Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลเด็กและวัยรุ่นที่มีปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะในภาวะเฉียบพลัน วิกฤต…
การพยาบาลเด็กและวัยรุ่นที่มีปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะในภาวะเฉียบพลัน วิกฤต และเรื้อรัง
กลุ่มโรคไต
(Nephrotic syndrome)
พยาธิโรค
ความผิดปกติที่ glomerular basement membrane → โปรตีนหลุดออกในปัสสาวะมาก
อาการ
ความผิดปกติที่ glomerular basement membrane → โปรตีนหลุดออกในปัสสาวะมาก
การวินิจฉัยฉัย
1.ซักประวัติตรวจร่างกาย
2.ตรวจปัสสาวะ, Albumin, Cholesterol
3.ตรวจชิ้นเนื้อไต
4.ตรวจ Intravenous pyelogram
การรักษา
ความผิดปกติที่ glomerular basement membrane → โปรตีนหลุดออกในปัสสาวะมาก
การพยาบาล
1.งดวัคซีนเชื้อเป็น (MMR, OPV)
2.High protein diet, low salt,
3.จำกัดน้ำห้ามฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ
4.เฝ้าระวังติดเชื้อ
ภาวะแทรกซ้อน
1.การติดเชื้อได้ง่าย เช่น ปอดบวม (Pneumonia)เยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Peritonitis)การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) UTI, Cellulitis
2.ภาวะหลอดเลือดอุดตัน (Thromboembolism) เช่น renal vein thrombosis
3.ทุพโภชนาการ, กระดูกพรุน จากโปรตีนต่ำ + ขาดวิตามิน D
4.ภาวะ Hypovolemia, Hypokalemia
5.Shock, แผลกดทับ, ผิวหนังแตกแห้ง
โรคไตอักเสบเฉียบพลัน
(Acute Glomerulonephritis)
พยาธิโรค
การอักเสบของหลอดเลือดฝอยที่ไตจากกลไกภูมิคุ้มกันหลังติดเชื้อ เช่น ไข้หวัด, ทอนซิลอักเสบ, พุพอง
อาการ
1.Non- pitting edema บวมที่ตา/ตัว
2.Oliguria ปัสสาวะน้อยกว่า400 ml/day
3.Gross hematuria มีเลือดในปัสสาวะ
4.Hypertension ความดันสูง
5.Hypernatremia โซเดียมในเลือดสูง
การวินิจฉัย
1.ซักประวัติและตรวจร่างกาย
2.ตรวจปัสสาวะ, BP, อัลบูมิน
3.ตรวจเลือด ASO titer
การพยาบาล
1.Observe hypertensive,encephalopathy,seizure
2.Bed rest if BP>150/100 mmHg
3.Low protein keep BUN,Cr <100
4.ควบคุมอาหารที่มีโซเดียม และงดอาการหรือผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง
5.keep diastolic BP<90 mmHg
6.Home care: งดออกแรง 1 ปี, ติดตามตรวจโปรตีนในปัสสาวะทุก 3-6 เดือน
การรักษา
1.จำกัดเกลือ
2.HT ปานกลาง ให้จำกัดเกลือร่วมกับยาขับปัสสาวะ HT สูง ให้ยาขับปัสสาวะร่วมกับยาลดความดัน(Propanolol หรือHydralazine)
3.จำกัดโปรตีน ในรายที่มีปัสสาวะออกน้อยมาเป็นเวลา
นาน และ BUN สูง
4.จำกัดกิจกรรมให้นอนบนเตียง ในรายที่ HT และบวม
มาก
5.ควบคุม I/Oจำกัดน้ำดื่ม เมื่อมีปัสสาวะออกน้อย และ ภาวะคั่ง BUN Cr
ภาววะแทรกซ้อน
1.สมองทำงานผิดปกติจากความดันโลหิตสูง
Hypertensive encephalopathy
อาจรุนแรงถึงชัก/หมดสติ (Coma)
2.ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) จาก overload
3.ไตวายเฉียบพลัน (Acute Renal Failure) จากการอักเสบของ glomeruli
โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
(Urinary Tract Infection)
พยาธิโรค
เชื้อโรคเข้าทางเดินปัสสาวะ ทำให้เยื่อเมือกอักเสบ ปัสสาวะบ่อยกลั้นไม่ได้ มีการสะสมเชื้อ renal scar ถ้าซ้ำบ่อย
มี 2 ชนิด:แบบธรรมดา (Uncomplicated UTI) แบบแทรกซ้อน (Complicated UTI)
อาการ
อายุต่ำกว่า 2 ปี: อาการไม่ชัดเจน อาจมีไข้หรืออุณหภูมิกายต่ำ ซึม ซีด ปัสสาวะบ่อยมีกลิ่นไม่พุ่ง เวลาปัสสาวะจะร้องไห้
