Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ทฤษฎีการเรียนรู้ (Theory of Learning) -…
ทฤษฎีการเรียนรู้ (Theory of Learning)
ทฤษฎีปัญญานิยม (cognitivism)
ความหมาย
สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจมนุษย์สู่กระบวนการทางความคิด ซึ่งเป็นกระบวนการภายในสมอง
ตัวอย่างการนำไปใช้สอน
เน้นที่ตัวผู้เรียนให้ผู้เรียนเแต่ละคนได้คิด ได้รู้จักวิธีการและเกิดการค้นพบด้วยตนเอง
การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้ออํานวยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัยของตนเอง
เน้นการใช้แรงจูงใจภายในมากกว่าแรงจูงใจภายนอก
ควรมีการนําเสนอกรอบความคิดหรือหลักการกว้างๆหรือหัวข้อที่สําคัญที่ผู้เรียนจะต้องเรียนเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงเนื้อหาบทเรียนได้ง่าย
ควรใช้สิ่งที่เป็นรูปธรรมเพื่อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจลักษณะต่างๆ ได้ดีขึ้น
เชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่ผู้เรียนเคยรู้มาก่อน
กับสิ่งที่จะเรียนรู้ใหม่ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ในเรื่องดังกล่าวได้ดียิ่งขึ้น
กระตุ้นให้ผู้เรียนสังเกตความแตกต่างของสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจําวันอยู่สม่ําเสมอรวมทั้งฝึกผู้เรียนให้รู้จักการคาดคะเน คิดแบบวิเคราะห์ และคิดหาเหตุผลในสถานการณ์ที่เป็นปัญหาสามารถเก็บรวบรวมข้อมูล ตั้งสมมติฐานและทดสอบสมมติฐานเพื่อหาคําตอบที่ถูกต้องได้ด้วยตนเอง หลังจากนั้นผู้สอนจึงค่อยให้คําตอบที่ถูกต้องแก่ผู้เรียน
สร้างความยืดหยุ่นในการเรียนรู้
แนวคิดสำคัญ
การเรียนรู้ของมนุษย์ไม่ใช่เรื่องของพฤติกรรม ที่เกิดจากกระบวนการตอบสนองต่อสิ่งเร้า
จากภายนอกเพียงเท่านั้น
การเรียนรู้เป็นกระบวนการทางความคิดที่เกิดจากการสะสมข้อมูล การสร้างความหมาย และความสัมพันธ์ของข้อมูล และการดึงข้อมูลออกมาใช้ในการกระทําและการแก้ปัญหาต่าง ๆ
การเรียนรู้เป็นกระบวนการ
ทางสติปัญญาของมนุษย์ในการที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ตนเอง
การเรียนรู้เป็นผลของกระบวนการคิด ความเข้าใจ การรับรู้สิ่งเร้าที่มากระตุ้น ผสมผสานกับประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมาของบุคคล ทําให้เกิดการเรียนรู้ขึ้น
พฤติกรรมของมนุษย์นั้นไม่เหมือนกับผ้าขาวที่อยากเปลี่ยนเป็นสีอะไรก็สามารถย้อมสีได้ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากภายในตัวมนุษย์ การเรียนรู้เป็นผลของกระบวนการคิด ความเข้าใจ การรับรู้สิ่งเร้าที่มากระตุ้น ผสมผสานกับประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมาของบุคคล ทําให้เกิดการเรียนรู้ขึ้น
เน้นกระบวนการทางปัญญา เช่น การรับรู้ การระลึกหรือจําได้ การคิดอย่างมีเหตุผล การตัดสินใจ การแก้ปัญหา การสร้างจินตนาการ เป็นต้น
ชอมสกี้ (Chomsky) มองพฤติกรรมมนุษย์ว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับจิตใจของมนุษย์
โคห์เลอร์ (Kohler)มองว่าการเรียนรู้ไม่ได้เกิดจากการรวมส่วนย่อย ๆเข้าด้วยกันแต่เป็นการรับรู้ในภาพรวมทั้งหมดก่อนแล้วค่อยแยกความแตกต่างออกเป็นส่วนย่อย ๆ ในภายหลัง
การเรียนรู้ที่เกิดจากการหยั่งเห็น(Insight)
