Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลผู้มีความผิดปกติทางด้านอารมณ์ (Mood Disorders) - Coggle Diagram
การพยาบาลผู้มีความผิดปกติทางด้านอารมณ์ (Mood Disorders)
กลุ่มโรคซึมเศร้า (Depressive Disorder)
โรคซึมเศร้าเป็นภาวะที่อารมณ์เปลี่ยนแปลงไปจากปกติอย่างมาก โดยมีอาการซึมเศร้าเป็นสำคัญ
เกณฑ์การวินิจฉัยโรคซึมเศร้า (ตาม DSM-5)
มีอาการซึมเศร้าหรือเบื่อหน่าย/ไม่สนใจสิ่งต่างๆ ร่วมกับอาการอื่นๆ อย่างน้อย 5 ข้อ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และอาการต้องส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
อารมณ์ซึมเศร้า: รู้สึกเศร้า, หงุดหงิด, หรือว่างเปล่าเกือบทั้งวันและเกือบทุกวัน
เบื่อหน่าย/ไม่สนใจ: ความสุขหรือความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบลดลงอย่างมาก
น้ำหนัก/ความอยากอาหาร: น้ำหนักลดหรือเพิ่มผิดปกติ (มากกว่า 5% ใน 1 เดือน) หรืออยากอาหารเพิ่ม/ลดผิดปกติ
การนอนหลับ: นอนไม่หลับ (insomnia) หรือนอนมากเกินไป (hypersomnia) เกือบทุกวัน
การเคลื่อนไหว: กระสับกระส่าย (agitation) หรือเชื่องช้า (retardation) จนคนอื่นสังเกตได้
อ่อนเพลีย/ไม่มีแรง: รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา ไม่มีเรี่ยวแรง
รู้สึกไร้ค่า/ผิดบาป: โทษตัวเอง หรือรู้สึกผิดอย่างรุนแรงหรือไม่เหมาะสม
สมาธิลดลง: ความสามารถในการคิด, มีสมาธิ, หรือตัดสินใจลดลง
คิดเรื่องความตาย/ฆ่าตัวตาย: คิดถึงความตายซ้ำๆ, คิดฆ่าตัวตาย (มี/ไม่มีแผน) หรือพยายามฆ่าตัวตาย
การพยาบาลผู้ป่วยโรคซึมเศร้า
เป้าหมาย: ป้องกันการทำร้ายตนเอง, ส่งเสริมความปลอดภัย, ให้ยาถูกต้อง, ฟื้นฟูสภาพจิตใจ
ประเมินและดูแลความปลอดภัย: ประเมินความเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเอง/ผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ (ทุก 15 นาที) จัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย (เก็บของมีคม, เชือก, ยา), ไม่ควรทิ้งผู้ป่วยให้อยู่ลำพัง.
สังเกตการณ์: สังเกตการแสดงออกทางอารมณ์, สีหน้า, แววตา, พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป (เช่น ซึมลง, ก้าวร้าวขึ้น).
สร้างสัมพันธภาพ: ใช้ท่าทีเป็นมิตร, เข้าใจ, เห็นอกเห็นใจ, นั่งข้างๆ, สบตา, พูดคุยเรื่องทั่วๆ ไปในระยะแรก, แสดงความห่วงใย.
จัดการพฤติกรรม:
ในผู้ป่วยที่ซึมเศร้ารุนแรง/แยกตัว: กระตุ้นให้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มบำบัดที่ต้องใช้แรงน้อย เช่น ฟังเพลง, นั่งสมาธิ, งานประดิษฐ์.
ในผู้ป่วยที่กระสับกระส่าย/ก้าวร้าว: กระตุ้นให้เข้าร่วมกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานมาก เช่น ออกกำลังกาย, ทำกายบริหาร เพื่อลดพลังงานส่วนเกิน.
ในผู้ป่วยที่ปฏิเสธอาหาร/ยา: ดูแลให้ได้รับอาหาร/ยาครบถ้วน, อาจให้วิตามินเสริม, เปลี่ยนวิธีให้ยาถ้าผู้ป่วยปฏิเสธ.
ส่งเสริมกิจวัตรประจำวัน: กระตุ้นให้ผู้ป่วยดูแลตนเองในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น อาบน้ำ, แต่งตัว, กินอาหาร, นอนหลับ (อาจจัดโปรแกรมการนอน).
