Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
วิทยาศาสตร์กายภาพ ม.5 🚗 - Coggle Diagram
วิทยาศาสตร์กายภาพ ม.5 🚗
บทที่ 1 อากาศ 💨
1.2 อะตอม
-
1.แบบจำลองอะแบบจำลองอะตอม ใช้อธิบายตำแหน่ง ใช้อธิบายตำแหน่งของโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนในอะตอมเคลื่อนที่รอบนิวเคลียส ซึ่งในแบบจำลองอะตอมของโบร์ อิเล็กตรอนเคลื่อนที่เป็นวง โดยแต่ละวงมีระยะห่างจากนิวเคลียสและมีพลังงานต่างกันและอิเล็กตรอนวงนอกสุด เรียกว่า เวเลนซ์อิเล็กตรอน
- แบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก แสดงโอกาสที่จะพบอิเล็กตรอนรอบนิเคลียสในลักษณะกลุ่มหมอก เนื่องจากอิเล็กตรอนมีขนาดเล็กและเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วตลอดเวลา จึงไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนได้
วิธีการสอน
แบบจำลองเป็นฐาน
1.ให้นักเรียนสร้างแบบจำลองอะตอมของทอมสันและกลุ่มหมอกในความคิดของนักเรียน
2.สุ่มให้นักเรียนออกมาอธิบายแบบจำลองของตัวเอง และถามคำถาม
3.ให้นักเรียนสืบค้นเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบบจำลอง และปรับแบบจำลองของตัวเอง
4.ให้แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับความถูกต้องของแบบจำลองกับเพื่อนคนอื่นๆ
- ให้นักเรียนอธิบายแบบจำลองโดยมีการถามคำถาม
- อะตอมของธาตุเป็นกลางทางไฟฟ้า มีจำนวนโปรตอนเท่ากับจำนวนอิเล็กตรอน การระบุชนิดของธาตุพิจารณาจากจำนวนโปรตอน
- เมื่ออะตอมของธาตุมีการให้หรือรับอิเล็กตรอน ทำให้จำนวนโปรตอนและอิเล็กตรอนไม่เท่ากันเกิดเป็นไอออน โดยไอออนที่มีจำนวนอิเล็กตรอนน้อยกว่าจำนวนโปรตอน เรียกว่า ไอออนบวกส่วนไอออนที่มีจำนวนอิเล็กตรอนมากกว่าโปรตอน เรียกว่า ไอออนลบ
วิธีการสอน
5E
- ใช้คำถามกระตุ้นเกี่ยวกับการรวมกันของธาตุกลายเป็นสารประกอบ
2.ให้นักเรียนสังเกตโดย แจกใบกิจกรรมให้นักเรียนจับคู่ธาตุ เช่น Na กับ Cl, Mg กับ O โดยให้ดูจากจำนวนอิเล็กตรอนและโปรตอน แล้วเดาว่าจะเกิดไอออนชนิดใด
- นักเรียนและครูร่วมกันอธิบาย ลงข้อสรุป
- นักเรียนวาดแผนภาพอะตอมของ Na และ Cl ก่อน-หลังการให้/รับอิเล็กตรอน และเขียนสมการ
- มีเล่มเกมแข่งตอบคำถามเพื่อรับคะแนนเสริมและตรวจสอบความเข้าใจ
1.1 องค์ประกอบในอากาศ
แนวคิดที่คลาดเคลื่อน
การเขียนสูตรเคมีของธาตุบางชนิดในธรรมชาติ โดยเขียนอยู่ในรูปอะตอมเดียว เช่น แก๊สไนโตรเจน (N₂) เขียนเป็น N
-
-
วิธีการสอน
วิธีการจัดการเรียนรู้แบบ 5E
- ครูเล่าเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอากาศรอบตัวเรา และถามคำถามเพื่อทบทวนความรู้
- ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับอากาศ ศึกษาความแตกต่างขององค์ประกอบอากาศ
