Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
องค์ประกอบและหลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการสื่อสาร, image,…
องค์ประกอบและหลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการสื่อสาร
ฮาร์ดแวร์ คือ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งจับต้องได้
หน่วยรับเข้า(Input unit)
ทําหน้าที่รับข้อมูลเข้าในระบบ
เมาส์ เป็น อุปกรณ์ชี้ตำแหน่งสำคัญของคอมพิวเตอร์ ใช้เพื่อควบคุมเคอร์เซอร์บนหน้าจอ ทำให้ผู้ใช้สามารถคลิก เลือก ลาก หรือสั่งงานต่างๆ ได้สะดวก
คีย์บอร์ด เป็น อุปกรณ์ อินพุต (Input device) ที่ใช้ป้อนข้อความ ตัวเลข และคำสั่งต่าง ๆ ให้กับคอมพิวเตอร์ โดยมีการจัดเรียงปุ่มตามรูปแบบมาตรฐานอย่าง QWERTY หรือแบบอื่น เช่น AZERTY, DVORAK
ไมโครโฟน ไมโครโฟน (Microphone) เป็น อุปกรณ์แปลงเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า (transducer) ซึ่งใช้กันตั้งแต่การพูด, การบันทึกเสียง, สตรีมมิ่ง ไปจนถึงงานดนตรีและ Podcast
กล้องเว็บแคม เป็น กล้องวิดีโอเล็กที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือเครือข่าย มีหน้าที่หลักคือ จับภาพและเสียงแบบเรียลไทม์ ส่งผ่านไปแสดงหรือบันทึก
สแกนเนอร์ เป็น อุปกรณ์ป้อนข้อมูล (Input device) ที่ใช้ในการ แปลงภาพเอกสาร, รูปถ่าย, รหัสบาร์โค้ด หรือวัตถุ ให้กลายเป็นรูปแบบดิจิทัล เพื่อเก็บไว้ แก้ไข แบ่งปัน หรือใช้งานต่อบนคอมพิวเตอร์ได้สะดวกยิ่งขึ้น
เครื่องอ่านลายนิ้วมือ เป็น อุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน โดยการสแกนลายนิ้วมือของบุคคลนั้น ๆ เพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในระบบ
เครื่องสแกนใบหน้า คือ เทคโนโลยีที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ในการระบุตัวตนของบุคคลผ่านการวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของใบหน้า. ระบบจะทำการวิเคราะห์และจดจำโครงสร้างใบหน้าของบุคคล เพื่อยืนยันตัวตนและอนุญาตให้เข้าถึงพื้นที่หรือระบบต่างๆ ตามสิทธิ์ที่กำหนด.
หน่วยประมวลผลกลาง ( Central Processing Unit: CPU) ทําหน้าที่เป็นสมองของคอมพิวเตอร์ ควบคุมและประมวลผมข้อมูลตามคําสั่ง ดําเนินการ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทํางานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
หน้าที่หลักของ CPU
ประมวลผลคำสั่ง:CPU ทำหน้าที่รับคำสั่งจากซอฟต์แวร์และโปรแกรมต่างๆ แล้วดำเนินการตามคำสั่งเหล่านั้น
ควบคุมการทำงาน:CPU ควบคุมการทำงานของส่วนประกอบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ เช่น หน่วยความจำ, อุปกรณ์อินพุต/เอาต์พุต
คำนวณทางคณิตศาสตร์และตรรกะ:CPU ทำการคำนวณทางคณิตศาสตร์และตรรกะตามคำสั่งที่ได้รับ
ส่วนประกอบของ CPU
หน่วยควบคุม (Control Unit):ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของส่วนประกอบอื่นๆ ของ CPU
หน่วยคำนวณ (Arithmetic Logic Unit - ALU):ทำหน้าที่ประมวลผลทางคณิตศาสตร์และตรรกะ
รีจิสเตอร์ (Registers):หน่วยความจำขนาดเล็กที่ใช้เก็บข้อมูลและคำสั่งที่กำลังใช้งาน
หน่วยเชื่อมต่อภายใน CPU (Internal Bus):ทำหน้าที่เชื่อมต่อส่วนประกอบต่างๆ ของ CPU
หน่วยความจํา(Memory Unit) ทําหน้าที่เก็บข้อมูลและคำสั่งโปรแกรม ที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอร์
แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
หน่วยความความจําหลัก (Main storage)คือหน่วยความจำที่อยู่ภายในคอมพิวเตอร์ ซึ่ง ซีพียูสามารถเข้าถึงโดยตรง ใช้เก็บคำสั่งและข้อมูลในระหว่างการประมวล
ROM คือ หน่วยความจำที่ไม่ลบข้อมูลเมื่อปิดเครื่อง (non‑volatile) เก็บข้อมูลหรือโปรแกรมพื้นฐาน เช่น BIOS หรือ firmware ที่สามารถอ่านได้อย่างเดียว (หรือเขียนได้ยาก) เพื่อให้ระบบเริ่มทำงานได้ทันทีเมื่อเปิดเครื่อง
EPROM (Erasable Programmable Read Only Memory):
เป็น ROM ที่สามารถลบข้อมูลได้โดยใช้แสงอุลตร้าไวโอเลต.
EEPROM (Electrically Erasable Programmable Read Only Memory):
เป็น ROM ที่สามารถลบและเขียนข้อมูลได้ด้วยไฟฟ้า.
PROM (Programmable Read Only Memory):
เป็น ROM ที่สามารถโปรแกรมได้เพียงครั้งเดียว.
RAM คือ หน่วยความจำหลักของคอมพิวเตอร์ที่จัดเก็บข้อมูลและคำสั่งที่โปรแกรมกำลังใช้งานชั่วคราว เพื่อให้ CPU เข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว แต่ข้อมูลจะหายไปเมื่อปิดเครื่อง
SRAM (Static RAM):
เป็น RAM ที่มีความเร็วสูงกว่า DRAM แต่มีราคาสูงกว่า และไม่ต้องรีเฟรชข้อมูล.
VRAM (Video RAM):
เป็น RAM ที่ใช้กับการ์ดจอ สำหรับเก็บข้อมูลภาพและวิดีโอ.
DRAM (Dynamic RAM):
เป็น RAM ที่นิยมใช้กันทั่วไป มีราคาถูก แต่ต้องมีการรีเฟรชข้อมูลอยู่เสมอ.
Cache คือ หน่วยความจำความเร็วสูงขนาดเล็กที่อยู่ใกล้กับ CPU ใช้เก็บสำเนาข้อมูลหรือคำสั่งที่ถูกเรียกใช้งานบ่อยจาก RAM เพื่อลดเวลาเข้าถึงและเพิ่มประสิทธิภาพ (เรียกว่า “cache hit”) ก่อนจะดึงจากหน่วยความจำหลักเมื่อไม่พบ (“cache miss”)
การใช้งาน
Cache ในเว็บเบราว์เซอร์:เว็บเบราว์เซอร์เก็บข้อมูลเช่น รูปภาพ, ไฟล์ CSS, และ JavaScript ไว้ใน cache เพื่อให้การโหลดหน้าเว็บครั้งต่อไปเร็วขึ้น
Cache ใน CPU:CPU มี cache memory เพื่อเก็บคำสั่งและข้อมูลที่ใช้งานบ่อย ทำให้ CPU สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้น
Cache ในฐานข้อมูล:ฐานข้อมูลอาจมีการเก็บข้อมูลที่ถูกเรียกใช้บ่อยๆ ไว้ใน cache เพื่อลดภาระในการประมวลผลของฐานข้อมูล
หน่วยความจำรอง (Secondary storage) คือ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบไม่ลบหายเมื่อปิดเครื่อง (non‑volatile) ซึ่งมีไว้เพื่อจัดเก็บข้อมูลระยะยาว
ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) เป็น อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบจานหมุนที่ใช้กันทั่วไป มีราคาถูกและมีความจุสูง แต่ความเร็วในการอ่าน/เขียนข้อมูลจะช้ากว่า SSD
การ์ดหน่วยความจำ (Memory Card) เป็น หน่วยความจำสำรองแบบแฟลชที่ใช้ในอุปกรณ์พกพาต่างๆ เช่น กล้องดิจิทัล, โทรศัพท์มือถือ
โซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) เป็น อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบแฟลชที่ไม่มีชิ้นส่วนที่หมุนได้ ทำให้มีความเร็วในการอ่าน/เขียนข้อมูลที่เร็วกว่า HDD แต่มีราคาสูงกว่า
