Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
น้องพิชญาภา เพศชาย อายุ 1 วัน Dx. Low birth weight with mild asphyxia -…
น้องพิชญาภา เพศชาย อายุ 1 วัน
Dx. Low birth weight with mild asphyxia
อาการสำคัญ : น้ำหนักน้อยกว่า 2.5 kg (1,640 g)
อาการแรกรับ ทารก skin pink ตื่นร้องเบาๆ หายใจไม่สม่ำเสมอ No apnea No cyanosis ลายฝ่าเท้าเต็ม
พยาธิสภาพ
ภาวะน้ำหนักแรกเกิดน้อย (Low Birth Weight: LBW) หมายถึงทารกที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ไม่ว่าจะครบกำหนดหรือคลอดก่อนกำหนด ซึ่งมีสาเหตุได้จากการเจริญเติบโตในครรภ์ช้ากว่าปกติ (Fetal Growth Restriction: FGR), ปัจจัยของมารดา เช่น การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น, โภชนาการไม่เพียงพอ หรือความผิดปกติของรก เช่น placental insufficiency ส่งผลให้ทารกได้รับออกซิเจนและสารอาหารไม่เพียงพอในครรภ์ เมื่อทารกมีน้ำหนักน้อยจะส่งผลให้มีมวลกล้ามเนื้อและไขมันใต้ผิวหนังลดลง มีไกลโคเจนและสารสำรองพลังงานน้อย ระบบควบคุมอุณหภูมิยังไม่สมบูรณ์ ทารกจึงมีความเสี่ยงต่อภาวะ Hypoglycemia, Hypothermia และ Respiratory distress ได้ง่าย
ภาวะขาดออกซิเจนขณะคลอด (Birth Asphyxia) เกิดจากการที่ทารกได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอในช่วงก่อนคลอด ระหว่างคลอด หรือหลังคลอดไม่นาน โดยในกรณีนี้เป็น ระดับ mild (Apgar score 5–6 ใน 1 นาทีแรก) ส่งผลให้เกิดภาวะ hypoxia และ metabolic acidosis ในร่างกาย การตอบสนองของทารกต่อภาวะนี้จะพยายามส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ เช่น สมอง หัวใจ และต่อมหมวกไต มากขึ้น แต่หากออกซิเจนยังไม่เพียงพออย่างต่อเนื่อง จะเกิดภาวะการเผาผลาญแบบไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic metabolism) มีการสะสมกรดแลกติก ทำให้เกิด metabolic acidosis ซึ่งอาจนำไปสู่การทำงานผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะระบบประสาทและการหายใจ เช่น hypoxic-ischemic encephalopathy (HIE)
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
1.เสี่ยงต่อภาวะพร่องออกซิเจนเนื่องจากการได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอขณะคลอด
วัตถุประสงค์
ทารกไม่มีภาวะพร่องออกซิเจน
RR อยู่ในเกณฑ์ 30–60 ครั้ง/นาที, สีผิวชมพู, O2 sat > 95%
การพยาบาล
ประเมินสัญญาณชีพ ได้แก่ RR, SpO₂, สีผิว ทุก 4 ชั่วโมง
สังเกตการหายใจ เช่น เสียงหายใจ, การใช้กล้ามเนื้อช่วยหายใจ, อาการหอบเหนื่อย
ดูแลทางเดินหายใจ ให้โล่งอยู่เสมอ เช่น suction เมื่อมีเสมหะหรือมีเสียงครืดคราด
วางท่านอนศีรษะสูงเล็กน้อย และจัดท่าตะแคงเพื่อให้หายใจได้สะดวก
ติดตามระดับออกซิเจนในเลือด (O2 saturation)
2.เสี่ยงต่อภาวะอุณหภูมิต่ำ เนื่องจากกลไกการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายยังไม่สมบูรณ์และมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำ
วัตถุประสงค์
ทารกมีอุณหภูมิร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ 37 +- 0.2
ทารกไม่มีอาการของ hypothermia เช่น ซีด ตัวเย็น
การพยาบาล
1.ประเมินอาการและอาการของภาวะ Hypothermia เช่น ผิวหนังซีดและเย็นเขียวตามปลายมือปลายเท้า ซึม กระสับกระส่าย หายใจเร็ว รับนมไม่ได้ น้ำหนักไม่เพิ่ม
2.ดูแลให้ทารกอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอุณหภูมิที่ทำให้ทารกมีการใช้ออกซิเจนและมีการเผาผลาญอาหารน้อยที่สุด (Neutral thermal environment, NTE) โดยให้ทารกอยู่ใน Radiant warmer
3.ควบคุมอุณหภูมิห้อง ที่ 26-28 °C โดยมีการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิห้องไว้ตลอดเวลา
4.หลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงที่อาจทำให้ทารกสูญเสียความร้อนทั้ง 4 ทางได้แก่ การนำความร้อน, การพาความร้อน, การระเหย, การแผ่รังสีความร้อน
5.ประเมินอุณหภูมิกายซ้ำหลังให้การพยาบาล 30 นาที หรือจนกว่าอุณหภูมิกายจะคงที่ หลังจากนั้นติดตามวัดอุณหภูมิกายทุก 4 ชั่วโมงตามปกติ
6.วิธีการอื่นๆ เช่น ในทารกที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ดูแลการใช้เครื่องอุ่นและ ทำความชื้นให้กับก๊าซ (heated humidifier) อย่างถูกต้อง, ดูแลอุ่นเลือดก่อนให้เลือด เป็นต้น
3.เสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร เนื่องจากน้ำหนักแรกเกิดน้อย
วัตถุประสงค์
ทารกได้รับสารอาหารเพียงพอต่อความต้องการ
ทารกสามารถดูดนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง
การพยาบาล
ประเมินความพร้อมในการดูดนมทุกวัน เช่น rooting reflex, sucking strength
สังเกตอาการ intolerance ต่อการให้นมทางสาย OG เช่น อาเจียน
ชั่งน้ำหนักทารกทุกวัน เพื่อติดตามการตอบสนองต่อโภชนาการ
ฝึกให้ดูดนมวันละเล็กน้อย (non-nutritive sucking) เช่น ใช้ pacifier หรือจับนมแม่เข้าเต้าเล็กน้อย