Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ทฤษฎีการเรียนรู้ (Theory of Learning) :silhouettes: : - Coggle Diagram
ทฤษฎีการเรียนรู้ (Theory of Learning)
:silhouettes: :
ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behaviorism)
:star:
:pen:
แนวคิดหลัก:
ให้ความสำคัญกับ "พฤติกรรม" และเชื่อว่าการเรียนรู้ของมนุษย์สามารถสังเกตและวัดได้จากพฤติกรรมภายนอก ซึ่งเกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้า การเรียนรู้เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง
:silhouette:
นักทฤษฎีสำคัญ
พาฟลอฟ (Pavlov):
ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก (Classic Conditioning Theory)
วัตสัน (Watson):
บิดาของกลุ่มพฤติกรรมนิยม
ธอร์นไดค์ (Thorndike):
ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง โดยการลองผิดลองถูก
กัทธรี (Guthrie):
เน้นการเรียนรู้แบบสัมพันธ์ต่อเนื่อง
สกินเนอร์ (Skinner):
ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบการกระทำ (Operant Conditioning Theory) เน้นการเสริมแรง
องค์ประกอบของการเรียนรู้:
แรงขับ (Drive), สิ่งเร้า (Stimulus), การตอบสนอง (Response), การเสริมแรง (Reinforcement)
:book:
การประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน
เหมาะสำหรับผู้เรียนที่ไม่มีพื้นฐานหรือมีน้อย
การสอนที่ต้องการผลสำเร็จในระยะเวลาสั้นๆ (เช่น ฝึกอบรม)
เนื้อหาวิชาพื้นฐานที่วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมชัดเจน (เช่น การบวก ลบ)
เน้นการประเมินผลลัพธ์สุดท้าย (Summative Evaluation)
ควรคำนึงถึงความพร้อมของผู้เรียน
สร้างบรรยากาศการเรียนที่ดี
ตั้งจุดมุ่งหมายเป็นพฤติกรรมที่สังเกตได้
ใช้การปรับเสริมสิ่งเร้า (Prompting and Fading)
เปิดโอกาสให้ลองผิดลองถูก
การเสริมแรงทางบวกมีความสำคัญ
การลงโทษควรระมัดระวัง
ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างทักษะ
ข้อจำกัด:
ไม่เหมาะสมกับการส่งเสริมทักษะการคิดระดับสูง เช่น การแก้ปัญหา หรือความคิดสร้างสรรค์
:male-teacher:
มุมมองของผู้สอน:
ถ่ายทอดพฤติกรรมและการโต้ตอบที่พึงประสงค์ให้กับผู้เรียน
ทฤษฎีปัญญานิยม (Cognitivism Theory)
:star:
:pen:
แนวคิดหลัก:
การเรียนรู้ของมนุษย์มีความซับซ้อนกว่าแค่การตอบสนองต่อสิ่งเร้า เป็นกระบวนการทางความคิดที่เกิดจากการสะสมข้อมูล สร้างความหมายและความสัมพันธ์ของข้อมูล และดึงข้อมูลมาใช้ การรับรู้สิ่งเร้าผสมผสานกับประสบการณ์ในอดีตทำให้เกิดการเรียนรู้ เน้นกระบวนการทางปัญญา เช่น การรับรู้ การระลึก การคิดอย่างมีเหตุผล การตัดสินใจ การแก้ปัญหา
:silhouette:
นักทฤษฎีสำคัญ
ชอมสกี้ (Chomsky):
ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดพฤติกรรมนิยม
โคห์เลอร์ (Kohler):
การเรียนรู้จากการหยั่งเห็น (Insight)
เพียเจต์ (Piaget):
ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา
บรูเนอร์ (Bruner):
หลักการเรียนรู้โดยการค้นพบ (Discovery Learning)
ออซูเบล (Ausubel):
การเรียนรู้ที่มีความหมาย (Meaningful Learning) และ Advanced Organizer