ฮาร์ดดิสก์ภายนอก (External Hard Drive) เป็น HDD หรือ SSD ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ต USB หรือพอร์ตอื่นๆ เหมาะสำหรับสำรองข้อมูลหรือเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูล
แผ่นดิสก์ (Optical Disc) เช่น CD, DVD, Blu-ray เป็น สื่อบันทึกข้อมูลที่ใช้แสงในการอ่าน/เขียนข้อมูล
บริการพื้นที่จัดเก็บบนคลาวด์ (Cloud Storage) เป็น การจัดเก็บข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ระยะไกลที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการต่างๆ เช่น Google Drive, Dropbox
แฟลชไดรฟ์ (Flash Drive) เป็น อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบพกพาที่มีขนาดเล็กและพกพาสะดวก เหมาะสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างเครื่องต่างๆ
หน่วยแสดงผล(Output unit) คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ ส่งข้อมูลจากโปรเซสเซอร์ไปยังผู้ใช้ในรูปแบบที่เข้าใจได้ เช่น ข้อความ, ภาพ หรือเสียง
จอภาพ คือ อุปกรณ์ เอาต์พุตหลักของคอมพิวเตอร์ ใช้แสดงผลข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ประมวลผล ไม่ว่าจะเป็นข้อความ, ภาพนิ่ง, วิดีโอ ฯลฯ เพื่อให้ผู้ใช้มองเห็นภาพที่เปลี่ยนไปตามการทำงานของระบบ
ลําโพง คือ อุปกรณ์ เอาต์พุตเสียง ที่มีหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้าจากอุปกรณ์ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือเครื่องเสียง ให้กลายเป็น คลื่นเสียงที่เราได้ยิน
เครื่องพิมพ์ (Printer) คือ อุปกรณ์ เอาต์พุต ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ เช่น สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต เพื่อพิมพ์เอกสาร ข้อความ หรือภาพลงบน สื่อทางกายภาพ เช่น กระดาษ แผ่นพลาสติก หรือวัสดุอื่นๆ
โปรเจคเตอร์ คือ อุปกรณ์ เอาต์พุตภาพ ที่ใช้ฉายภาพนิ่งหรือวิดีโอจากคอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน, หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ไปยังผนังหรือจอฉายขนาดใหญ่ เหมือนเป็น “หน้าต่างยักษ์” สำหรับดูสไลด์ ภาพยนตร์ สไลด์โชว์ หรือใช้ในงานนำเสนอได้ชัดเจนขึ้น
เทคโนโลยีสื่อสาร
สายนำสัญญาณอินเทอร์เน็ต
สายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) คือสายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงยอดนิยม ใช้ แสง ส่งข้อมูล ทำให้สัญญาณเสถียร ส่งได้ไกล ปลอดภัยสูง ไม่นำไฟฟ้า และไม่ลามไฟ เหมาะกับการเชื่อมต่อยุคใหม่
สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable): เป็นสายสัญญาณที่มีแกนกลางเป็นลวดทองแดง หุ้มด้วยฉนวน และชั้นถักเปียเพื่อป้องกันสัญญาณรบกวน
สายคู่บิดเกลียว (Twisted Pair Cable): เป็นสายที่ประกอบด้วยคู่สายทองแดงที่บิดเป็นเกลียว เพื่อลดสัญญาณรบกวน
UTP (Unshielded Twisted Pair):
เป็นสายคู่บิดเกลียวที่ไม่มีฉนวนป้องกันสัญญาณรบกวนภายนอก
STP (Shielded Twisted Pair):
เป็นสายคู่บิดเกลียวที่มีฉนวนป้องกันสัญญาณรบกวนภายนอก
สายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic Cable): เป็นสายสัญญาณที่ใช้แสงในการส่งข้อมูล โดยมีส่วนประกอบหลักคือ แกนกลาง (Core) ที่ทำจากแก้ว หรือพลาสติก และชั้นหุ้ม (Cladding) ที่ห่อหุ้มแกนกลาง