ทฤษฎีสร้างความรู้นิยม (Constuctivism)
ความหมาย
การสอนไม่สามารถสร้างความรู้ ผู้สอนไม่สามารถระบุหรือคาดหวังผลลัพธ์ทางการเรียนได้เหมือนกันทุกคน
หลักการของทฤษฎีสร้างความรู้นิยม
ความรู้ที่มีอยู่มาก่อน เป็นตัวแปรสําคัญทําให้
ความรู้ใหม่นั้นถูกเข้าใจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ความรู้ที่ตรงกันข้ามเกิดความขัดแย้งความรู้ที่มีมาอยู่ก่อน จะพยายามปรับสิ่งที่รับรู้ใหม่นั้นให้เข้ากับสิ่งที่มีอยู่ก่อน
ผู้สอนจะต้องเปลี่ยนแปลงความคิดจากการถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียนด้วยตําราหรือการจัดหลักสูตรใด ๆ ด้วยการเชื่อมโยงหลักสูตรให้ผู้เรียนเรียนตามความรู้และความสนใจของผู้เรียน
กระบวนการสร้างความรู้มีอยู่ 2 แนวคิด
กระบวนการสร้างความรู้จากตัวตนของบุคคลนั้นเอง
การสร้างความรู้โดยสังคม
ประเภทของทฤษฎีสร้างความรู้นิยม
ทฤษฎีสร้างความรู้นิยมเชิงปัญญา (Cognitive Constructivism)
ผู้เรียนเป็นผู้กระทํา (Active) และเป็นผู้สร้างความรู้ขึ้นในใจเอง
ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมีบทบาทในการก่อให้เกิดความไม่สมดุลย์ทางปัญญาขึ้น
ทฤษฎีสร้างความรู้นิยมเชิงสังคม
ซึ่งเชื่อว่าผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยการมีปฎิสัมพันธ์ทางสังคมกับผู้อื่น
ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมทําให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยการเปลี่ยนแปรความเข้าใจเดิมให้ถูกต้องหรือซับซ้อนกว้างขึ้น
การนําทฤษฎีสร้างความรู้นิยมไปใช้ในการเรียนการสอน
กระบวนการเรียนรู้สําคัญกว่ากระบวนการสอน แต่ละบุคคล
สามารถสร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง
มุ่งเน้นการวางแนวทาง และสภาพแวดล้อมการเรียนให้เอื้อต่อการสร้างความรู้ด้วยตนเอง
โดยมีหลักการ
ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติโดยการสร้างเป้าหมายที่ท้าทายเพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการเรียน
ให้ผู้เรียนมีบทบาทในการเรียนรู้อย่างเต็มที่ โดยผู้เรียนจะนํา
ตนเองและควบคุมตนเองในการเรียนรู้
ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติควรมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับชีวิตจริง
สร้างสรรค์บรรยากาศการเรียนที่มีทางเลือกหลากหลายเพื่อให้ผู้เรียนได้เลือกตามความสนใจ หรือตามความถนัดของแต่ละคน
เปลี่ยนบทบาท
จากผู้ตั้งคําถามเป็นผู้กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดคําถามและหาวิธีตอบคําถามด้วยตนเอง โดยหน้าที่ช่วยสร้างแรงจูงใจภายในให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียน
การประเมินผลจะต้องมีความยืดหยุ่นกันไปในแต่ละบุคคล หรืออาจใช้การประเมินผลที่หลากหลาย
ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behaviorism)
ความหมาย
การเรียนรู้ของมนุษย์เป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถสังเกตและวัดได้จากพฤติกรรมภายนอก
ตัวอย่างการนำไปใช้ในการสอน
ผู้เรียนไม่มีพื้นฐานความรู้ หรือไม่เคยผ่านประสบการณ์ ที่เกี่ยวกับเนื้อหาวิชานั้น ๆ เลย หรือมีแต่น้อยมาก
การสอนที่ต้องการให้เกิดผลสําเร็จในช่วงระยะเวลา ที่ไม่นาน