บำบัดทางจิตใจ:
เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยระบายความรู้สึก, ความคับข้องใจ, และรับฟังอย่างเข้าใจ.
ช่วยผู้ป่วยค้นหาสาเหตุของปัญหา, ค้นหาจุดแข็ง, และความสามารถ.
สอนทักษะการเผชิญความเครียดที่เหมาะสม.
ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโรค, การรักษา, และการใช้ยา.
กลุ่มโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar and Related Disorders)
โรคอารมณ์สองขั้วเป็นภาวะที่อารมณ์มีการเปลี่ยนแปลงสลับไปมาระหว่างอารมณ์ซึมเศร้าและอารมณ์ครึกครื้น (Mania/Hypomania)
เกณฑ์การวินิจฉัยโรคอารมณ์สองขั้ว (Mania/Hypomania Episode):
เป็นการวินิจฉัยภาวะอารมณ์ที่ผิดปกติและเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน (อย่างน้อย 1 สัปดาห์สำหรับ Mania, อย่างน้อย 4 วันสำหรับ Hypomania) ร่วมกับอาการอย่างน้อย 3 ข้อ (4 ข้อถ้าอารมณ์หงุดหงิด):
อารมณ์เพิ่มขึ้น: รู้สึกครึกครื้น, อารมณ์ดีผิดปกติ, หรือหงุดหงิด
ความภาคภูมิใจในตนเองเกินจริง: คิดว่าตัวเองเก่ง, มีความสามารถพิเศษ
นอนน้อยลง: ต้องการนอนน้อยลงมาก แต่ยังรู้สึกมีพลัง
พูดมากผิดปกติ: พูดเร็ว, พูดไม่หยุด, เปลี่ยนเรื่องเร็ว
ความคิดแล่นเร็ว: มีความคิดหลายอย่างพร้อมกัน, กระโดดไปมา
วอกแวกง่าย: ไม่มีสมาธิ, ถูกรบกวนง่าย
ทำกิจกรรมเพิ่มขึ้น: ทำกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นมาก (ทั้งกิจกรรมที่มุ่งเป้าหมายและกิจกรรมที่ไร้จุดหมาย)
ทำกิจกรรมที่เสี่ยง: ทำกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลเสียตามมา (เช่น ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย, ประมาททางเพศ, ลงทุนโดยไม่คิด)
การพยาบาลผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วในระยะครึกครื้น (Mania):
เป้าหมาย: ป้องกันอันตรายจากการขาดการควบคุมตนเอง, ลดพลังงานส่วนเกิน, ให้ยาถูกต้อง
ประเมินและดูแลความปลอดภัย: ประเมินพฤติกรรมก้าวร้าว, คิดทำร้ายตนเอง/ผู้อื่น จัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย (ลดสิ่งเร้า, เก็บของมีคม).
สร้างสัมพันธภาพ: ใช้ท่าทีหนักแน่น, สุขุม, นุ่มนวล, เป็นมิตร, ยอมรับผู้ป่วยในแบบที่เป็น.
จัดการพฤติกรรม:
ลดสิ่งเร้า: จัดสิ่งแวดล้อมให้สงบ, ลดเสียงดัง, ลดการกระตุ้น.
ลดสิ่งเร้า: จัดสิ่งแวดล้อมให้สงบ, ลดเสียงดัง, ลดการกระตุ้น.
จัดการการนอน: จัดโปรแกรมการนอนให้เป็นเวลา, จัดเตรียมสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมการนอน.
จัดการการกิน: ดูแลให้ได้รับอาหาร/น้ำเพียงพอ, อาจเป็นอาหารที่กินง่าย, อาหารเหลว, อาหารเสริม, วิตามิน.
จัดการพฤติกรรมทางเพศ: ให้คำแนะนำที่เหมาะสม, แยกจากเพศตรงข้ามถ้าพฤติกรรมไม่เหมาะสม.
พฤติกรรมก้าวร้าว: จัดการความก้าวร้าวด้วยการลดสิ่งเร้า, เบี่ยงเบนความสนใจ, หรือการใช้ยาระงับอาการ.
บำบัดทางจิตใจ:
เปิดโอกาสให้ระบายความรู้สึก, ความคับข้องใจ.
ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโรคและการรักษา.
สอนทักษะการเผชิญความเครียดและการปรับตัว.