เราท์เทอร์
เชื่อมต่อเครือข่ายที่แตกต่างกันตั้งแต่สองเครือข่ายขึ้นไปเข้าด้วยกัน และ ส่งต่อข้อมูล (data packets) ระหว่างเครือข่ายเหล่านั้น
เราเตอร์ (Router):
เป็นเราเตอร์พื้นฐานที่ทำหน้าที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ในเครือข่ายและส่งข้อมูลไปยังเครือข่ายอื่น
เราเตอร์สำหรับองค์กร:
มีความสามารถสูง รองรับการเชื่อมต่อจำนวนมากและมีฟังก์ชันการจัดการเครือข่ายขั้นสูง
เราเตอร์แบบพกพา:
ออกแบบมาให้พกพาสะดวก สร้างเครือข่าย Wi-Fi ส่วนตัวได้ทุกที่
เราเตอร์หลัก (Core Router):
ใช้ในโครงข่ายอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ส่งต่อข้อมูลจำนวนมาก
เราเตอร์ขอบ (Edge Router):
ใช้เชื่อมต่อเครือข่ายย่อยกับเครือข่ายหลัก
เราเตอร์เสมือน (Virtual Router):
ทำงานบนเครื่องเสมือน (Virtual Machine) มีความยืดหยุ่นและปรับขนาดได้
โมเด็มเราเตอร์ (Modem Router/ADSL Router):
เป็นเราเตอร์ที่รวมฟังก์ชันของโมเด็มและเราเตอร์ไว้ด้วยกัน ทำให้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและกระจายสัญญาณได้ในอุปกรณ์เดียว
ไวเลสเราเตอร์ (Wireless Router):
เป็นเราเตอร์ที่สามารถสร้างสัญญาณ Wi-Fi เพื่อให้อุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมต่อแบบไร้สายได้
ไวเลสมอเด็มเราเตอร์ (Wireless ADSL Modem Router):
เป็นเราเตอร์ที่รวมฟังก์ชันของโมเด็ม, เราเตอร์, และ Wi-Fi ไว้ด้วยกัน ทำให้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สายได้
ฮับ
อุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันในเครือข่ายท้องถิ่น
ฮับแบบพาสซีฟ (Passive Hub):
เป็นฮับพื้นฐานที่ไม่สามารถขยายหรือเพิ่มสัญญาณได้
ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อเพียงอย่างเดียว ไม่มีการควบคุมหรือจัดการข้อมูลที่ส่งผ่าน
ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน
เหมาะสำหรับเครือข่ายขนาดเล็กที่ต้องการการเชื่อมต่อพื้นฐาน
ฮับแบบแอ็คทีฟ (Active Hub):
สามารถขยายและเพิ่มกำลังของสัญญาณขาเข้าก่อนส่งต่อไปยังพอร์ตอื่นๆ
ช่วยให้การส่งข้อมูลในเครือข่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในเครือข่ายที่มีระยะทางไกล
ต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน
มักจะมีราคาสูงกว่าฮับแบบพาสซีฟ
ฮับอัจฉริยะ (Smart Hub)
เป็นฮับแบบแอ็คทีฟที่มีคุณสมบัติเพิ่มเติมในการวิเคราะห์และจัดการเครือข่าย
มีชิปไมโครโปรเซสเซอร์ที่ช่วยในการวินิจฉัยปัญหาในเครือข่าย
สามารถช่วยในการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพของเครือข่ายได้
มีราคาแพงกว่าฮับแบบแอ็คทีฟทั่วไป
สายนำสัญญาณ
สายไฟที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดข้อมูลหรือสัญญาณจากอุปกรณ์ต้นทางไปยังอุปกรณ์ปลายทาง
สายสัญญาณแบบบาลานซ์ (Balanced):
สาย XLR และ TRS เป็นตัวอย่างของสายสัญญาณบาลานซ์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดสัญญาณรบกวนและสัญญาณแทรก ทำให้เหมาะสำหรับระบบเสียงระดับมืออาชีพและระบบเสียงในบ้านที่มีคุณภาพสูง
สายสัญญาณแบบอันบาลานซ์ (Unbalanced):
