Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
มารยาทชาวพุทธ และหน้าที่ชาวพุทธ, นางสาว ณัฐนรี สุขเสาว์ นางสาว สุกัญญา ณ…
มารยาทชาวพุทธ
และหน้าที่ชาวพุทธ
หน้าที่ชาวพุทธ
1) หน้าที่ต่อพระรัตนตรัย
ศรัทธาและเคารพในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า รักษาศีล ฝึกสมาธิ และเจริญปัญญา
ความหมายหน้าที่ชาวพุทธ
หมายถึง สิ่งที่ชาวพุทธทั้วไปต้องเรียนรู้ เพื่อจะได้ทราบและปฏิบัติตนได้ถูกต้องในที่นี้กล่าวถึงการบรรพชาและอุปสมบทในพระพุทธศาสนา การบวชเป็นชี ธรรมจาริณี หรือเนกเขมนารี
2) หน้าที่ต่อศาสนา
ร่วมเผยแผ่พระพุทธศาสนา อนุรักษ์ประเพณี และวัฒนธรรม
ทางพุทธ สนับสนุนกิจกรรมของวัดและสงฆ์อย่างถูกต้อง
3)หน้าที่ต่อสังคม และผู้อื่น
ประพฤติดีงาม เป็นแบบอย่างที่ดี ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น ด้วยเมตตาและกรุณาเคารพกฎหมายและกติกาสังคม
4) หน้าที่ของตนเอง
ฝึกใจ ให้อยู่ในศีลธรรม ขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์สุจริต พัฒนาตนให้มีปัญญาและคุณธรรม
5)หน้าที่ต่อครอบครัว
บุตรกตัญญูต่อ บิดามารดา สามีภรรยา รักษาหน้าที่ซึ่งกันและกัน
การบวชเป็นชี ธรรมจาริณี หรือเนกขัมมนารี
ชี หมายถึง สตรี ผู้นั้งขาวห่มขาว โกนผม ฌกนคิ้ว สมาทานและรักษาศีล 8
ธรรมจารีณีหมายถึง
สตรีนุ่งขาวห่มขาว ไม่โกนผม ไม่โกนคิ้ว สมาทานและรักษาศีล 8
วิธีการบวชชี
[1.ผู้ขอบวชต้องแต่งกายชุดขาว พร้อมสไบขาว
2.ตัวแทนผู้ขอบวชถวายธูปเทียนแพแด่พระสงฆ์จำนวน1รูปหรือ4รูปขึ้นไป
3.กราบ 3ครั้ง
4.กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย
5.กล่าวคำอาราธนาศีล 8
6.รับไตรสรณคมน์
7.สมาทานศีล 8
8.นำเครื่องสักการะไปถวายพระอาจารย์ รับฟังโอวาท เป็นอันเสร็จพิธี
ประโยชน์ของการบวชเป็นชี ธรรมจาริณี หารือเนกขัมมนารี
1) เพื่อฝึกฝนอบรมตน
2)เพื่อเพิ่มพูนบุญกุศลให้ยิ่งๆขึ้นไป
3)เพื่อให้จิตสงบ ปราศจากความฟุ้งซ่าน
4)เพื่อปลดเปลื้องตนให้พ้นจากความทุกข์
การปลูกจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมในสังคมพุทธ
สังคม หมายถึง
การอยู่ร่วมกันของสมาชิก ต้องมีการปฏิสัมพันธ์กัน และมีหน้าที่สร้างสมาชิกใหม่
สังคมพุทธ หมายถึง
การอยู่ร่วมกันของสมาชิก ซึ่งประกอบด้วยพุทธบริษัท4 ได้แก่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก
ประเภท แรกได้แก่ พระภิกษุ
ประเภทที่สอง ได้แก่ คฤหัสถ์ หรือชาวบ้าน
มารยาทชาวพุทธ
การปฏิสันถาร
หมายถึง
การต้อนรับแขก การทักทายปราศรัยในสังคมไทย มีคำกล่าวว่า “เป็นธรรมเนียม ไทยแท้ แต่โบราณ ใครมาถึงเรือนขวัญต้องต้อนรับ” คำกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่าเป็นมารยาทของคนไทย ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากคำสอนทางหลักพระพุทธศาสนา ในทางพระพุทธศาสนามีคำสอนเรื่องการ รับรอง ต้อนรับแขก หรือการปฏิสันถาร ๒ ดังนี้
1. อามิสปฏิสันถาร
การต้อนรับด้วยสิ่งของ เช่น เมื่อแขกมาพบให้หาน้ำมารับรอง ก่อนแล้วก็รับรองด้วยอาหารอื่น ๆ ตามสมควร ในอดีตมีคำกล่าวทักทายกันติดปากว่า “ไปไหนมา กินข้าวหรือยัง มากินกันก่อน” แสดงให้เห็นว่า คนไทยให้ความสำคัญกับการต้อนรับแขกด้วยอาหาร มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจ
2. ธรรมปฏิสันถาร
การต้อนรับด้วยธรรม หมายถึง การต้อนรับที่ทำพอดีสมควรกับ ฐานะของแขก เช่น ถ้าแขกมาพบก็ต้องลุกขึ้นยืนต้อนรับ ถ้าแขกมีเรื่องเดือดร้อนใจมาขอคำปรึกษา ก็ต้องเป็นผู้ฟัง และให้คำแนะนำช่วยแก้ปัญหาตามแต่ด้วยภาพของตน
การปฏิสันถาร ถือเป็นมารยาทไทย ที่จะต้องปฏิบัติ ให้ถูกต้องกับกาลเทศะ บุคคล สถานที่ อย่าให้ดูน้อยหรือมากจนเกินงามและแสดงออกด้วยความเต็มใจ จริงใจ
นางสาว ณัฐนรี สุขเสาว์
นางสาว สุกัญญา ณ บุญน้อย