Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม - Coggle Diagram
การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
หมายถึง
การที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำใดๆ ตามอำนาจหน้าที่ส่วนรวมแต่กับเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียกับกิจกรรมหรือนำผลประโยชน์ให้กับตัวเอง
รูปแบบของการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม
จริยธรรมและการทุจริต
๑
.
การรับผลประโขชน์ต่างๆ
( Accepting benefits ) หมาถึง การได้รับของชวัญจากบริษัท สนับสนุนค่าเดินทางให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่
๒
.
การทำธุรกิจกับตนเอง
(Self - dealing )
หรือเป็นคู่สัญญา
(Contracts )
หมายถึง
ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะมีส่วนได้เสียกับสัญญาตนสังกัด
๓
.
การทำงานหลังจากออกจากตำแหน่งหน้าที่สาธารณะหรือหลังเกษียณ
( Post -employment )
หมายถึง
การที่บุคคลลาออกจากหน่ววยงานทางรัฐแล้วไปทำงานในบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจเดียวกัน
๔
.
การทำงานพิเศษ
(Outside employment on moomlighting)
หมายถึง
ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะตั้งบริษัทดำเนินธุระกิจ ที่เป็นการแข่งขันในหน่วยงานหรือองค์การสาธารณะที่ตนสังกัด
๕
.
การรู้ข้อมูลภายใน
( Inside information ) หมายถึง ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะใช้ประโยชน์จากการรู้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ส่วนตน
๖
.
การใช้ทรัพย์ของหน่วยงานเพื่อประโยชน์ธุระกิจส่วนตัว
( Uing your employer's property advantage )
หมายถึง
การนำเครื่องใช้ต่างๆ กลับนำไปใช้ที่บ้าน การนำรถยนต์ราชการไปใช้ในการส่วนตัว
1 more item...
นาย ณัฏฐกรณ์ เจ็นกระบวน ชั้น ม.6/4 เลขที่ 6
รูปแบบของผลประโยชน์ทับซ้อน
๑
.
การรับผลประโยชน์ต่าง ๆ
(Accepting benefits)
หมายถึง
การรับสินบน หรือรับของขวัญหรือ ผลประโยชน์ในรูปแบบอื่น ๆ ที่ไม่เหมาะสมและมีผลต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
๒
.
การทำธุรกิจกับตนเอง
(Self - dealing )
หรือเป็นคู่สัญญา
(Contracts )
หมายถึง
ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะมีส่วนได้เสียกับสัญญาตนสังกัด
๓
.
การทำงานหลังจากออกจากตำแหน่งหน้าที่สาธารณะหรือหลังเกษียณ
( Post -employment )
หมายถึง
การที่บุคคลลาออกจากหน่ววยงานทางรัฐแล้วไปทำงานในบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจเดียวกัน
๔
.
การทำงานพิเศษ
(Outside employment on moomlighting)
หมายถึง
ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะตั้งบริษัทดำเนินธุระกิจ ที่เป็นการแข่งขันในหน่วยงานหรือองค์การสาธารณะที่ตนสังกัด
๕
.
การรู้ข้อมูลภายใน
( Inside information ) หมายถึง ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะใช้ประโยชน์จากการรู้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ส่วนตน
๖
.
การใช้ทรัพย์ของหน่วยงานเพื่อประโยชน์ธุระกิจส่วนตัว
( Uing your employer's property advantage )
หมายถึง
การนำเครื่องใช้ต่างๆ กลับนำไปใช้ที่บ้าน การนำรถยนต์ราชการไปใช้ในการส่วนตัว
๗
.
การนำโครงการสาธารณะลงในเขตเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ในทางการเมือง
(Pork - belling)
หมายถึง
การที่รัฐมนตรีอนุมัติโครงการของกระทรวงไปลงในพื้นที่หรือบ้านเกิดของตนเอง หรือการใช้ งบประมาณสาธารณะเพื่อการหาเสียงเลือกตั้ง
๘
.
การใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์แก่เครือญาติหรือพวกพ้อง
(Nepotism)
หมายถึง
เรียกว่าระบบอุปถัมภ์พิเศษ เช่น การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ใช้อิทธิพลหรือใช้อำนาจหน้าที่ทำให้หน่วยงาน
ของตนเข้าทำสัญญากับบริษัทของพี่น้องของตน
๙
.
การใช้อิทธิพลเข้าไปมีผลต่อการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานของรัฐอื่น
(influence)
หมายถึง
เกิดประโยชน์แก่ตนเองหรือพวกพ้อง เช่น เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่ข่มขู่ผู้ใต้บังคับบัญชา
ให้หยุดทำการตรวจสอบบริษัทของเครือญาติของตน