Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม, นางสาวธารน้ำ…
การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
การทำงานหลังจากออกจากตำแหน่งหน้าที่สาธารณะ หรือหลังเกษียณ (Post-employment)
การที่เจ้าหน้าที่รัฐลาออกหรือเกษียณ แล้วไปทำงานในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่เดิม เช่น ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจไปทำงานในบริษัทคู่สัญญา อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม
การรู้ข้อมูลภายใน (Inside information)
การนำข้อมูลลับจากการทำงานราชการไปใช้หาประโยชน์ส่วนตัวหรือให้ผู้อื่นใช้ เช่น นำข้อมูลไปเล่นหุ้น ล่วงรู้ผลประกวดราคา
การใช้ทรัพย์สินของราชการเพื่อประโยชน์ธุรกิจส่วนตัว (Using your employer’s property for private advantage)
เช่น ใช้รถราชการไปทำธุระส่วนตัว ใช้ทรัพยากรราชการในกิจการส่วนตัว
การนำโครงการสาธารณะในเขตเลือกตั้ง เพื่อประโยชน์ทางการเมือง (Pork-barreling)
เช่น ส.ส. หรือ ข้าราชการผลักดันโครงการในพื้นที่ของตนเพื่อสร้างคะแนนนิยมมากกว่าประโยชน์สาธารณะ
การทำงานพิเศษ (Outside employment or moonlighting)
การรับงานนอกเวลาที่อาจขัดแย้งกับหน้าที่ของรัฐ เช่น เป็นที่ปรึกษาบริษัทเอกชนที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง
การทำธุรกิจตนเอง(Self-dealing)หรือเป็นคู่สัญญา(Contracts)
หมายถึง สถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของภาครัฐที่ตนเองมีผลประโยชน์อยู่ด้วย เช่น เป็นผู้จัดหา เป็นผู้ขาย เป็นคู่สัญญากับรัฐ เป็นต้น ซึ่งการกระทำเช่นนี้จะทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน และไม่สามารถพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างเป็นธรรม เช่น เป็นเจ้าของบริษัทแล้วมาเสนอราคางานเดียวกัน
การใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์แก่เครือญาติหรือพวกพ้อง (Nepotism)
การแต่งตั้งหรือเลื่อนตำแหน่งญาติ พวกพ้อง คนใกล้ชิด โดยไม่ดูคุณสมบัติจริง ทำให้ขาดความเป็นธรรม
การรับผลประโยชน์ต่างๆ (Accepting benefits)
เช่น การรับของขวัญ การรับเงิน บริษัทว่าจ้างลูกของเจ้าหน้าที่ การเลี้ยงดูพิเศษเพื่อให้เจ้าหน้าที่เอื้อประโยชน์ในการพิจารณาอนุมัติ เป็นต้น หรืออาจเป็นการให้โดยไม่มีเจตนาแฝง แต่หากเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการตัดสินใจในเรื่องนั้น ๆ ย่อมทำให้เกิดความไม่โปร่งใส เพราะเป็นการพิจารณาที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
การใช้อิทธิพลเข้าไปมีผลต่อการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานรัฐอื่น (Influence)
เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่ ข่มขู่ผู้ใต้บังคับ บัญชาให้หยุดทำการตรวจสอบบริษัทของเครือญาติของตน
รูปแบบของผลประโยชน์ทับซ้อน
การรับประโยชน์ต่างๆ (Accepting benefits)
รับของขวัญ / เงินสินบน / เงินบริจาคจากลูกค้าหรือหน่วยงาน
การทำธุรกิจกับตัวเอง หรือในนามผู้อื่น (Self-dealing / Contracts)
มีส่วนได้เสียในสัญญา ที่หน่วยงานที่ตนสังกัดจัดซื้อจัดจ้าง
การทำงานหลังจากออกจากตำแหน่ง สาธารณะหรือหลังเกษียณ (Post-employment)
ลาออกจากหน่วยงานเพื่อไปทำงานในหน่วยงานที่เกี่ยวกับธุรกิจประเภทเดียวกัน
การทำงานพิเศษ (Outside employment or moonlighting)
ตั้งบริษัทกับบริษัทที่มีแข่งหรือรับงานจากหน่วยงานเดียวกัน
การใช้ข้อมูลภายใน (Inside information)
ใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนเอง
การใช้สมบัติของหน่วยงานเพื่อประโยชน์ของตนเอง (Using your employer’s property for private advantage)
นำทรัพย์สินของหน่วยงานไปใช้ในงานส่วนตัว
การให้โครงการหรืองบประมาณเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือพวกพ้อง (Pork-belling)
รัฐมนตรียื่นงบโครงการในพื้นที่ที่ตนเองหรือภรรยาใช้ประโยชน์ เพื่อหาเสียง
การแต่งตั้งคนที่มีสายสัมพันธ์หรือในเครือญาติพึ่งพิงกัน (Nepotism)
เจ้าหน้าที่ของรัฐแต่งตั้งบุตรหลานหรือคนใกล้ชิดให้ดำรงตำแหน่งในบริษัทที่มีผลประโยชน์ร่วม
การใช้หรือพยายามใช้เพื่อมีผลต่อการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานของรัฐอื่น (Influence)
เจ้าหน้าที่ของรัฐให้คนในตำแหน่งที่ตนมีอำนาจ หรือผู้ใต้บังคับบัญชาให้เหตุผลการตรวจสอบบริษัทของเครือญาติของตน
นางสาวธารน้ำ ทำมาเกษ ม.6/4 เลขที่13