Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม, นางสาว…
การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม
การขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม
การทำธุรกิจกับตนเอง (Self-dealing) หรือเป็นคู่ สัญญา (Contracts)
เช่น สถานการณ์ที่ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะ มี ส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานที่ตนสังกัด
1) การรับผลประโยชน์ต่างๆ(Accepting benefits)
เช่น การรับของขวัญจากบริษัทธุรกิจ บริษัทขายยา หรืออุปกรณ์การแพทย์สนับสนุนค่าเดินทางให้ผู้ บริหารและเจ้าหน้าที่ไปประชุมเรื่อง อาหารและยาที่ ต่างประเทศ
3.การทำงานหลังจากออกจากตำแหน่งหน้าที่ สาธารณะ หรือหลังเกษียณ (Post-employment)
เช่น การที่บุคคลลาออกจากหน่วยงานของรัฐ และไปทำงานในบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจประเภท เดียวกัน
4.การทำงานพิเศษ (Outside employment or moonlighting)
เช่น ในรูปแบบนี้ มิได้หลายลักษณะ เช่น ผู้ดำรงตำแหน่ง สาธารณะตั้งบริษัทดำเนินธุรกิจ ที่เป็นการแข่งขัน กับหน่วยงาน
การรู้ข้อมูลภายใน (Inside information)
เช่น สถานการณ์ที่ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะ ใช้ประโยชน์จากการรู้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ ของตนเอง
การใช้ทรัพย์สินของราชการเพื่อประโยชน์ธุรกิจ ส่วนตัว (Using your employer's property for private advantage)
เช่น การนำเครื่องใช้สำนักงานต่าง ๆ กลับไปใช้ที่ บ้าน การนำรถยนต์ราชการไปใช้ในงานส่วนตัว
8.การใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์แก่เครือญาติหรือพวกพ้อง (Nepotism)
หรืออาจจะเรียกว่าระบบอุปถัมภ์พิเศษ เช่น การที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ใช้อิทธิพลหรือใช้อำนาจหน้าที่ ทำให้ หน่วยงานของตนเข้าทำสัญญากับบริษัทของพี่น้องของตนเอง
7.การนำโครงการสาธาณะในเขตเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ทางการเมือง (Pork - barreling)
เช่น การที่รัฐมนตรีอนุมัติโครงการไปลงพื้นที่หรือบ้านเกิดของตนเอง หรือการใช้งบประมาณ สาธารณะ เพื่อหาเสียง
9.การใช้อิทธิพลเข้าไปมีผลต่อการตัดสินใจของเจ้า หน้าที่รัฐหรือหน่วยงานของรัฐอื่น (Influence)
เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองหรือพวกพ้อง เช่น เจ้า หน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่ข่มขู่ ผู้ใต้บังคับ บัญชาให้หยุดทำการตรวจสอบบริษัทของเครือญาติของตนเอง
รูปแบบของการขัดแย้งระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม
1) การรับผลประโยชน์ต่างๆ(Accepting benefits)
2) การทำธุรกิจกับตนเอง
(Self- dealing) หรือเป็นคู่ สัญญา (Contracts)
3)การทำงานหลังจากออกจากตำแหน่งหน้าที่ สาธารณะ หรือหลังเกษียณ (Post-employment)
4)การทำงานพิเศษ (Outside employment or moonlighting)
5) การรู้ข้อมูลภายใน (Inside information)
6)การใช้ทรัพย์สินของราชการเพื่อประโยชน์ธุรกิจ ส่วนตัว (Using your employer's property for private advantage)
7)การนำโครงการสาธาณะในเขตเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ทางการเมือง (Pork - barreling)
8)การใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์แก่เครือญาติหรือพวกพ้อง (Nepotism)
1 more item...
จริยธรรม
เป็นกรอบใหญ่ทางสังคมที่เป็นพื้นฐานของแนวคิดเกี่ยวการขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม
หมายถึง
การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการใดตามอำนาจหน้าที่ผลประโยชน์ส่วนรวม แต่กลับเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียกับกิจกรรมหรือการดำเนินการที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับตนเองหรือพวกพ้อง ทำให้การใช้อำนาจหน้าที่เป็นไปโดยไม่สุจริตก่อให้เกิดผลเสียต่อภาครัฐ
ดังนั้น จึงสามารถสรุปรูปแบบของการกระทำที่เข้า ข่ายเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม (Conflict of Interests) เป็น 9 รูปแบบ ดังนี้
นางสาว ภัณฑิราแพงมาลา ชั้นม.6/4 เลขที่15