อายุ2-4ปี: ไข้สูง หนาวสั่น คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องน้อย ปวดและกดเจ็บบริเวณชายโครงด้านหลังหรือบั้นเท้าเอว
การพยาบาล
1.กระตุ้นให้เด็กดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยเจือจางและกำจัดเชี้อโรคออกจากกระเพาะปัสสาวะ
2.เช็ดตัวลดไข้ และอาจให้ยาลดไข้ ในรายที่มีไข้สูง
3.รักษาความสะอาดหลังถ่ายปัสสาวะทุกครั้งในเด็กโตแนะนำให้เด็กปัสสาวะทันทีเมื่อรู้สึกปวด
ปัสสาวะ ไม่ควรกลั้นปัสสาวะไว้นานๆ
4.ไม่ควรอาบน้ำโดยการแช่ในอ่าง หรือแม่น้ำลำคลองเพราะจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะได้ง่าย
5.ดูแลให้เด็กได้รับสารอาหารที่มีคุณภาพ มีพลังงานสูงเช่น ไข่ นม
6.ดูแลให้ยาตามแผนการรักษา
การวินิจฉัย
Urine Analysis, Urine Culture
ภาวะแทรกซ้อน
1.Renal scarring หากเกิดซ้ำ → เสี่ยงเกิดไตอักเสบเรื้อรังในอนาคต
2.กรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis) จากการติดเชื้อที่ลุกลาม
3.Recurrent UTI ในเด็กหญิง
4.ภาวะไตเสื่อมในอนาคต (CKD) หากละเลยการรักษา
การรักษา
การรักษาอาการทั่วไป :การให้น้ำ/อาหาร ยาลดไข้ BUN สูง ให้อาหารโปรตีนต่ำ
การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ :Amoxycillin, Gentamicin, Amikacin Lexinor
ในรายที่กลับเป็นซ้ำบ่อยๆ :Sulfonamide, Bactrim, TrimethroprimCo-trimoxazole
กายวิภาคและสรีรวิทยา
โครงสร้าง
1.ไต(Kidney) – ผลิตปัสสาวะ กำจัดของเสีย
2.หน่วยไต (Nephron) – หน่วยเล็กๆ ในไต ทำหน้าที่กรองเลือด
3.ท่อไต (Ureter)– ลำเลียงปัสสาวะจากไตไปกระเพาะปัสสาวะ
4.กระเพาะปัสสาวะ (Urinary bladder)– เก็บปัสสาวะ
5.ท่อปัสสาวะ (Urethra)– ช่องทางขับปัสสาวะสู่ภายนอก
สรีรวิทยา
หน้าที่ของไต
1.รับเลือดจากเส้นเลือดเเดงและเข้าสู่กระบวนการฟอกเลือด ขับของเสียออจากร่างกาย
2.ควบคุมความดันเลือด
3.ควบคุมความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดง
กระบวนการทำงานในการสร้างและขับปัสสาวะ
1.การกรองของเสียออกจากเลือดที่หน่วยไต
2.การดูดกลับน้ำและสารอาหาร
3.การขับของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายทางปัสสาวะ
โรคกรวยไตอักเสบ
(Pyelonephritis)
พยาธิโรค
การติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณกรวยไต โดยเฉพาะ E. coli, Klebsiella, Pseudomonas มักมาจากท่อปัสสาวะขึ้นไปที่ไต
มี 2 ชนิด Acute Pyelonephritis (เฉียบพลัน) – พบบ่อยในเด็กหญิงและChronic Pyelonephritis (เรื้อรัง)
อาการ
ไข้สูง หนาวสั่น ปวดบั้นเอวจะปวดมากข้างใดข้างหนึ่งอาจมีปวดร้าวลงมาที่ขาหนีบได้ อาเจียน เบื่ออาหาร
การพยาบาล
1.ตรวจสัญญาณชีพ
2.บันทึกลักษณะปัสสาวะ
3.ให้ยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา เช่น Amoxycillin ทุก 8hr หรือ Co-trimoxazole (Bactrim) วันละ2ครั้ง หรือNorfloxacin นาน14วัน
4.แนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ
5.เน้นการดูแลสุขวิทยาส่วนบุคคลบริเวณอวัยวะขับถ่ายหลังการขับถ่ายปัสสาวะอุจจาระ
5.ดูแลความสุขสบาย เช่น มีไข้สูงควรเช็ดตัวลดไข้ และให้ยาลดไข้
ภาวะแทรกซ้อน
1.ภาวะไตอักเสบเรื้อรัง (Chronic pyelonephritis)
Renal scarring → ไตเสียหน้าที่
Hypertension จากการทำลาย nephron
2.ภาวะไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease) หากเป็นซ้ำๆ
3.Septic shock
การวินิจฉัย
ตรวจปัสสาวะ , Urine culture
การรักษา
ให้ยาปฏิชีวนะตามเชื้อ เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน