Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ความรู้เบื้องต้นการบริหารจัดการ, : - Coggle Diagram
ความรู้เบื้องต้นการบริหารจัดการ
ภาวะผู้นำ
คุณลักษณะสำคัญของผู้นำที่ดี
มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน
มีความสามารถในการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน
มีความสามารถในการตัดสินใจ
มีความรับผิดชอบ
ความเห็นอกเห็นใจและมนุษยสัมพันธ์
ความสามารถในการสร้างแรงบันดาลใจ
ความยืดหยุ่นและการปรับตัว
รูปแบบของภาวะผู้นำ
ผู้นำแบบอัตตาธิปไตย (Autocratic)
ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic)
ผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership)
ผู้นำแบบแลกเปลี่ยน (Transactional Leadership)
แนวคิด ทฤษฎีการบริหาร
จัดการที่สำคัญ
การบริหารจัดการเป็นกระบวนการที่สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ แนวคิดและทฤษฎีการบริหารจัดการที่พัฒนาขึ้นในช่วงศตวรรษที่ผ่านมาได้วางรากฐานให้ผู้บริหารสามารถปรับใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับบริบทขององค์กร
การบริหารแบบวิทยาศาสตร์ (Scientific Management) เน้นประสิทธิภาพผ่านการแบ่งงาน, ฝึกอบรม, และใช้วิธีการทำงานที่ดีที่สุด
การบริหารทั่วไป (Administrative Management) เสนอ 14 หลักการ เช่น การแบ่งงาน, อำนาจ,
และเอกภาพการบังคับบัญชา
ระบบราชการ (Bureaucracy) เน้นโครงสร้างที่มีกฎระเบียบและลำดับขั้นชัดเจน
มนุษยสัมพันธ์ (Human Relations) เน้นความต้องการและแรงจูงใจของพนักงาน (จากงานทดลอง Hawthorne)
ทฤษฎีระบบ (Systems Theory) มององค์กรเป็นระบบที่ส่วนย่อยเชื่อมโยงกันเพื่อเป้าหมายรวม
ทฤษฎีสถานการณ์ (Contingency Theory) การบริหารขึ้นอยู่กับบริบท เช่น สภาพแวดล้อมและเทคโนโลยี
การบริหารสมัยใหม่ (Modern Management) รวม TQM, Lean, Agile เน้นนวัตกรรมและความยืดหยุ่น
ภาวะผู้นำ (Leadership Theories) เช่น ภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนแปลงและรับใช้ เน้นวิสัยทัศน์และการกระตุ้น
ความหมายและความสำคัญของการบริหารจัดการ
ความสำคัญของการบริหารจัดการ
การบรรลุเป้าหมายองค์กร
การตัดสินใจที่มีคุณภาพ
การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
การสร้างและรักษาวัฒนธรรมองค์กร
การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง
การพัฒนาบุคลากร
ความหมายของการบริหารจัดการการบริหารจัดการคือ กระบวนการวางแผน จัดองค์กร นำ และควบคุมทรัพยากร (เช่น บุคลากร, เงินทุน, อุปกรณ์) เพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Robbins & Coulter, 2018) โดยเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องและปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์
วิวัฒนาการการบริหารจัดการ (4-5 ยุค)
1.ยุคการจัดการแบบดั้งเดิม (Classical Theory) - ต้นศตวรรษที่ 20
การจัดการเชิงวิทยาศาสตร์
แนวคิดหลัก: เน้นการศึกษาและวิเคราะห์วิธีการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อหาวิธีที่ดีที่สุด
บุคคลสำคัญ:
เฟรเดอริก วินสโลว์ เทย์เลอร์ (Frederick Winslow Taylor) บิดาแห่งการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ (ผู้เสนอการศึกษาเวลาและท่าทางการทำงาน - Time and Motion Study), เฮนรี แอล. แกนต์ (Henry L. Gantt) ผู้พัฒนา Gantt Chart
การจัดการเชิงบริหาร
แนวคิดหลัก: มุ่งเน้นการพัฒนากรอบแนวคิดและหลักการบริหารที่สามารถนำไปใช้ได้กับองค์กรทุกประเภท เน้นโครงสร้างองค์กร บทบาทของผู้บริหาร และหน้าที่การบริหารที่ชัดเจน
บุคคลสำคัญ
เฮนรี ฟาโยล์ (Henri Fayol) ผู้เสนอหลักการบริหาร 14 ประการ (เช่น การแบ่งงาน, อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ, วินัย, เอกภาพในการบังคับบัญชา), แม็กซ์ เวเบอร์ (Max Weber) กับแนวคิดระบบราชการ (Bureaucracy) ที่เน้นกฎระเบียบ ความมีเหตุผล และการแบ่งงานที่ชัดเจน
ยุคนี้มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยเชื่อว่าการหาวิธีที่ดีที่สุดในการทำงานและโครงสร้างองค์กรที่ชัดเจนจะนำไปสู่ประสิทธิภาพสูงสุด
2.ยุคการบริหารแบบมนุษยสัมพันธ์ (Human Relations Movement) - ทศวรรษ 1930s-1950s
แนวคิดหลัก
มนุษย์ไม่ได้ถูกจูงใจด้วยเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการการยอมรับ ความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน การมีส่วนร่วม
บุคคลสำคัญ: เอลตัน มาโย
ที่แสดงให้เห็นว่าปัจจัยทางสังคมและจิตวิทยา (เช่น ความสนใจจากผู้บริหาร, ความสัมพันธ์ในกลุ่ม) มีอิทธิพลต่อผลผลิตมากกว่าสภาพแวดล้อมทางกายภาพ
ยุคนี้เกิดขึ้นจากข้อจำกัดของแนวคิดดั้งเดิมที่มองข้ามปัจจัยด้านมนุษย์ โดยตระหนักถึงความสำคัญของปัจจัยทางสังคมและจิตวิทยาที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน
3.ยุคการจัดการเชิงปริมาณ (Quantitative Approach) - ประมาณทศวรรษ 1940 - 1960s
แนวคิดหลัก:
การใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ สถิติ การวิจัยปฏิบัติการ
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้
การควบคุมสินค้าคงคลัง, การวางแผนการผลิต, การจัดสรรทรัพยากร
ยุคนี้เริ่มนำเทคนิคทางคณิตศาสตร์และสถิติมาประยุกต์ใช้กับการตัดสินใจทางธุรกิจ เพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ยุคการจัดการสมัยใหม่/เชิงระบบและสถานการณ์ (Modern/Systems and Contingency Approaches) - ประมาณทศวรรษ 1960s - ปัจจุบัน
แนวคิดระบบ
มององค์กรเป็นระบบเปิดที่ประกอบด้วยองค์ประกอบย่อยที่ทำงานสัมพันธ์กัน (ปัจจัยนำเข้า, กระบวนการ, ผลผลิต, ข้อมูลย้อนกลับ)
แนวคิดหลัก
ยุคนี้มองว่าการบริหารจัดการนั้นซับซ้อนและไม่มีแนวทางใดแนวทางหนึ่งที่ใช้ได้กับทุกองค์กรหรือทุกสถานการณ์
แนวคิดสถานการณ์
แนวคิดหลัก
"ไม่มีแนวทางการบริหารจัดการใดที่เหมาะสมที่สุด" การเลือกแนวทางบริหารจัดการที่เหมาะสมที่สุดขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะของแต่ละสถานการณ์ เช่น ขนาดองค์กร เทคโนโลยี สภาพแวดล้อม วัฒนธรรมองค์กร
ยุคการจัดการร่วมสมัย (Contemporary Management) - ทศวรรษที่ 1980s - ปัจจุบัน (ต่อยอดจากยุคสมัยใหม่)
แนวคิดหลัก
การจัดการคุณภาพโดยรวม
การเรียนรู้ขององค์กร
การบริหารความรู้
ภาวะผู้นำ
จริยธรรมทางธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคม
การจัดการนวัตกรรม
การจัดการความหลากหลาย
ยุคนี้มีการพัฒนาแนวคิดและเครื่องมือใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความท้าทายในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น โลกาภิวัตน์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการแข่งขันที่รุนแรง
การบริหารการจัดการองค์การ
ยุคดั้งเดิม (Pre-Scientific Era)
การบริหารงานส่วนใหญ่เป็นแบบธรรมชาติ เรียนรู้จากประสบการณ์ ไม่มีหลักการหรือทฤษฎีชัดเจน บริหารโดยการทดลองผิดถูก
ยุคการบริหารเชิงคลาสสิก (Classical Management Era)
1910-1930 Henri Fayol เสนอหลักการบริหาร 14 ข้อ เช่น การวางแผน การจัดองค์กร การควบคุม Max Weber พัฒนาแนวคิดเรื่องระบบราชการ (Bureaucracy) เน้นโครงสร้างองค์กรและกฎระเบียบ
ยุคพฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral Era) 1930-1950 เน้นความสำคัญของมนุษย์ในองค์กร เช่น แรงจูงใจ การสื่อสาร ภาวะผู้นำ การทดลอง Hawthorne ของ Elton Mayo ชี้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน
ยุคระบบและยุคสมัยใหม่ (Systems and Contemporary Era) 1950
: