุตร เพศ หญิง อายุ 45 ปี เตียง 28 ศาสนา พุทธ สิทธิรักษา หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่อยู่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
การประเมินสภาพผู้ป่วย
ทั่วไป: หญิงไทย 45 ปี, E4V5M6, ง่วงซึม, หอบเหนื่อย
สัญญาณชีพ: BP 137/78, PR 105 (tachy), BT 38.4°C (ไข้), RR 18
•น้ำหนัก/ส่วนสูง/BMI: 51 กก., 155 ซม., BMI = 21.23 (สมส่วน)
CC: ปวดศรีษะ หายใจเหนื่อยหอบ 2 ชั่วโมงก่อนมา
แรกรับวัดความดันโลหิต 212/111 mmHg
การวินิจฉัยโรคHypertensive emergency (ความดันโลหิตสูงวิกฤต)
ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง จากภาวะความดันโลหิตสูง
Subjective Data (SD)
-แรกรับมาด้วยอาการ ปวดศีรษะ เวียนหัว รับประทานยาแก้เวียนศีรษะ Dimenhydrinate จำนวน 2 เม็ด แล้วไม่ดีขึ้น
-มีอาการปวดหัวลงมาหาท้ายทอย
-ประวัติการรักษา: รับการรักษาไม่ต่อเนื่อง / ไม่มาตามนัด
Objective Data (OD)
-แรกรับวัดความดันโลหิต 212/111 mmHg
-PR 105 bpm
-ได้รับยาลดความดันโลหิตสูงทาง IV Nicardipine 10 mg (1:5) IV เป็น 75 ml/hs
-การวินิจฉัยจากแพทย์: โรคความดันโลหิตสูง
ข้อมูลสนับสนุน
กิจกรรมการพยาบาลและเหตุผล
1.ตรวจวัดความดันโลหิตและอัตราการหายใจ เพื่อประเมินภาวะ ความดันโลหิตสูง
2.สังเกตและประเมินอาการที่แสดงถึงการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคหลอดเลือดสมอง เช่น อาการปวดศีรษะ ตาพร่ามัว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง เป็นต้น
3.ประเมินความปวดศีรษะ โดยใช้ Pain scale
4.เมื่อผู้ป่วยมีอาการปวดให้ยา Paracetamol ตามแผนการรักษา ตามคำสั่งแพทย์ เพื่อลดอาการปวดศีรษะ
5.ให้ความรู้ผู้ป่วยเรื่องการควบคุมความดันโลหิต การหลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด อาหารทอด และเครื่องดื่มชูกำลัง
ยกศีรษะเตียง 30° และให้นอนพักเฉียบพลัน หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มความดัน — เพื่อลด intracranial pressure และความต้องการออกซิเจนของสมอง.
7.บันทึกและรายงานผล ความดันโลหิต, อาการปวดศีรษะ
-ผู้ป่วยบอกว่าดื่มสุราขาว 3–4 ครั้ง/สัปดาห์ ครั้งละ 1 แก้ว
-ผู้ป่วยบอกว่าสูบบุหรี่ 2–3 มวน/วัน เป็นระยะเวลา 10 ปี
PI: 00.00 น. วันที่ 31 ส.ค.2568 ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะร้าวลงมาท้ายทอย อาเจียน 2 ครั้ง เวียนหัว และได้ทานยา Dimenhydrinate จำนวน 2 เม็ด
04.00 น. อาการไม่มีดีขึ้น มีเหนื่อยหอบ หายใจไม่สะดวก
2 ชั่วโมงก่อนมา ปวดศรีษะ หายใจเหนื่อยหอบ ญาติจึงนำส่งโรงพยาบาลอุดรธานีด้วยรถฉุกเฉิน