- ครูให้นักเรียนสรุปความคิดและอธิบายสัญลักษณ์ที่แทนความหมายของสสารนั้น
- ครูให้สถานการณ์เกี่ยวกับอัญรูปของคาร์บอนและสารประกอบคาร์บอนจากนั้นให้นักเรียนใช้ความรู้อธิบายลักษณะต่างๆที่สังเกตได้ พร้อมบอกหลักฐาน
- ครูมีใบงานวัดประเมินความรู้
- สารเคมีทุกชนิดสามารถระบุได้ว่าเป็นธาตุหรือสารประกอบและอยู่ในรูปอะตอม โมเลกุล หรือไอออนได้ โดยจะหาจากสูตรเคมี
-
-
1.4 ตารางธาตุ
-
วิธีการสอน
7E
- ครูทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับอะตอม
- ให้นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่างชื่อธาตุที่คุ้นเคย และตั้งคำถามกระตุ้น
- ให้นักเรียนสืบค้นเกี่ยวกับการค้นพบและสมบัติของธาตุ การจัดหมวดหมู่ของธาตุในแบบต่าง ๆจนได้เป็นตารางธาตุในปัจจุบัน และตารางธาตุ
- นักเรียนและครู อภิปรายเกี่ยวกับตารางธาตุและการจัดหมู่ของตารางธาตุ
- ครูอธิบายเกี่ยวกับธาตุแทรนซิชันและการ ระบุหมู่และคาบของธาตุในตารางธาตุ จากสัญลักษณ์นิวเคลียร์
- ครูใช้คำถามให้นักเรียนยกตัวอย่างธาตุที่อยู่ในกลุ่มต่างๆ
- ให้นักเรียนเชื่อมโยงและบอกการนำตารางธาตุไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ธาตุจัดเป็นหมวดหมู่ได้อย่างเป็นระบบ โดยอาศัยตารางธาตุ ซึ่งในปัจจุบันจัดเรียงตามเลขอะตอมและความคล้ายคลึงของสมบัติ แบ่งออกเป็นหมู่ ซึ่งเป็นแถวในแนวตั้ง และคาบซึ่งเป็นแถวในแนวนอนทำให้ธาตุที่มีสมบัติเป็นโลหะ อโลหะและกึ่งโลหะอยู่เป็นกลุ่มบริเวณใกล้ ๆ กัน และแบ่งธาตุออกเป็นกลุ่มธาตุเรพรีเซนเททีฟและกลุ่มธาตุแทรนซิชัน
ธาตุในกลุ่มโลหะ จะนำไฟฟ้าได้ดี และมีแนวโน้มให้อิเล็กตรอน ส่วนธาตุในกลุ่มอโลหะ จะไม่น้ำไฟฟ้า และมีแนวโน้มรับอิเล็กตรอน โดยธาตุเรพรีเซนเททีพในหมู่ 1A- IA และธาตุแทรนซิชันทุกธาตุจัดเป็นธาตุในกลุ่มโลหะ ส่วนธาตุเรพรีเซนเททีฟในหมู่ IIA - VIA มีทั้งธาตุในกลุ่มโลหะและอโลหะ ส่วนธาตุเรพรีเซนเททีฟในหมู่ VIlIA จัดเป็นธาตุอโลหะทั้งหมด
บทที่ 2 น้ำ💦
2.1 พันธะโคเวเลนซ์
วิธีการสอน
วิธีการจัดการเรียนรู้แบบบรรยาย 1.ขั้นเตรียมการครูเตรียมเนื้อหาสาระที่จะบรรยายเกี่ยวกับพันธะโคเวเลนซ์ 2. ขั้นการจัดกิจกรรม ครูบอกจุดประสงค์การเรียนรู้เรื่องพันธะโควาเลนต์ 3.ขั้นสรุป ครูสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนพันธะโคเวเลต์ 4.ขั้นประเมินผล ครูถามคำถามเกี่ยวกับพันธะโคเวเลนต์
พันธะโคเวเลนต์เป็นการยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมด้วยการใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน เกิดเป็นโมเลกุล โดยการใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน ๑ คู่เรียกว่า พันธะเดี่ยว เขียนแทนด้วยเส้นพันธะ ๑ เส้น ในโครงสร้างโมเลกุล ส่วนการใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน ๒ คู่และ ๓ คู่ เรียกว่าพันธะคู่และพันธะสาม เขียนแทนด้วยเส้นพันธะ ๒ เส้น และ ๓ เส้น ตามลำดับ
2.2 สภาพขั้วของสาร
-
วิธีการสอน
วิธีการจัดการเรียนรู้แบบบรรยาย
1.ขั้นเตรียมการครูเตรียมเนื้อหาสาระที่จะบรรยายเกี่ยวกับสภาพขั้ว
- ขั้นการจัดกิจกรรม ครูบอกจุดประสงค์การเรียนรู้เรื่องพันธะโควาเลนต์
3.ขั้นสรุป ครูสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับการสภาพขั้วโดยเชื่อมโยงกับชีวิตจริงโดยมีการนำน้ำและน้ำมันมาเปรียบเทียบกัน
4.ขั้นประเมินผล ครูถามคำถามเกี่ยวกับสภาพขั้ว
สารที่มีพันธะภายในโมเลกุลเป็นพันธะโคเวเลนต์ทั้งหมดเรียกว่าสารโคเวเลนต์โดยสารโคเวเลนต์ที่ประกอบด้วย ๒ อะตอมของธาตุชนิดเดียวกันเป็นสารไม่มีขั้ว ส่วนสารโคเวเลนต์ที่ประกอบด้วย ๒ อะตอมของธาตุต่างชนิดกัน เป็นสารมีขั้ว สำหรับสารโคเวเลนต์ที่ประกอบด้วยอะตอมมากกว่า ๒ อะตอม อาจเป็นสารมีขั้วหรือไม่มีขั้วขึ้นอยู่กับรูปร่างของโมเลกุล
2.3 พันธะไฮโดรเจน
-
วิธีการสอน
วิธีการจัดการเรียนรู้แบบบรรยาย
1.ขั้นเตรียมการครูเตรียมเนื้อหาสาระที่จะบรรยายเกี่ยวกับพันธะไฮโดรเจน
- ขั้นการจัดกิจกรรม ครูบอกจุดประสงค์การเรียนรู้เรื่องพันธะไฮโดรเจน
3.ขั้นสรุป ครูสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับพันธะไฮโดรเจน
4.ขั้นประเมินผล ครูถามคำถามเกี่ยวกับพันธะไฮโดรเจน
ซึ่งสภาพขั้วของสารโคเวเลนต์ส่งผลต่อแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลที่ทำให้จุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารโคเวเลนต์แตกต่างกัน นอกจากนี้สารบางชนิดมีจุดเดือดสูงกว่าปกติเนื่องจากมีแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลสูงที่เรียกว่า พันธะไฮโดรเจนซึ่งสารเหล่านี้มีพันธะ N-H O-H หรือ F-H ภายในโครงสร้างโมเลกุล
2.4 สารประกอบไอออนิก
-
วิธีการสอน
วิธีการจัดการเรียนรู้แบบบรรยาย
1.ขั้นเตรียมการครูเตรียมเนื้อหาสาระที่จะบรรยายเกี่ยวกับสารประกอบไอออนิก
- ขั้นการจัดกิจกรรม ครูบอกจุดประสงค์การเรียนรู้เรื่องสารประกอบไอออนิก
3.ขั้นสรุป ครูสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับสารประกอบไอออนิกและยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับชีวิตประจำวัน
4.ขั้นประเมินผล ครูถามคำถามเกี่ยวกับสารประกอบไอออนิก
สารประกอบไอออนิกส่วนใหญ่เกิดจากการรวมตัวกันของไอออนบวกของธาตุโลหะและไอออนลบของธาตุอโลหะ ในบางกรณีไอออนอาจประกอบด้วยกลุ่มของอะตอม โดยเมื่อไอออนรวมตัวกันเกิดเป็นสารประกอบไอออนิกจะมีสัดส่วนการรวมตัวเพื่อทำให้ประจุของสารประกอบเป็นกลางทางไฟฟ้า โดยไอออนบวกและไอออนลบจะจัดเรียงตัวสลับต่อเนื่องกันไปใน ๓ มิติเกิดเป็นผลึกของสารซึ่งสูตรเคมีของสารประกอบไอออนิกประกอบด้วยสัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนบวกตามด้วยสัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนลบ โดยมีตัวเลขที่แสดงจำนวนไอออนแต่ละชนิดเป็นอัตราส่วนอย่างต่ำ
2.5 การละลายของสารในน้ำ
แนวคิดที่คลาดเคลื่อน
-
การใช้คำสับสนระหว่าง การละลาย และการหลอมเหลว เช่น เกลือผสมน้ำแล้วจะเกิดการหลอมเหลว น้ำแข็งละลายกลายเป็นน้ำ
-
วิธีการสอน
5E
1.ครูนำน้ำเชื่อมและน้ำเกลือมาให้นักเรียนสังเกต
2.ครูให้นักเรียนสืบค้นเกี่ยวกับการละลายต่าง ๆ ของสิ่งที่อยุ่ในชีวิตประจำวัน
3.ครูให้นักเรียนอธิบาย และบอกถึงความต่างของการละลาย
- ครูยกตัวอย่างสถานการณ์การละลายใหม่
- ครูให้นักเรียนทำใบงาน
สารจะละลายน้ำได้เมื่อองค์ประกอบของสารสามารถเกิดแรงดึงดูดกับโมเลกุลของน้ำได้โดยการละลายของสารในน้ำเกิดได้ ๒ ลักษณะ คือ การละลายแบบแตกตัว และการละลายแบบไม่แตกตัว การละลายแบบแตกตัวเกิดขึ้นกับสารประกอบไอออนิก และสารโคเวเลนต์บางชนิดที่มีสมบัติเป็นกรดหรือเบส โดยเมื่อสารเกิดการละลายแบบแตกตัวจะได้ไอออนที่สามารถเคลื่อนที่ได้ทำให้ได้สารละลายที่นำไฟฟ้าซึ่งเรียกว่า สารละลายอิเล็กโทรไลต์การละลายแบบไม่แตกตัวเกิดขึ้นกับสารโคเวเลนต์ที่มีขั้วสูงสามารถดึงดูดกับโมเลกุลของน้ำได้ดีโดยเมื่อเกิดการละลายโมเลกุลของสารจะไม่แตกตัวเป็นไอออน และสารละลายที่ได้จะไม่นำไฟฟ้า ซึ่งเรียกว่า สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์
บทที่ 3 อาหาร 🍱
3.1 ไขมันและน้ำมั้น
-
วิธึการสอน
5E 1.ครูนำน้ำมันและเนยมาให้นักเรียนสังเกต 2.ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับไขมันและน้ำมัน 3.ครูให้นักเรียนบอกถึงไขมันอิ่มตัว ไขมันไม่อิ่มตัวด้วยคำอธิบายของตัวเอง
4.ครูให้สถานการณ์เกี่ยวกับอาหารเสริมและให้นัดเรียนอธิบาย
5.ครูให้นักเรียนทำใบงานเพื่อตรวจสอบ
3.2 คาร์โบไฮเดรต
วิธีการสอน
5E
- ทบความความรู้เดิมและความสำคัญของคาร์โบไฮเดรต
- ให้นักเรียนสังเกตและศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างคาร์โบไฮเดรต และกลูโคส
- ร่วมกันสรุปอภิปราย และครูให้ความรู้เพิ่มเติม
- ครูอธิบาย ศึกษาเพิ่มเติม และให้ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับพอลิเมอร์และโมโนเมอร์ คุณสมบัติ ความแตกต่าง
- ให้นักเรียนทำใบงานเกี่ยวคาร์โบไฮเดรตและพอลิเมอร์/โมโนเมอร์
3.3 โปรตีน
วิธีการสอน
5E
- ทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับโปรตีน
- ให้ความรู้ว่า โปรตีนจัดเป็นพอลิเมอร์ชนิดหนึ่งที่มีกรดแอมิโนเป็นมอนอเมอร์ และให้นักเรียนสังเกตโครงสร้างโปรตีนและกรดอะมิโน และสมบัติกรดเบสของสาร
- ร่วมกันสรุป อภิปราย
- ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารอินทรีย์ที่มีหมู่ต่างๆกับกรดเบส
- ใช้คำถามและแบบฝึกหัด
3.4 วิตามินและเกลือแร่
-
วิธีการสอน
5E
- ทบทวนวามรู้เดิม และใช้คำถามเกี่ยวสารอาหารอื่นๆนอกจากคาร์โบ โปรตีน
- ให้นักเรียนพิจารณาสูตรโครงสร้างของวิตามินที่ละลายในน้ำและวิตามินที่ละลายในไขมัน แล้วตอบคำถามชวนคิด
- นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายโครงสร้างวิตามินและเกลือแร่
- ให้นักเรียนยกตัวอย่างสถานการณ์และการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
- ให้นักเรียนดูฉลากอาหารและตอบคำถามเกี่ยวกับวิตามินและเกลือแร่ที่มีในอาหาร
3.5 พอลิเมอร์
วิธีการสอน
5E
- ใช้คำถามสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวัน เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร มีสมบัติอย่างไร ใบตองมีองค์ประกอบใดบ้าง จัดเป็นพอลิเมอร์ไหม
- ให้นักเรียนสืบค้นเพิ่มเติมเกี่ยวกับพอลิเมอร์ คุณสมบัติ พอลิเมอร์ในชีวิตประจำวัน
- ร่วมกันสรุป อภิปรายการนำพอลิเมอร์มาใช้ประโยชน์
- แบ่งกลุ่มนักเรียนให้ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับพอลิเมอร์ประเภทต่างๆ และทำตารางเปรียบเทียบ และนำเสนอหน้าชั้นเรียน และยกตัวตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากพอลิเมอร์ ลักษณะพอลิเมอร์ต่อบรรจุภัณฑ์ ผลกระทบของพอลิเมอร์
- ใช้คำถามตรวจสอบความเข้าใจ
โครงสร้างของพอลิเมอร์อาจเป็นแบบเส้น แบบกิ่งหรือแบบร่างแห โดยพอลิเมอร์แบบเส้นและแบบกิ่ง มีสมบัติเทอร์มอพลาสติก ส่วนพอลิเมอร์แบบร่างแห มีสมบัติเทอร์มอเซต จึงมีการใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกัน
-
- สารประกอบอินทรีย์เป็นสารประกอบของคาร์บอนส่วนใหญ่พบในสิ่งมีชีวิต มีโครงสร้างหลากหลายและแบ่งได้หลายประเภท เนื่องจากธาตุคาร์บอน สามารถเกิดพันธะกับคาร์บอนด้วยกันเองและธาตุอื่น ๆ นอกจากนี้พันธะระหว่างคาร์บอนยังมีหลายรูปแบบ ได้แก่ พันธะเดี่ยวพันธะคู่ พันธะสาม
- สารประกอบอินทรีย์ที่มีเฉพาะธาตุคาร์บอนและไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบ เรียกว่า สารประกอบไฮโดรคาร์บอน โดยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัวมีพันธะระหว่างคาร์บอนเป็นพันธะเดี่ยวทุกพันธะในโครงสร้าง ส่วนสารประกอบไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัวมีพันธะระหว่างคาร์บอนเป็นพันธะคู่หรือพันธะสามอย่างน้อย ๑ พันธะในโครงสร้าง
• สารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ -COOH สามารถแสดงสมบัติความเป็นกรดส่วนสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ -NH2 สามารถแสดงสมบัติความเป็นเบส
-