เนื้อหาวิชาพื้นฐานที่สามารถเขียนในรูปแบบวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ สามารถวัดหรือสังเกตได้อย่างชัดเจน เช่นการบวก ลบ คูณ หาร การสะกดคํา เป็นต้น
การเรียนการสอนที่เน้นการประเมินผลลัพธ์สุดท้ายมากกว่าการประเมินระหว่างเรียนหรือกระบวนการ
นักจิตวิทยาและนักการศึกษาเสนอแนวทางการสอน
ควรคํานึงถึงความพร้อมของผู้เรียนเพื่อที่จะได้เรียนได้ดีที่สุด
โดยการจัดสภาพห้องเรียน ให้น่าเรียน ห้องเรียนต้องสะอาด อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่แออัด
ตั้งจุดมุ่งหมายในรูปของพฤติกรรมที่สังเกตได้อย่างชัดเจน
การปรับเสริมสิ่งเร้า เพื่อผลักดันให้เกิดการตอบสนองตามรูปแบบที่ต้องการ
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลองผิดลองถูกด้วยตนเองบ้าง
โดยเฉพาะการเสริมแรง
ทางบวก การแสดงสีหน้ายิ้มแย้มการชมเชยจากผู้สอน คะแนน
การเว้นระยะการเสริมแรงไม่ให้ตายตัว
การลงโทษ ควรเริ่มจากการลงโทษสถานเบาแล้วค่อยเพิ่มการลงโทษหากผู้เรียนยังแสดงพฤติกรรมเดิมอีก
บุคคลที่เคยมีประสบการณ์ในการเผชิญกับปัญหาก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ง่ายกว่าการแก้ปัญหาใหม่
ผู้เรียนเกิดทักษะในเรื่องใดแล้ว ต้องให้ผู้เรียนมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องนั้น ๆ อย่างถ่องแท้และให้ผู้เรียนฝึกฝนอย่าง ต่อเนื่องและสม่ําเสมอ
แนวคิดสำคัญ
ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก (Classic Conditioning Theory)
พาฟ ลอฟ (Pavlov)ซึ่งมีแนวคิดว่าพฤติกรรมเกิดขึ้นโดยสิ่งเร้า เมื่อมีสิ่งเร้าพฤติกรรมตอบสนองก็จะเกิดขึ้น พฤติกรรมการเรียนรู้เกิดจากความต้องการพื้นฐาน เช่น อาหาร น้ํา การนอน เป็นต้น
การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง
อาหาร เสียงกระดิ่ง และพฤติกรรมของสุนัข
มนุษย์เหมือนผ้าขาวที่ว่างเปล่า การเรียนรู้ของมนุษย์เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองซึ่งต้องจัดเตรียมประสบการณ์หรือสิ่งแวดล้อมภายนอกเพื่อให้เกิดพฤติกรรมที่ต้องการโดยประสบการณ์ดังกล่าวหากมีการกระทําซ้ําแล้วซ้ําอีกก็จะกลายเป็นพฤติกรรมอัตโนมัติที่แสดงออกให้เห็นได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม
ทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยง
ธอร์นไดค์ (Thorndike) ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองคือการจัดแมวใส่ไว้ในกรง แล้วให้แมวหาทางออกจากกรงด้วยการลองผิดลองถูก
ทฤษฎีการวางเงื่อนไข แบบการกระทํา
สกินเนอร์(Skinner)การเสริมแรงมีส่วนช่วยให้มนุษย์เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การทดลองที่มีชื่อเสียงเป็นการสร้าง
กล่องที่เรียกว่า Skinner’s Box และนําสัตว์ ใส่เข้าไปเพื่อศึกษาพฤติกรรมการตอบสนอง
องค์ประกอบการเรียนรู้
แรงขับ
สิ่งเร้า
การตอบสนอง
การเสริมแรง
ความหมายของทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้มีอิทธิพลต่อวงการศึกษา และได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางและ เป็นพื้นฐานที่สําคัญที่ผู้สอนควรมีความรู้ ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง ที่จะทำให้การออกแบบการเรียนการสอนและสื่อการเรียนการสอน มีประสิทธิภาพและเอื้อต่อผู้เรียนนั้น