Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
วิชาการประยุกต์ใช้เทคโนโลดิจิทัล - Coggle Diagram
วิชาการประยุกต์ใช้เทคโนโลดิจิทัล
หน่วยที่ 2: โปรแกรมสร้างเว็บและสื่อดิจิทัล
การออกแบบสื่อดิจิทัล
ความหมายของ Visual Communication หรือการสื่อสารด้วยภาพ
การใช้โปรแกรมกราฟิก เช่น Adobe Photoshop, Canva หรือ Illustrator
องค์ประกอบของการออกแบบ: สี, รูปภาพ, ตัวอักษร, เครื่องหมาย และภาพประกอบ
การสร้างสื่อเพื่อการนำเสนอ เช่น โปสเตอร์, โลโก้, อินโฟกราฟิก และสื่อโซเชียลมีเดีย
กระบวนการคิดสร้างสรรค์
การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ
การวางแผนการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัลให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
การประเมินและปรับปรุงผลงานจากความคิดเห็นของผู้ใช้
โปรแกรมสร้างเว็บไซต์
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ HTML, CSS และ JavaScript
การใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เช่น WordPress, Wix หรือ Google Sites
การออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ (Site Structure) และการจัดวางเนื้อหา
การเลือกธีม สี และฟอนต์ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย
หน่วยที่ 3: โปรแกรมตกแต่งภาพและการบันทึกหน้าจอ
การบันทึกหน้าจอ
ประเภทของการบันทึกหน้าจอ: การจับภาพนิ่ง (Screenshot) และการบันทึกวิดีโอหน้าจอ (Screen Recording)
โปรแกรมยอดนิยม เช่น Snipping Tool, Lightshot, OBS Studio, Loom
การใช้งานเบื้องต้น:
การเลือกพื้นที่หน้าจอที่ต้องการบันทึก
การตั้งค่าคุณภาพและรูปแบบไฟล์
การบันทึกเสียงประกอบ (ในกรณีที่เป็นวิดีโอ)
การนำภาพหน้าจอไปใช้งาน เช่น การแทรกในสไลด์ การใช้ในคู่มือ หรือการแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย
โปรแกรมตกแต่งภาพ
พื้นฐานการใช้งานโปรแกรมกราฟิก เช่น Adobe Photoshop, Canva, PicsArt
การใช้เครื่องมือเลเยอร์ (Layer) เพื่อจัดการองค์ประกอบของภาพอย่างเป็นระบบ เช่น การซ้อนภาพ การปรับความโปร่งใส การใส่เอฟเฟกต์
เครื่องมือพื้นฐาน เช่น Zoom Tool, Hand Tool, Brush, Eraser, Clone Stamp และการเลือกพื้นที่ด้วย Selection Tool
การปรับแต่งภาพ เช่น การปรับแสง สี ความคมชัด การครอปภาพ และการใส่ข้อความหรือกรอบตกแต่ง
การจัดการไฟล์ภาพ
ทักษะเสริม
การวางแผนการตกแต่งภาพให้สื่อสารได้ตรงจุด
การเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับงาน เช่น ภาพนิ่ง vs ภาพเคลื่อนไหว
การประเมินคุณภาพของภาพและการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ
หน่วยที่ 4: โปรแกรมตัดต่อสื่อภาพเคลื่อนไหว
โปรแกรม คุณสมบัติเด่น เหมาะสำหรับ
โปรแกรม Adobe Premiere Pro ตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพ, ใส่เอฟเฟกต์, ปรับเสียง สื่อการเรียนรู้, วิดีโอประชาสัมพันธ์
โปรแกรม Filmora ใช้งานง่าย, มีเทมเพลตสำเร็จรูป ผู้เริ่มต้น, งานนำเสนอทั่วไป
โปรแกรม DaVinci Resolve ตัดต่อและปรับสีภาพระดับสูง งานภาพยนตร์, วิดีโอคุณภาพสูง
โปรแกรม Canva (Video Editor) ตัดต่อวิดีโอเบื้องต้น, ใส่ข้อความและภาพประกอบ งานนำเสนอ, สื่อโซเชียลมีเดีย
ทักษะเสริมในการสร้างสื่อภาพเคลื่อนไหว
การเลือกโทนสีและฟอนต์ให้เหมาะกับเนื้อหา
การใช้เสียงประกอบเพื่อเสริมอารมณ์ของวิดีโอ
การประเมินคุณภาพของสื่อและการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ
เทคนิคการตัดต่อภาพเคลื่อนไหว
การแทรกภาพ เสียง และข้อความในวิดีโอ
การใช้ Transition และ Effect เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ
การปรับความเร็วของวิดีโอ เช่น Slow Motion หรือ Time-lapse
การ Export วิดีโอในรูปแบบต่าง ๆ เช่น MP4, MOV, GIF
หน่วยที่ 5: เทคโนโลยีเก็บข้อมูล (Blockchain) และเงินดิจิทัล
งินดิจิทัล (Cryptocurrency)
ความหมาย: สกุลเงินที่ใช้เทคโนโลยีเข้ารหัสเพื่อความปลอดภัย เช่น Bitcoin, Ethereum
ลักษณะเด่น:
ไม่มีการควบคุมจากธนาคารกลาง
ใช้ในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการผ่านระบบออนไลน์
มีความผันผวนของมูลค่าสูง
ประเภทของสินทรัพย์ดิจิทัล:
Cryptocurrency: ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน
Token Digital: ใช้กำหนดสิทธิ เช่น สิทธิในการลงทุนหรือเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะ
วิวัฒนาการของระบบเงิน
ยุค รูปแบบเงิน ตัวอย่าง
ก่อนประวัติศาสตร์ แลกเปลี่ยนสิ่งของ ไข่แลกแอปเปิล
ยุคโบราณ เหรียญโลหะ / หอยเบี้ย Shell Money
ยุคสมัยใหม่ ธนบัตร / เงินอิเล็กทรอนิกส์ QR Payment
ปัจจุบัน เงินดิจิทัล / Blockchain Bitcoin, Ethereum
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Blockchain
Blockchain คืออะไร: ระบบเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Ledger) ที่เชื่อมโยงข้อมูลเป็นบล็อก (Block) ต่อกันเป็นสายโซ่ (Chain)
คุณสมบัติเด่น:
ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลย้อนหลังได้ง่าย (Immutable)
มีความปลอดภัยสูงจากการเข้ารหัส
ไม่มีศูนย์กลางควบคุม (Distributed Network)
การทำงานของ Blockchain:
ข้อมูลธุรกรรมจะถูกบันทึกในแต่ละบล็อก
เมื่อบล็อกเต็ม จะสร้างบล็อกใหม่และเชื่อมต่อกัน
ใช้ระบบตรวจสอบร่วมกัน เช่น Proof of Work หรือ Proof of Stake
ข้อดีและข้อควรระวัง
ข้อดี:
ความปลอดภัยสูง
โปร่งใสและตรวจสอบได้
ลดต้นทุนการทำธุรกรรม
ข้อควรระวัง:
ความผันผวนของราคา
ความเสี่ยงจากการโจรกรรมข้อมูล
กฎหมายและข้อบังคับที่ยังไม่ชัดเจน
หน่วยที่ 6: โปรแกรมระบบอัตโนมัติและการวิเคราะห์ข้อมูล
กระบวนการพัฒนาระบบสารสนเทศ
การวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้
การออกแบบฐานข้อมูลและโครงสร้างระบบ
การเลือกซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกับงาน เช่น ERP, CRM
การทดสอบและปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพ
การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics)
ประเภทของการวิเคราะห์:
Descriptive Analytics: วิเคราะห์ข้อมูลเพื่ออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น
Diagnostic Analytics: วิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น
Predictive Analytics: วิเคราะห์เพื่อคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น
Prescriptive Analytics: วิเคราะห์เพื่อแนะนำแนวทางการตัดสินใจ
ประโยชน์:
ลดเวลาในการทำงาน
ลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์
เพิ่มความแม่นยำและความเร็วในการประมวลผล
ระบบอัตโนมัติ (Automation Systems)
ความหมาย: การใช้โปรแกรมหรือเครื่องมือในการทำงานซ้ำ ๆ โดยไม่ต้องใช้แรงงานคน เช่น การส่งอีเมลอัตโนมัติ การจัดการข้อมูลในระบบคลังสินค้า
เครื่องมือยอดนิยม:
Power Automate: สร้าง Workflow อัตโนมัติระหว่างแอปต่าง ๆ
Zapier: เชื่อมต่อแอปเพื่อทำงานอัตโนมัติ เช่น Google Sheets กับ Gmail
Alteryx Designer: สร้างระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบลากและวาง (Drag-and-Drop)
เครื่องมือที่ใช้:
Excel, Google Sheets (สำหรับการวิเคราะห์เบื้องต้น)
Power BI, Tableau (สำหรับการสร้าง Dashboard และ Visualization)
