Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี - Coggle Diagram
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
วิวัฒนาการของเครื่องมือสื่อสาร
ยุคโทรศัพท์มือถือ
แบบดิจิทัล
ยุค 2G เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนจากการส่งสัญญาณแบบอนาล็อก (1G) มาเป็นการเข้ารหัสสัญญาณแบบดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เกิดการสื่อสารด้วยเสียงและข้อความ SMS ได้ ต่อมามีการพัฒนาเทคโนโลยี GPRS และ EDGE เพื่อเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูล ทำให้สามารถส่ง MMS และใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ โทรศัพท์มือถือในยุคนี้ส่วนใหญ่เป็นแบบปุ่มกด หน้าจอขาว-ดำ และต่อมาเป็นหน้าจอสี
ยุคเริ่มต้นรับส่ง
ข้อมูลทางมือถือ
2.5G ในยุคนี้ได้ถือกำเนิดเทคโนโลยีที่เรียกว่า GPRS (General Packet Radio Service) ซึ่งพัฒนาในเรื่องของการรับส่งข้อมูลที่มากขึ้น ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 115 Kbps (แต่ถูกจำกัดการใช้งานจริงอยู่ที่ 40 kbps) สิ่งที่เราจะเห็นได้ชัดถึงการเปลี่ยนแปลงในยุคนี้ก็คือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เพิ่มฟังก์ชั่นการรับส่งข้อมูลในส่วนของ MMS (Multimedia Messaging Service) หน้าจอโทรศัพท์เริ่มเข้าสู่ยุคหน้าจอสี และเสียงเรียกเข้าก็ถูกพัฒนาให้เป็นเสียงแบบ Polyphonic จากของเดิมที่เป็น Monotone และเข้ามาสู่ยุคที่เสียงเรียกเข้าเป็นแบบ MP3 ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้
2.75G เป็นยุคที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ 3G แล้ว ซึ่งยุคนี้เป็นยุคของ EDGE (Enhanced Data rates for Global Evolution) ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก GPRS นั่นเอง และในปัจจุบันนี้เราก็ยังคงได้ยินและมีการใช้เทคโนโลยีนี้กันอยู่ ซึ่งได้พัฒนาในเรื่องของความเร็วในการรับส่งข้อมูลไร้สายนั่นเอง
ยุคเน้นส่งข้อมูล
ผ่านมือถือ
3G กันแล้ว ซึ่งยุคนี้ก็ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงวงการโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่พอสมควร เรียกได้ว่าเปลี่ยนแปลงวิถีประจำวันของผู้ใช้งานไปด้วยก็ว่าได้สิ่งที่ 3G ต่างกับ 2G ก็คือ ความสามารถในการออนไลน์ตลอดเวลา (Always On) ซึ่งก็จะเท่ากับโทรศัพท์ของคุณจะเหมือนมี High Speed Internet แบบบ้านอยู่บนมือถือของคุณอยู่ตลอดเวลา หากเป็น 2G นั้นเวลาจะออนไลน์แต่ละทีนั้นจะต้องมีการ Log-On เพื่อเข้าเครือข่าย ในขณะที่ 3G นั้นจะมีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอยู่ตลอดเวลาซึ่งการเสียค่าบริการแบบนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเรียกใช้ข้อมูลผ่านเครือข่ายเท่านั้น โดยจะต่างจากระบบทั่วไป ที่จะเสียค่าบริการตั้งแต่เราล็อกอินเข้าในระบบเครือข่ายเลย
ข้อดีของระบบ Always On คือ จะมีการเตือน (Alert) ขึ้นมาทันที หากมีอีเมล์เข้ามา หรือมีการส่งข้อความต่างๆ จากโปรแกรมทางอินเทอร์เน็ตของเรา นอกจากนั้นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแต่ละครั้งก็จะเร็วกว่ามาก (Initial Connection) เพราะไม่ต้องมีการ Log-On เข้ากับระบบอีกต่อไป (การ Log-On เข้าระบบให้นึกถึงตอนสมัยที่เราใช้ Modem แบบ Dial Up ร่วมกับสายโทรศัพท์) เราจะสามารถเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แล้วคิดค่าบริการตามการรับส่งข้อมูลของเราแทน
ยุคโทรศัพท์มือถือ
แบบอนาล็อค
ยุค 1G คือโทรศัพท์มือถือในยุคแรกๆ ที่ใช้เทคโนโลยีการส่งสัญญาณแบบอนาล็อก (Analog) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเสียงโดยใช้คลื่นวิทยุ โดยหลักการทำงานคือการแบ่งช่องความถี่ออกเป็นช่องย่อยๆ แล้วส่งสัญญาณเสียงผ่านคลื่นวิทยุไปยังสถานีรับส่งสัญญาณ ซึ่งในยุคนี้โทรศัพท์มือถือจะสามารถใช้งานได้แค่การโทรเข้าและโทรออกเท่านั้น ไม่สามารถส่งข้อมูลอื่นๆ เช่น SMS ได้
ยุคของการสื่อสาร
แห่งอนาคต
ถึงแม้ว่าเราจะเห็นวิวัฒนาการของ 3G ที่ก้าวกระโดดจาก 2G มาแล้วนั้น ทำให้เราสามารถใช้งานโทรศัพท์มือถือได้โดยสามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา (Always on) เราสามารถ Video Call ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ เราสามารถดูทีวีออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ แต่หลายครั้งหลายคราก็ต้องประสบกับปัญหา สัญญาณข้ดข้อง ภาพกระตุกบ้าง ความเร็วในการรับส่งข้อมูลถูกจำกัดบ้าง ดังนั้นจึงมีการพัฒนาต่อเข้าสู่ยุค 4G การเข้ามาสู่ยุค 4G นี้ได้รับการพัฒนามาจากประเทศสวีเดนและนอร์เวย์ ก่อนจะนำมาใช้จริงที่สหรัฐอเมริกา เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากระบบไร้สายในอดีตทั้งหมด ทั้ง 1G, 2G และ 3G มารวมกันเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพขึ้น อย่างเช่น การพัฒนาในเรื่องความเร็วในการรับส่งข้อมูล ที่ทำได้เร็วขึ้นถึง 100 Mpbs เลยทีเดียว สำหรับความเร็วขนาดนี้นั้น ทำให้สามารถใช้งานโทรศัพท์มือถือ หรือ Tablet ของคุณได้หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การดูไฟล์วีดิโอออนไลน์ด้วยความคมชัด และไม่มีการกระตุก, การสื่อสารข้ามประเทศ อย่างโทรศัพท์แบบเห็นหน้ากันแบบโต้ตอบทันที (Video Call) หรือจะเป็นการประชุมผ่านโทรศัพท์ (Mobile teleconferencing) ก็เป็นเรื่องง่ายขึ้น แถมยังมีค่าใช้จ่ายน้อยลงอีกด้วย
ยุคของดิจจิทัล
Digital 1.0 ยุคอินเทอร์เน็ต
ยุคเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ตที่มี
การนำระบบเครือข่ายนเทอร์เน็ต
มาประยุกต์ใช้ในงานด้านต่างๆ
เป็นยุคที่เปลี่ยนแปลงวิธีการ
ดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างมาก
Digital 2.0 ยุคโซเชียลมีเดีย
ปันข้อมูลประเภทต่างๆ
การติดต่อสื่อสารเพื่อแบ่ง
เพื่อสร้างเครือข่ายสำหรับ
ริ่มประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ต
Digital 3.0 ยุคแห่งข้อมูลขนาดใหญ่
การนำข้อมูลขนาดใหญ่
มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
และผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง
ข้อมูลต่างๆผ่านอินเทอร์เน็ต
Digital 4.0 ยุคเทคโนโลยีสมองกล
นำเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น
ปัญญาประดิษฐ์ เป็นการ
เรียนรู้ของเครื่องจักรเข้า
มาผนวกกับคอมพิวเตอร์
หุ่นยนต์หรืออุปกรณ์อื่นๆ
แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์
ซอฟต์แวร์
การพัฒนาด้านการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ตอบ
สนองต่อความต้องการของผู้ใช้ในโลกยุคดิจิทัล
ซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้าน
ปัญญาประดิษฐ์ ความปลอดภัย และการทำงาน
แบบออนไลน์ ปัจจุบันการพัฒนาบริการซอฟต์แวร์
ผ่านอินเทอร์เน็ตในลักษณะของการประมวลผลบน
ระบบคลาวด์ (Cloud Computing)
ฮาร์ดแวร์
ทิศทางการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์ที่
เกี่ยวข้องกับการประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล และการ
สื่อสารในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อ
เนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดขนาด และรองรับความ
ต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้ใช้และอุตสาหกรรมตัวอย่าง
เช่น การพัฒนาเครือข่าย 5G ยังช่วยเสริมสร้างการสื่อสาร
ที่รวดเร็วและมีเสถียรภาพสูง ซึ่งส่งผลให้เกิดแอปพลิเคชัน
ใหม่ ๆ ที่สามารถนำประโยชน์จากการเชื่อมต่อที่ทันสมัย
เหล่านี้มาใช้ได้อย่างเต็มที่ เช่น การสตรีมมิ่งวิดีโอ