โรคประจำตัว: HT, CPPD
ผู้ป่วยเคยมีเนื้องอกในมดลูก และได้รับการผ่าตัดแล้ว เมื่อวันที่ 20/5/2567
ประวัติครอบครัว: ปฏิเสธโรคทางพันธุกรรม
การประเมินตามแบบแผนสุขภาพของกอร์ดอน (ที่ผิดปกติ)
แบบแผนที่ 1: การรับรู้สุขภาพ ขาดการควบคุมอาหาร สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ขาดการติดตามนัดโรคความดันโลหิตสูงและเกาท์เทียม
ผู้ป่วยขาดความตระหนักในการดูแลตนเองเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง
ข้อมูลสนับสนุน
Subjective Data (SD)
-ผู้ป่วยบอกว่าขาดการนัดติดตามที่โรงพยาบาล เนื่องจากผู้ป่วยย้ายมาอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี
-ผู้ป่วยคิดว่าความดันสูงไม่อันตรายมาก มันก็ปวดหัว ก็แค่ซื้อยามากิน
-ผู้ป่วยไม่เข้าใจว่าต้องควบคุมอาหารยังไงบ้าง
Objective Data (OD)
-ผู้ป่วยมีความดันโลหิตแรกรับ 212/111 mmHg
-ผู้ป่วยไม่รับประทานยาและขาดการนัดติดตามอาการตามแพทย์สั่ง ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
-Dx. 1.HT (hypertension) ความดันโลหิตสูง 2.CPPD (Calcium Pyrophosphate Deposition Disease) เกาต์เทียม
กิจกรรมการพยาบาลและเหตุผล
บอกผู้ป่วยเกี่ยวกับ สาเหตุ อาการ และภาวะแทรกซ้อน ของความดันโลหิตสูง
อธิบายวิธีการ รับประทานยา และ ความสำคัญของการใช้ยาตรงเวลา
ชี้แนะวิธี ควบคุมอาหาร ลดโซเดียม และลดอาหารที่กระตุ้นเกาต์
4.แนะนำการออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดินช้า ๆยืดเหยียดข้อ
ให้ผู้ป่วยทดลอง วางแผนมื้ออาหารและกิจกรรมออกกำลังกาย
ช่วยผู้ป่วยทำความเข้าใจ ความสำคัญของการนัดตรวจติดตามความดันโลหิต เตือนผู้ป่วยให้ มาพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติก่อนนัด
ประเมิน ความเข้าใจและความตระหนัก ของผู้ป่วยหลังให้ความรู้
แบบแผนที่ 2: อาหาร ผู้ป่วยไม่ควบคุมอาหาร
แบบแผนที่ 4: กิจกรรม/ออกกำลังกาย เคลื่อนไหวจำกัด ปวดข้อ ต้องการช่วยเหลือบางกิจกรรม
แบบแผนที่ 8: บทบาทและสัมพันธภาพ ไม่มีญาติมาเยี่ยมขณะอยู่โรงพยาบาล
เตรียมความพร้อมแล้ววางแผนจำหน่าย
ข้อมูลสนับสนุน
Subjective Data (SD)
-ผู้ป่วยบอกว่ากังวลว่าถ้ากลับบ้านแล้วจะดูแลตัวเองได้ถูกต้องไหม
Objective Data (OD)
-ผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูง 150–212/95–111 mmHg ขณะพักรักษา
-ผู้ป่วยมีประวัติ ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ขาดการนัดติดตาม
-ยังมี ความเข้าใจด้านการดูแลตนเองไม่ครบถ้วน เช่น การควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย
กิจกรรมการพยาบาลและเหตุผล
15 more items...
ผู้ป่วยมีโอกาสเผชิญภาวะพร่องการสนับสนุนทางสังคม เนื่องขาดการดูแลจากครอบครัว
ข้อมูลสนับสนุน
Subjective Data (SD)
-ผู้ป่วยเล่าว่าขณะอยู่โรงพยาบาลไม่มีญาติมาเยี่ยม
-ผู้ป่วยบอกว่ากังวลว่ากลับบ้านแล้วจะดูแลตัวเองได้ถูกต้องหรือไม่
-ผู้ป่วยบอกว่ารู้สึกไม่มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมอาหารและการดูแลสุขภาพได้เอง
Objective Data (OD)
-ผู้ป่วยมีภาวะความดันโลหิตสูงและโรคเกาต์เทียม ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่ขาดญาติในการช่วยเหลือ
-ผู้ป่วยไม่ได้รับการติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องมาก่อน เนื่องจากย้ายจังหวัดและไม่มีผู้สนับสนุน
กิจกรรมการพยาบาลและเหตุผล
1.ประเมินภาวะจิตใจและความต้องการด้านสังคมของผู้ป่วย เพื่อวางแผนการสนับสนุนที่เหมาะสม
2.พูดคุยและรับฟังผู้ป่วยอย่างตั้งใจ ช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและสร้างความไว้วางใจ
3.ให้กำลังใจผู้ป่วยและเสริมแรงเชิงบวก เช่น ชมเชยเมื่อผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้บางส่วน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการดูแลสุขภาพ
4.แนะนำแหล่งสนับสนุนทางสังคมในชุมชน เช่น อสม., ศูนย์สุขภาพชุมชน, คลินิกโรคเรื้อรัง เพื่อช่วยติดตามผู้ป่วยต่อเนื่อง
5.ให้คำปรึกษาเรื่องการจัดการความเครียด เช่น การทำกิจกรรมที่ชอบ, การหายใจลึก, ฝึกสมาธิ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย
พยาธิสภาพโรค
Hypertension (ความดันโลหิตสูง)
ในผู้ป่วยรายนี้ ความดันโลหิตสูง ที่ไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง มีอาการ ปวดศีรษะท้ายทอย ความดันสูงถึง 212/111 mmHg เสี่ยง Stroke
ความดันโลหิตสูงเกิดจากการที่ Cardiac Output (CO) และ Systemic Vascular Resistance (SVR) เพิ่มขึ้น หากไม่ได้รับการควบคุม ความดันโลหิตสูงจะส่งผลกระทบต่อ อวัยวะเป้าหมาย (Target organs) ได้แก่:
หัวใจ → หัวใจหนาหรือโต (Left Ventricular Hypertrophy)
เสี่ยงหัวใจล้มเหลว
สมอง → เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke, Hemorrhage, Infarction)
ไต → เสื่อมการทำงาน
ตา → Retinopathy มองเห็นพร่ามัว สูญเสียการมองเห็น
CPPD (Calcium Pyrophosphate Deposition Disease หรือ Pseudogout) โรคเกาท์เทียม
เกิดจากการที่ ผลึก Calcium Pyrophosphate Dihydrate (CPPD) สะสมในข้อ โดยเฉพาะข้อใหญ่ เช่น เข่า, ไหล่, ข้อมือ
ผลึกเหล่านี้กระตุ้น ระบบภูมิคุ้มกัน ให้หลั่งสารก่อการอักเสบ (เช่น Interleukin-1β, TNF-α) → ทำให้เกิดการ อักเสบเฉียบพลัน (ข้อบวม แดง ร้อน ปวดมาก)
หากเกิดบ่อยหรือเป็นเรื้อรัง → ทำให้ข้อถูกทำลาย, การเคลื่อนไหวลดลง, เสี่ยงข้อแข็งและพิการ
กลไกของโรคนี้ใกล้เคียงกับ Gout แต่แตกต่างกันตรงที่ชนิดของผลึก
Gout → ผลึก Uric acid
CPPD → ผลึก Calcium Pyrophosphate
ในผู้ป่วยรายนี้ CPPD → ทำให้ผู้ป่วย ปวดข้อเข่าและไหล่ทั้งสองข้าง เคลื่อนไหวน้อย เสี่ยงต่ออุบัติเหตุและข้อยึดติด
ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากปวดบริวณข้อ
ข้อมูลสนับสนุน
Subjective Data (SD)
ผู้ป่วยบอกว่า “ขยับไม่ไหว ปวดข้อ”
Objective Data (OD)
-จากการสังเกต ผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหวน้อย เนื่องจากปวดบริเวณข้อเข่าและหัวไหล่