สาย RCA และ TS เป็นตัวอย่างของสายสัญญาณอันบาลานซ์ ซึ่งมักใช้ในระบบเสียงภายในบ้านและอุปกรณ์ทั่วไป
สายสัญญาณดิจิตอล
สาย MIDI: ใช้สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ดนตรีดิจิทัล
สาย USB: ใช้สำหรับการเชื่อมต่อและส่งข้อมูลดิจิทัล
สาย Optical (Toslink): ใช้สำหรับการส่งสัญญาณเสียงดิจิทัล
สายลำโพง สายลำโพงทำหน้าที่เชื่อมต่อเครื่องขยายเสียง (Amplifier) กับลำโพง
สายสัญญาณภาพ
สาย Component: สายสัญญาณภาพแบบอนาล็อกที่ประกอบด้วยสาย 3 เส้น (สีแดง เขียว น้ำเงิน) ใช้สำหรับคุณภาพของภาพที่คมชัดและสีสันสดใส
สาย HDMI: สายสัญญาณภาพและเสียงดิจิทัลที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย
สาย RG: สายโคแอ็กเซียลที่นิยมใช้ในระบบโทรทัศน์และกล้องวงจรปิด
สายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic Cable):
สายสัญญาณที่ใช้แสงในการส่งข้อมูลในปริมาณมากและมีความเร็วสูง
สายโคแอ็กเชียล (Coaxial Cable):
สายสัญญาณที่ใช้สำหรับส่งสัญญาณทั้งแบบดิจิทัลและอนาล็อก เช่น สายเคเบิลทีวี
สายตีเกลียวคู่ (Twisted Pair Cable):
สายสัญญาณที่นิยมใช้สำหรับสายโทรศัพท์
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
เรียกว่า ISP ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในบางบริษัทก็ให้บริการโทรศัพท์ความเร็วสูง
3BB:
ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านสายไฟเบอร์ออปติกเป็นหลัก
AIS:
ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านเทคโนโลยี Fibre (FTTx) และ VDSL
True:
ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านเทคโนโลยี ADSL, VDSL, DOCSIS, FTTx และสายเช่า
NT (TOT):
ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านเทคโนโลยี ADSL, FTTx และสายเช่า
บุคลากร คือ ผู้เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์
เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงานเครื่อง (Data Entry Operator
ผู้ที่มีหน้าที่หลักในการ ควบคุมและดูแลการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์หลัก หรือเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ซับซ้อน
หน้าที่หลักของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงานเครื่อง
เฝ้าระวังและตรวจสอบ: ตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์เครือข่ายอย่างต่อเนื่องผ่านหน้าจอและตัวบ่งชี้ต่างๆ
เริ่มและหยุดการทำงาน: สั่งการให้โปรแกรมหรือระบบเริ่มต้น (start) และหยุดการทำงาน (stop) ตามกำหนดการหรือตามความจำเป็น
แก้ไขปัญหาเบื้องต้น: ตอบสนองต่อการแจ้งเตือนหรือข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในระบบ และดำเนินการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นตามคู่มือหรือขั้นตอนที่กำหนดไว้
จัดการงานประมวลผล (Job Scheduling): ควบคุมและตรวจสอบการรันงานประมวลผลข้อมูลตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ (เช่น การประมวลผลสิ้นวัน, การสร้างรายงาน)
จัดการสื่อบันทึกข้อมูล: เช่น การเปลี่ยนเทปสำรองข้อมูล หรือการดูแลดิสก์