Python, R (สำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก)
แนวคิด “ประชาธิปไตยข้อมูล” (Data Democratization):
ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูลได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางเทคนิคสูง
หน่วยที่ 1: เทคโนโลยีดิจิทัลเบื้องต้นและการทำงานร่วมกัน
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล
ความหมายของเทคโนโลยีดิจิทัล และบทบาทในชีวิตประจำวัน
การใช้เครื่องมือดิจิทัล เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน และอินเทอร์เน็ต
ความเข้าใจเรื่อง Digital Literacy หรือความสามารถในการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
การทำงานร่วมกันด้วยเทคโนโลยี
การใช้เครื่องมือออนไลน์เพื่อการสื่อสาร เช่น อีเมล แชต และวิดีโอคอล
การทำงานร่วมกันผ่านระบบคลาวด์ เช่น Google Drive, Microsoft Teams
การแบ่งปันข้อมูลและการจัดการเอกสารร่วมกัน
หลัก PAPA: ความเป็นส่วนตัว (Privacy), ความถูกต้อง (Accuracy), ความเป็นเจ้าของ (Property), การเข้าถึงข้อมูล (Accessibility)
การรู้เท่าทันภัยคุกคามทางดิจิทัล เช่น สแปม การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
กฎ 10 ข้อของการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีจริยธรรม เช่น ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูล
หน่วยที่ 7: เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), จิตวิทยาความปลอดภัย, พลเมืองดิจิทัล
เทคนิคสำคัญ:
Machine Learning: การเรียนรู้จากข้อมูล
Deep Learning: การเรียนรู้เชิงลึกด้วยโครงข่ายประสาทเทียม
Natural Language Processing: การเข้าใจและตอบสนองภาษามนุษย์
การใช้งานจริง:
การรู้จำภาพและเสียง
การสร้างข้อความหรือภาพเสมือนจริง
การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่แบบเรียลไทม์
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI)
ความหมาย: เทคโนโลยีที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้ คิด วิเคราะห์ และตัดสินใจได้คล้ายมนุษย์
ประเภทของ AI:
คิดคล้ายมนุษย์ (Think like humans)
คิดอย่างมีเหตุผล (Think rationally)
กระทำคล้ายมนุษย์ (Act like humans)
กระทำอย่างมีเหตุผล (Act rationally
จิตวิทยาความปลอดภัย (Cybersecurity Psychology)
แนวคิดหลัก:
การเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัยไซเบอร์
การสร้างความตระหนักรู้และพฤติกรรมที่ปลอดภัยในการใช้งานเทคโนโลยี
ตัวอย่างพฤติกรรมเสี่ยง:
การใช้รหัสผ่านง่าย ๆ หรือซ้ำกัน
การคลิกลิงก์โดยไม่ตรวจสอบ
การแชร์ข้อมูลส่วนตัวบนโซเชียลมีเดีย
แนวทางการป้องกัน:
สร้างนิสัยการตรวจสอบก่อนคลิก
ใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (2FA)
ฝึกอบรมความรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างสม่ำเสมอ
พลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship)
ความหมาย: บุคคลที่ใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ มีจริยธรรม และมีส่วนร่วมในสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์
มิติสำคัญ:
ความรู้ด้านสื่อและสารสนเทศ: เข้าถึง วิเคราะห์ และสื่อสารข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ
จริยธรรมดิจิทัล: เคารพสิทธิส่วนบุคคล ไม่ล่วงละเมิดหรือให้ร้ายผู้อื่น
การมีส่วนร่วมทางสังคมและการเมือง: ใช้เทคโนโลยีเพื่อแสดงความคิดเห็นและร่วมพัฒนาสังคม เช่น การลงคะแนนเสียงออนไลน์
ทักษะที่จำเป็น:
Digital Literacy (ความรู้ดิจิทัล)
Critical Thinking (การคิดเชิงวิพากษ์)
Online Etiquette (มารยาทในการใช้งานออนไลน์)