-ผู้ป่วยมีโรคเกาต์ทียม จากการวินิจฉัยของแพทย์ CPPD (Calcium Pyrophosphate Deposition Disease) โรคสะสมแคลเซียมไพโรฟอสเฟตในข้อ ซึ่งเป็นภาวะที่มีผลึกแคลเซียมไพโรฟอสเฟตไปสะสมในข้อ ทำให้เกิดการอักเสบและปวดข้อ คล้ายกับโรคเกาต์ แต่ชนิดของผลึกต่างกัน
กิจกรรมการพยาบาลและเหตุผล
1.ประเมินความรุนแรง ลักษณะการปวด และขอบเขตการเคลื่อนไหวของข้อ
2.จัดท่าผู้ป่วยให้อยู่ในท่าที่สุขสบาย ลดแรงกดที่ข้อ และใช้หมอรองเพื่อพยุงข้อเข่าให้อยู่ในแนวตรง
3.ให้ยา Ibuprofen ครั้งละ 1 เม็ดหลังอาหาร เพื่อลดอาการปวดและลดการอักเสบ ตามแผนการรักษา และเฝ้าระวังอาการข้างเคียงของยา
4.ส่งเสริมการทำ ROM exercise (Passive/Active ตามสภาพผู้ป่วย) เมื่ออาการปวดลดลง เพื่อป้องกันข้อแข็งและกล้ามเนื้อลีบ
5.ให้คำแนะนำผู้ป่วยในการเคลื่อนไหวข้ออย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงการใช้ข้อเกินกำลัง และส่งเสริมการใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์ช่วยเดินหากจำเป็น
6.ประเมินผลลัพธ์การเคลื่อนไหวและอาการปวดทุกวันเพื่อปรับแผนการพยาบาล
ค่าแล็บที่ผิดปกติ
Sodium 133 (ต่ำเล็กน้อย → hyponatremia) ค่าปกติ 136_146 mmol/L
Chloride 98 (ต่ำ) ค่าปกติ 101-109 mmol/L
Albumin 3.1 (ต่ำ → hypoalbuminemia) ค่าปกติ 3.5-5.2 g/L
เสี่ยงต่อภาวะโภชนาการบกพร่อง เนื่องจากได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ (Albumin ต่ำ, Calcium ต่ำ, Sodium ต่ำ)
ข้อมูลสนับสนุน
Subjective Data (SD)
-ผู้ป่วยบอกว่ารับประทานอาหารวันละ 3 มื้อ แต่ไม่ได้ควบคุมคุณภาพอาหาร เช่น ไม่จำกัดโซเดียม
-ผู้ป่วยบอกว่าไม่เข้าใจหลักการควบคุมอาหารที่เหมาะสมกับโรคความดันโลหิตสูงและเกาต์เทียม
Objective Data (OD)
-Albumin 3.1 g/dL (ต่ำกว่าค่าปกติ 3.5–5.2 g/dL)
-Calcium 8.7 mg/dL (ต่ำเล็กน้อย; ค่าปกติ 8.8–10.6 mg/dL)
-Sodium 133 mmol/L (ต่ำกว่าค่าปกติ 136–146 mmol/L) → Hyponatremia เล็กน้อย
กิจกรรมการพยาบาลและเหตุผล
1.ประเมินภาวะโภชนาการของผู้ป่วย โดยการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณ BMI และซักประวัติการรับประทานอาหาร เพื่อทราบสถานะโภชนาการปัจจุบันและวางแผนการดูแล
2.ให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารที่เหมาะสม สำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและเกาต์ เช่น ลดโซเดียม ลดอาหารพิวรีสูง (เครื่องในสัตว์, กุ้ง, ปลาซาร์ดีน) และเพิ่มผัก ผลไม้สด เพื่อลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
3.แนะนำการดื่มน้ำให้เพียงพอ 6–8 แก้ว/วัน (ยกเว้นมีข้อห้ามจากแพทย์) เพื่อช่วยขับเกลือแร่ส่วนเกินและลดโอกาสเกิดผลึกเกลือสะสมในข้อ
4.ให้คำปรึกษาเรื่องการดื่มสุราและสูบบุหรี่ เพราะเป็นปัจจัยที่ส่งผลเสียต่อภาวะโภชนาการและเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
5.ร่วมกับนักโภชนาการในการวางแผนอาหารรายบุคคล เพื่อปรับเมนูอาหารที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและโรคประจำตัว
6.ติดตามผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Albumin, Sodium, Calcium) เป็นระยะ เพื่อประเมินแนวโน้มภาวะโภชนาการและปรับแผนการดูแล
Calcium 8.7 (ต่ำเล็กน้อย) ค่าปกติ 8.8-10.6 mg/dL