Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การคิดแยกแยกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม, นางสาวกิณรอน โยธา…
การคิดแยกแยกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
หมายถึง การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการใดๆตามอำนาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวมแต่กลับเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียกับกิจกรรมหรือการดำเนินการที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับตนเองหรือพวกพ้องทำให้การใช้อำนาจหน้าที่เป็นไปได้โดยไม่สุจริตก่อให้เกิดผลเสียต่อภาครัฐ
จริยธรรม เป็นกรอบใหญ่ทางสังคมที่เป็นพื้นฐาน ของแนวคิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่าง ผลประโยชน์
ดังนั้น จึงสามารถสรุปรูปแบบของการกระทำที่เข้า ข่ายเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม (Conflict of Interests) เป็น ๙ รูปแบบ ดังนี้
1.การรับผลประโยชน์ต่าง ๆ (Accepting benefits) เช่น การรับของขวัญจากบริษัทธุรกิจ บริษัทขายยา หรืออุปกรณ์การแพทย์สนับสนุนค่าเดินทางให้ผู้ บริหารและเจ้าหน้าที่ไปประชุมเรื่อง อาหารและยาที่ ต่างประเทศ
การทำธุรกิจกับตนเอง (Self-dealing) หรือเป็นคู่ สัญญา (Contracts)
หมายถึง สถานการณ์ที่ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะ มี ส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานที่ตนสังกัด
3.การทำงานหลังจากออกจากตำแหน่งหน้าที่ สาธารณะ หรือหลังเกษียณ (Post-employment) หมายถึง การที่บุคคลลาออกจากหน่วยงานของรัฐ และไปทำงานในบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจประเภท เดียวกัน
4.การทำงานพิเศษ (Outside employment or moonlighting)
ในรูปแบบนี้ มิได้หลายลักษณะ เช่น ผู้ดำรงตำแหน่ง สาธารณะตั้งบริษัทดำเนินธุรกิจ ที่เป็นการแข่งขัน กับหน่วยงาน
การรู้ข้อมูลภายใน (Inside information) หมายถึง สถานการณ์ที่ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะ ใช้ประโยชน์จากการรู้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ ของตนเอง
การใช้ทรัพย์สินของราชการเพื่อประโยชน์ธุรกิจ ส่วนตัว (Using your employer's property for private advantage)
เช่น การนำเครื่องใช้สำนักงานต่าง ๆ กลับไปใช้ที่ บ้าน การนำา รถยนต์ราชการไปใช้ในงานส่วนตัว
7.การนำโครงการสาธาณะในเขตเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ทางการเมือง (Pork - barreling) เช่น การที่รัฐมนตรีอนุมัติโครงการไปลงพื้นที่หรือบ้านเกิดของตนเอง หรือการใช้งบประมาณ สาธารณะ เพื่อหาเสียง
8.การใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์แก่เครือญาติหรือพวกพ้อง (Nepotism)
หรืออาจจะเรียกว่าระบบอุปถัมภ์พิเศษ เช่น การที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ใช้อิทธิพลหรือใช้อำนาจหน้าที่ ทำให้ หน่วยงานของตนเข้าทำสัญญากับบริษัทของพี่น้องของตนเอง
9.การใช้อิทธิพลเข้าไปมีผลต่อการตัดสินใจของเจ้า หน้าที่รัฐหรือหน่วยงานของรัฐอื่น (Influence)
เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองหรือพวกพ้อง เช่น เจ้า หน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่ข่มขู่ ผู้ใต้บังคับ บัญชาให้หยุดทำการตรวจสอบบริษัทของเครือญาติของตนเอง
รูปแบบของผลประโยชน์ทับซ้อน
แผนภาพรูปแบบของผลประโยชน์ทับซ้อน
การรับประโยชน์ต่างๆ (Accepting benefits)
การทำธุรกิจกับตัวเอง (Self-dealing) หรือเป็นคู่สัญญา (Contracts)
การทำงานหลังจากออกจากตำแหน่ง สาธารณะหรือหลัง เกษียณ (Post-employment)
การทำงานพิเศษ (Outside employment or moonlighting)
การรับรู้ข้อมูลภายใน (Inside information)
การใช้สมบัติของหน่วยงานเพื่อประโยชน์ ของธุรกิจส่วน ตัว (Using your employer's property for private advantage)
การนำโครงการสาธารณะลงในเขตเลือกตั้ง เพื่อประโยชน์ในทางการเมือง (Pork-belling)
2 more items...
นำทรัพย์สินของหน่วยงาน ไปใช้ในงานส่วนตัว
ใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายใน เพื่อประโยชน์ของตนเอง
ตั้งบริษัทดำเนินธุรกิจที่แข่งขัน หรือรับงานจากหน่วยงาน ต้นสังกัด
ลาออกจากหน่วยงานเพื่อไปทํางานในหน่วย งานที่ดำเนิน ธุรกิจประเภทเดียวกัน
มีส่วนได้เสียในสัญญา ที่ทำกับหน่วยงานต้นสังกัด
รับของขวัญ/เงินสนับสนุน/เงินบริจาคจากลูกค้าของ หน่วยงาน
นางสาวกิณรอน โยธา ม.6/4 เลขที่25