:book:
การประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน
เหมาะสำหรับผู้เรียนที่มีพื้นฐานความรู้หรือประสบการณ์มาบ้างแล้ว
มีแหล่งการเรียนรู้จำนวนมาก
มีเวลาเรียนการสอนพอสมควร
เนื้อหาที่ฝึกให้ผู้เรียนรู้จักคิด ค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง (เช่น การแก้สมการ)
จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตามวัย
เน้นแรงจูงใจภายใน
นำเสนอกรอบความคิดหรือหลักการกว้างๆ ก่อนสอนเนื้อหาใหม่
ใช้สิ่งที่เป็นรูปธรรมช่วยในการเรียนรู้บทเรียนที่ยาก
ช่วยผู้เรียนเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่
กระตุ้นให้สังเกตความแตกต่าง, คิดวิเคราะห์, และหาเหตุผลด้วยตนเอง
สนับสนุนการเรียนรู้โดยการค้นพบด้วยตนเอง
สร้างความยืดหยุ่นในการเรียนรู้
:male-teacher:
มุมมองของผู้สอน:
อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้โดยสร้างบรรยากาศที่เอื้อให้ผู้เรียนค้นพบ
ทฤษฎีสร้างความรู้นิยม (Constructivism Theory)
:star:
:pen:
แนวคิดหลัก:
ผู้เรียนเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง โดยผ่านการลงมือกระทำและสร้างสรรค์ความหมายจากประสบการณ์ กระบวนการทางสังคมเข้ามาเป็นตัวกระตุ้น
:fountain_pen:
หลักการ
ความรู้ของบุคคลได้รับอิทธิพลจากความรู้ที่มีอยู่ก่อน
การสร้างความรู้คือกระบวนการคงความสมดุลระหว่างความรู้เก่ากับประสบการณ์ใหม่
กระบวนการสร้างความรู้มีสองแนวคิด: จากตัวตนของบุคคลและโดยสังคม
ผู้สอนต้องเปลี่ยนแปลงบทบาทจากการถ่ายทอดความรู้เป็นการเชื่อมโยงหลักสูตรตามความรู้และความสนใจของผู้เรียน
:pencil2:
ประเภท
ทฤษฎีสร้างความรู้นิยมเชิงปัญญา (Cognitive Constructivism): รากฐานจากเพียเจต์, ผู้เรียนสร้างความรู้เองในใจ
ทฤษฎีสร้างความรู้นิยมเชิงสังคม (Social Constructivism): รากฐานจากไวกอทสกี, ผู้เรียนสร้างความรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
ทฤษฎีสร้างความรู้นิยมโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน (Constructionism): จากเพ็บเพิร์ท, การเรียนรู้เกิดจากการสร้างความคิดและนำไปสร้างสรรค์ผลผลิตที่มีความหมายกับตนเอง
:book:
การประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน
บูรณาการเนื้อหาหลากหลายวิชา และผู้เรียนมีพื้นฐานดีแล้ว
มีเวลาในการเรียนการสอนมาก
เนื้อหาและกิจกรรมที่สนับสนุนการเรียนรู้แบบร่วมมือ
ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ สร้างเป้าหมายที่ท้าทาย
สร้างบรรยากาศให้ผู้เรียนมีบทบาทในการเรียนรู้อย่างเต็มที่ (เป็นเจ้าของการเรียน)
ภาระงานที่มอบหมายควรเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับชีวิตจริง
สร้างบรรยากาศการเรียนที่มีทางเลือกหลากหลาย เป็นมิตร และสนับสนุนการเรียนแบบร่วมมือ
ผู้สอนเปลี่ยนบทบาทจากการถ่ายทอดความรู้เป็นการให้ความร่วมมือ อำนวยความสะดวก
การประเมินผลมีความยืดหยุ่นหลากหลาย (เช่น ประเมินจากเพื่อน แฟ้มสะสมผลงาน)
:male-teacher:
มุมมองของผู้สอน:
แนะแนวทางและอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้แบบร่วมมือและการทำงานกลุ่ม