Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
แนวคิดของครอบครัว ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลครอบครัวและการดูแลสุขภาพกล…
แนวคิดของครอบครัว ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลครอบครัวและการดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยงที่ต้องการดูแลต่อเนื่อง
แนวคิดนี้มองว่าครอบครัวเป็นระบบขนาดเล็กที่ทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการของบุคคลและสังคม โดยบุคคลเรียนรู้พฤติกรรมผ่านการขัดเกลาทางสังคมจากครอบครัวและสิ่งแวดล้อม และครอบครัวเป็นสถาบันที่ปรับตัวตามสิ่งแวดล้อมภายนอกมากกว่าการเป็นผู้กระตุ้นการเปลี่ยนแปลง
- สังคมดำรงอยู่ได้เนื่องจากได้รับการตอบสนองหน้าที่ที่จำเป็น (Functional requirement) เพื่อความอยู่รอดของสังคมในระดับใดระดับหนึ่ง
- ระบบย่อยในสังคมจะทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อให้สามารถตอบสนองหน้าที่จำเป็นของสังคมได้
- หน้าที่พื้นฐานเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ทุกสังคมและทุกครอบครัวต้องปฏิบัติ
- บุคคลในครอบครัวเป็นหน่วยย่อยที่มีหน้าที่ช่วยกันตอบสนองหรือทำหน้าที่ของสังคมให้ลุล่วงไปได้
- บุคคลและสังคมได้รับการดูแลจากครอบครัวและระบบสังคม
โครงสร้าง หมายถึง ความสัมพันธ์ของหน่วยต่าง ๆ เป็นการที่องค์ประกอบย่อยอยู่ร่วมกัน มีความสัมพันธ์กัน
หน้าที่ หมายถึง การทำกิจกรรมเพื่อดำรงไว้ซึ่งส่วนรวม (Whole) จะเห็นได้ว่าหน้าที่มีความสำคัญต่อการอยู่รอด
-
พัฒนาการของครอบครัว (Family development) หมายถึง กระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในครอบครัวเริ่มตั้งแต่การสร้างครอบครัวจนกระทั่งการดำเนินชีวิตครอบครัวสิ้นสุดลง
ระยะของพัฒนาการครอบครัว (Family development stages) หมายถึง ลำดับขั้นของการเปลี่ยนแปลงของ
การดำเนินชีวิตครอบครัวที่เกิดขึ้น เมื่อตั้งครอบครัวใหม่และสิ้นสุดลง
พัฒนกิจของครอบครัว (Family developmental tasks) หรือ “ภารกิจของครอบครัว” หมายถึง การกระทำ
ของสมาชิกในครอบครัวเพื่อตอบสนองความต้องการตามพัฒนาการของครอบครัว
-
กระบวนการความผูกพัน
- ระยะแนะนำ เป็นระยะหลังคลอดที่มารดาและทารกเกิดมีปฏิสัมพันธ์กันเป็นครั้งแรก
- ระยะทำความคุ้นเคย เป็นระยะหลังจากมารดาทำความรู้จักทารกแล้ว มารดาจะดูแลทารกอย่างใกล้ชิด มารก จะมีความคุ้นเคยกับมารดามากยิ่งขึ้น จนสามารถแยกเสียง รูปร่าง กลื่นของมารดาว่าแตกต่างจากคนอื่นได้
- ระยะควบคุมซึ่งกันและกัน เป็นระยะที่มารดาและทารกปรับพฤติกรรมเข้าหากันจนเกือบเป็นระบบเดียวกัน
สาเหตุของภาวะวิกฤต
- ภาวะวิกฤตจากการเปลี่ยนแปลงตามพัฒนาการ
- วัยทารก (0-1 ปี): Trust VS. Mistrust ได้รับ
•ความรักและการดูแลที่เหมาะสม →รู้สึกโลกปลอดภัย
• ขาดการดูแล → หวาดระแวง ไม่ไว้วางใจ
- วัยเตาะแตะ (2-3 ปี): Autonomy VS. Doubt
ฝึกทำสิ่งต่าง ๆ เอง → มั่นใจในตนเอง
ถูกขัดขวาง → ขี้อาย ไม่มั่นใจ
- วัยก่อนเรียน (4-5 ปี): Initiative VS. Guilt
ได้ริเริ่มทำกิจกรรม → กล้าคิดกล้าทำ
ถูกตำหนิหรือขัดขวาง → ขาดความคิดริเริ่ม รู้สึกผิด
- วัยเรียน (6-12 ปี): Industry VS. Inferiority
ได้รับการชมเชย>> ขยัน มีกำลังใจ
ขาดการยอมรับ >>รู้สึกต่ำต้อย
- วัยรุ่น (12-17 ปี): Identity VS. Role Confusion
ค้นพบเอกลักษณ์ตนเอง - แสดงบทบาทเหมาะสม
ค้นหาตนไม่พบ → สับสนบทบาท
- วัยผู้ใหญ่ตอนต้น (18-34 ปี): Intimacy VS. Isolation
มีความรัก ความผูกพัน →สร้างสัมพันธ์ลึกซึ้ง
ล้มเหลว →โดดเดี่ยว แยกตัว
- วัยกลางคน (35-60 ปี): Generativity VS. Self Absorption
ทำประโยชน์ให้สังคม ดูแลครอบครัว → ภาคภูมิใจ
คิดถึงแต่ตนเอง -เบื่อหน่าย ท้อถอย
- วัยชรา (60 ปีขึ้นไป): Integrity VS. Despair
มองชีวิตที่ผ่านมาด้วยความภาคภูมิ >>มีคุณ..
- ระยะเตือนภัย เป็นระยะที่ร่างกายรู้ว่ามีสิ่งรบกวนอยู่ในร่างกาย หรือมีผลต่อร่างกายและเตรียมที่จะต่อสู้กับสิ่งรบกวนนั้น เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย
- ระยะต่อต้านหรือปรับตัว ระยะนี้ร่างกายจะปรับตัวสู้กับภาวะเครียด ร่างกายปรับการทำงานเพื่อให้ปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีการหลั่งฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายเพื่อคุ้มกันภัยอันตรายต่อร่างกาย
- ระยะเหนื่อยล้า เป็นระยะสุดท้ายเมื่อสิ่งรบกวนเป็นอันตรายต่อชีวิตนั้นยังคงความรุนแรง และเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทำให้ร่างกายหมดแรงสู้ และถ้ายังคงอยู่ในภาวะเครียดนั้นต่อไปจะทำให้บุคคลนั้นถึงอันตรายต่อชีวิต
-