Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
วิจัยเชิงทดลอง (experimental research) - Coggle Diagram
วิจัยเชิงทดลอง (experimental research)
ความหมาย
เป็นวิจัยเพื่อความเป็นเหตุเป็นผล มีการจัดกระทำกับกลุ่มทดลอง และเปรียบเทียบกลุ่มควบคุม
ลักษณะเฉพาะ
ควบคุมตัวแปรและเงื่อนไขในการทดลอง
เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยการสุ่ม
ควบคุมความแปรปรวน (ความแตกต่าง)
ตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับสมมติฐาน
ตัวแปรที่ไม่ต้องการ
ความคลาดเคลื่อน
เน้นความตรงภายใน(internal validity) คำนึงถึงความตรงภายนอก (external validity)
ขั้นตอนการวิจัย
ทบทวนวรรณคดีที่เกี่ยวข้อง
ระบุและให้คำจำกัดความของหัวข้อปัญหา
ตั้งสมมุติฐาน กำหนดตัวแปรและอธิบายความหมายของศัพท์
วางแผนการทดลอง
4.1 ระบุตัวแปรที่อาจมีผลต่อการทดลอง
4.2 ออกแบบการทดลอง
4.3 สุ่มตัวอย่างประชากร และจัดกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
4.4 เลือกหรือสร้างและตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องมือ
4.5 กำหนดแนวทางในการเก็บรวบรวม
4.6 ตั้งสมมติฐาน
ดำเนินการทดลอง
วัดผลการทดลอง
วิเคราะห์ แปรผล อภิปราย และสรุปรายงานการวิจัย
เกณฑ์การประเมิน
ผลการทดลองต้องมีความตรง (validity)
ผลการทดลองมาจากตัวแปรต้น และนำไปใช้ได้กับสถานการณ์อื่นๆ
ความตรงภายใน (internal validity) เป็นเงื่อนไขสำคัญ ในข้อค้นพบหรือตัวแปรตามได้จากตัวแปรต้น ไม่ใช่ตัวแปรอื่น
ความตรงภายใน คือ ระดับความน่าเชื่อถือของการสรุปผลของวิจัย
ปัจจัยคุกคามความตรงภายใน
ประวัติการณ์ (history) : เหตุการณ์ภายนอกที่เกิดระหว่างวิจัย อาจส่งผลต่อตัวแปรตาม
วุฒฺิภาวะ (maturation) : การเติบโต
การทดสอบ (test) : เคยสอบก่อนเรียนมาก่อน
เครื่องมือ (instrumentation) : เปลี่ยนแปลง ไม่สม่ำเสมอ
การถดถอยทางสถิติ (statistical regression) : แนวโน้มคะแนนสูงมาก ต่ำมาก
การคัดเลือก (selection) : ไม่ได้สุ่มอย่างเป็นระบบ
การล้มหาย ตายจาก (mortality)
ความตรงภายนอก คือ ระดับความสามารถในการสรุปและอ้างอิงผลวิจัยไปใช้กับประชากร สถานการณ์และช่วงเวลาอื่นๆ
ปัจจัยคุกคามความตรงภายนอก
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างการทดสอบกับการจัดการ (Interaction of Testing and Treatment): การทำแบบทดสอบก่อนการทดลองอาจทำให้ผู้เข้าร่วมมีปฏิกิริยาต่อการทดลองแตกต่างไปจากคนที่ไม่เคยทำแบบทดสอบ
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างการคัดเลือกกับการจัดการ (Interaction of Selection and Treatment): ผลการทดลองที่เกิดขึ้นอาจเป็นเรื่องเฉพาะสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่เราเลือกมาเท่านั้น เช่น การใช้คนไข้ที่มีอาการหนักในการทดลองยา ทำให้ผลลัพธ์ไม่สามารถนำไปอ้างอิงกับคนไข้อาการไม่หนักได้
การจัดการหลายรูปแบบ (Multiple Treatment Interference): ผู้เข้าร่วมถูกทดลองภายใต้หลายรูปแบบการจัดการ ซึ่งอาจส่งผลต่อการทดลองครั้งถัดไป ทำให้ผลที่ได้ไม่บริสุทธิ์
สภาพการณ์ของการจัดการ (Treatment-Setting Interaction): ผลลัพธ์ที่ได้อาจเกิดขึ้นเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมอย่างเข้มงวดในห้องปฏิบัติการ แต่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ
ปฏิกิริยาต่อการจัดการทดลอง (reactive experimental procedures) : ความรู้สึก เจตคติของกลุ่มตัวอย่าง
การควบคุม
การสุ่ม
การจับคู่ แล้วแยก
การเปรียบเทียบกลุ่มเอกพันธ์ : เอาลักษณะเหมือนกันมาเปรียบเทียบ
กลุ่มตัวอย่างควบคุมตัวเอง
วิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม
แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ
มีตัวแปรเดียว (single variable design)
ไม่ถึงขั้นการทดลอง (pre experimental design )
วัดครั้งเดียว
วัดก่อนและหลังทดลอง
เปรียบเทียบกับกลุ่มคงที่
กึ่งทดลอง (quasi experimental design )
เปรียบเทียบ ไม่มีการสุ่ม มีแต่การสอบก่อนและหลัง
อนุกรมเวลา
เปรียบเทียบอนุกรมเวลาที่มีกลุ่มควบคุม
ทดลองจริง (true experimental design)
มีกลุ่มควบคุม ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
มีกลุ่มควบคุมดูแล มีการทดสอบหลัง
โซโลมอน
ตัวแปร/ตัวประกอบหลายตัว
X : การจัดกระทำ หรือการใช้ตัวแปรต้น
O : การวัด หรือการสังเกต
C : การควบคุม
E : การทดลอง
R : การสุ่มตัวอย่าง
หลักการสำคัญ MAX MIN CON
ควบคุมการแปรปรวนของตัวแปร
MAX ทำให้ความแปรปรวน(ความแตกต่าง)ระหว่างกลุ่มทดลองมีค่าสูงที่สุด
MIN ลดความแปรปรวนที่เกิดจากความคลาดเคลื่อนให้เหลือน้อยที่สุด
CON ควบคุมตัวแปรเกิน/ตัวแปรที่ไม่ปรารถนา