บันทึกเหตุการณ์: จัดทำบันทึกเหตุการณ์ (log) ของการทำงาน ปัญหา และการแก้ไข เพื่อใช้ในการตรวจสอบและรายงาน
ประสานงาน: ประสานงานกับทีมงานด้านเทคนิคอื่นๆ เช่น ผู้บริหารระบบ (System Administrator) หรือโปรแกรมเมอร์ เมื่อเกิดปัญหาที่ซับซ้อน
ผู้บริหารระบบ (System Manager)
ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคที่มีหน้าที่ ติดตั้ง บำรุงรักษา และจัดการระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย
หน้าที่หลักของผู้บริหารระบบ
ติดตั้งและกำหนดค่า: ติดตั้งและตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์, ระบบปฏิบัติการ, ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์เครือข่าย
บำรุงรักษาและอัปเดต: ตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบ, ทำการอัปเดตซอฟต์แวร์และแพตช์ความปลอดภัย, และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ดูแลความปลอดภัย: จัดการบัญชีผู้ใช้งาน, ตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึง, ตรวจสอบและป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์
สำรองข้อมูลและกู้คืน: วางแผนและดำเนินการสำรองข้อมูลสำคัญ เพื่อให้สามารถกู้คืนได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
แก้ปัญหา (Troubleshooting): วินิจฉัยและแก้ไขปัญหาทางเทคนิคต่างๆ ที่ผู้ใช้งานหรือระบบพบเจอ
ให้การสนับสนุน: ให้คำแนะนำและความช่วยเหลือทางเทคนิคแก่ผู้ใช้งานในองค์กร
นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst)
ผู้ที่ทำความเข้าใจปัญหาและความต้องการ เพื่อออกแบบหรือปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์และกระบวนการทำงาน
นักวิเคราะห์ธุรกิจ (Business Analyst - BA): ทำความเข้าใจกระบวนการทางธุรกิจและปัญหา เพื่อหาแนวทางปรับปรุง โดยอาจจะเกี่ยวข้องกับไอทีหรือไม่ก็ได้
หน้าที่หลัก: เน้นการทำความเข้าใจกระบวนการทางธุรกิจ ปัญหา และโอกาสในการปรับปรุง โดยอาจจะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหรือไม่ก็ได้ แต่ในบริบทของบุคลากรทางคอมพิวเตอร์ มักจะเน้นที่ BA ที่มีความรู้ด้านไอที (IT Business Analyst)
นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst - SA): เชื่อมโยงความต้องการจากผู้ใช้ไปสู่การออกแบบระบบให้โปรแกรมเมอร์พัฒนา
หน้าที่หลัก: เป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างผู้ใช้งาน (Business Users) กับทีมพัฒนาซอฟต์แวร์/ระบบไอที
นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst - DA): รวบรวม วิเคราะห์ และตีความข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อหาข้อมูลเชิงลึกและแนวโน้ม
หน้าที่หลัก: รวบรวม ทำความสะอาด วิเคราะห์ และตีความข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อหาข้อมูลเชิงลึก (Insights) และแนวโน้มต่างๆ
พนักงานข้อมูล
(Data Entry Operator)
ผู้ที่มีหน้าที่หลักในการ ป้อนข้อมูลหรือ บันทึกข้อมูล เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือฐานข้อมูลขององค์กร
หน้าที่หลักของพนักงานข้อมูล
ป้อนข้อมูล: พิมพ์หรือคีย์ข้อมูลตัวอักษร ตัวเลข หรือสัญลักษณ์ต่างๆ จากเอกสารต้นฉบับเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
ตรวจสอบความถูกต้อง: ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลที่ป้อน เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด
จัดเรียงและจัดเก็บ: ช่วยจัดเรียงข้อมูลและเอกสารให้เป็นระเบียบ เพื่อความสะดวกในการค้นหาและอ้างอิง
ดำเนินการตามขั้นตอน: ปฏิบัติตามขั้นตอนและนโยบายการจัดการข้อมูลที่องค์กรกำหนด
รักษาความลับข้อมูล: ดูแลและรักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับมอบหมาย
โปรแกรมเมอร์ (Programmer)
ผู้ที่มีหน้าที่ เขียน ทดสอบ และดูแลรักษาโค้ดคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน หรือระบบต่างๆ ให้สามารถทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้
Front-end Developer: สร้างส่วนติดต่อผู้ใช้งานที่มองเห็นและโต้ตอบได้ (เช่น เว็บไซต์, แอปมือถือ)
Back-end Developer: สร้างระบบเบื้องหลังที่จัดการฐานข้อมูล ตรรกะการทำงาน และการเชื่อมต่อกับส่วน Front-end
Full-stack Developer: มีความเชี่ยวชาญทั้ง Front-end และ Back-end
Mobile Developer: พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับมือถือ (iOS, Android)
Game Developer: พัฒนาวิดีโอเกม
Embedded Systems Programmer: เขียนโปรแกรมสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก เช่น ไมโครคอนโทรลเลอร์
หน้าที่หลักของโปรแกรมเมอร์
เขียนโค้ด (Coding): แปลงแนวคิดการออกแบบระบบให้เป็นชุดคำสั่งที่คอมพิวเตอร์เข้าใจได้ โดยใช้ภาษาโปรแกรมต่างๆ เช่น Python, Java, C#, JavaScript
แก้ไขข้อผิดพลาด (Debugging): ค้นหาและแก้ไขข้อผิดพลาด (bugs) ในโค้ดเพื่อให้ซอฟต์แวร์ทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ทดสอบ (Testing): ตรวจสอบว่าซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นทำงานได้ตามความต้องการและไม่มีข้อผิดพลาด
ดูแลรักษาและปรับปรุง (Maintenance and Enhancement): ปรับปรุงโค้ดให้ทันสมัย เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ หรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากซอฟต์แวร์ถูกนำไปใช้งานแล้ว
ทำงานร่วมกับผู้อื่น: ทำงานใกล้ชิดกับนักวิเคราะห์ระบบ, นักออกแบบ UI/UX, ผู้จัดการโครงการ และเพื่อนร่วมทีม
ชอฟต์แวร์ คือ ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ทำงานตามที่ผู้ใช้ต้องการ
ซอฟต์แวร์ระบบทำหน้าที่ ควบคุมและจัดการฮาร์ดแวร์พร้อมให้ระบบปฏิบัติการกับโปรแกรมต่างๆ
ระบบปฏิบัติการ (Operating System)ระบบปฏิบัติการ (Operating System) หรือโอเอส (OS) คือซอฟต์แวร์ระบบที่ทำหน้าที่จัดสรรและควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์ ตั้งแต่การเริ่มต้นระบบ การจัดการหน่วยความจำ การจัดการไฟล์ และไปจนถึงการประมวลผลของโปรแกรมประยุกต์เปรียบเสมือนตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับฮาร์ดแวร์ ผ่านการแสดงส่วนติดต่อกับผู้ใช้ หรือ User interface เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ในการสั่งงานคอมพิวเตอร์ รวมถึงช่วยให้ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โปรแกรมแปลภาษาคอมพิวเตอร์ (Compiler, Interpreter, Assembler)การที่จะสื่อสารกับคอมพิวเตอร์เพื่อให้ทำงานได้ตามต้องการ จำเป็นต้องมีตัวกลางในการสื่อสาร เปรียบเสมือนกับภาษาที่มนุษย์ใช้สื่อสารให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ซึ่งตัวกลางที่ใช้ติดต่อสื่อสาร เรียกว่า ภาษาคอมพิวเตอร์ ส่วนภาษาที่คอมพิวเตอร์รู้จักและปฏิบัติงานได้ทันที เรียกว่า ภาษาเครื่อง ซึ่งเป็นภาษาในรูปเลขฐานสองโปรแกรมแปลภาษาคอมพิวเตอร์ คือซอฟต์แวร์ระบบที่ใช้ในการแปลภาษา ที่ผู้เขียนโปรแกรมเขียนขึ้นให้เป็นภาษาเครื่อง เพื่อให้คอมพิวเตอร์เข้าใจและทำตามคำสั่งได้ แบ่งได้เป็น 3 ประเภท ต่อไปนี้
คอมไพเลอร์ (Compiler) โปรแกรมแปลภาษาระดับสูง ด้วยการแปลรหัสต้นฉบับ (Source code) ให้เป็นภาษาระดับต่ำหรือภาษาเครื่อง เช่นภาษา C, C++, Java หรือ Python
อินเทอร์พรีเตอร์ (Interpreter) โปรแกรมแปลภาษาระดับสูงที่แปลทีละคำสั่ง แล้วให้คอมทำงานตามทีละคำสั่ง เมื่อเสร็จจึงทำการแปลคำสั่งในลำดับต่อไปเรื่อย ๆ จนจบ เช่นภาษา Python Interpreter, JavaScript Interpreter หรือ PHP Interpreter
แอสเซมเบลอร์ (Assembler) โปรแกรมแปลภาษาแอสเซมบลีให้เป็นภาษาเครื่อง เป็นชุดคำสั่งที่สามารถเข้าใจและประมวลผลด้วย CPU ได้โดยตรง อย่างเช่น NASM, MASM หรือ GAS
โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility Program)
ซอฟต์แวร์ระบบประเภท โปรแกรมอรรถประโยชน์ หรือ Utility Program เป็นซอฟต์แวร์ที่ให้ความช่วยเหลือแก่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือซอฟต์แวร์ประยุกต์ โดยทำหน้าที่สนับสนุนการทำงานด้านต่าง ๆ ของระบบ ส่วนมากใช้เพื่อบำรุงรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท ตามหน้าที่การทำงาน ต่อไปนี้
โปรแกรมจัดการไฟล์ (File manager) สำหรับใช้จัดการไฟล์และโฟลเดอร์ต่าง ๆ ตามที่ผู้ใช้ต้องการ เช่น ค้นหา คัดลอก เคลื่อนย้าย ลบ หรือเปลี่ยนชื่อ
โปรแกรมบีบอัดไฟล์ (File compression) ใช้สำหรับลดขนาดของไฟล์ให้เล็กลง เพื่อประหยัดพื้นที่จัดเก็บ และเพิ่มความสะดวกในการโอนย้าย
โปรแกรมสำรองไฟล์ (Backup) เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้เพื่อการสำรองข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ในกรณีที่ฮาร์ดแวร์หรือข้อมูลเกิดความเสียหาย ผู้ใช้ก็จะสามารถกู้คืน จากหน่วยเก็บข้อมูลที่เป็นสำเนาได้
โปรแกรมจัดเรียงพื้นที่ดิสก์ (Disk defragmenter) สำหรับช่วยจัดเรียงข้อมูลต่าง ๆ ที่เก็บในฮาร์ดดิสก์ ให้มีความต่อเนื่องหรือเรียงเป็นระบบต่อกันไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงไฟล์
โปรแกรมลบไฟล์ที่ไม่จำเป็น (Disk cleanup) ใช้ในการทำความสะอาดฮาร์ดดิสก์ ด้วยการลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นออก เช่นไฟล์ Temp, Bak รวมถึงไฟล์อินเทอร์เน็ตต่าง ๆ ที่เก็บไว้ใน Cache ของบราวเซอร์
โปรแกรมขับอุปกรณ์ (Device Driver)ประเภทนึงของซอฟต์แวร์ระบบ โปรแกรมขับอุปกรณ์ หรือ Device Driver ที่ทำหน้าที่ติดต่อกับคอมพิวเตอร์ทั้งในส่วนการรับเข้า และการส่งออกของแต่ละอุปกรณ์หากคอมพิวเตอร์ไม่มี device driver ก็จะทำให้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์นั้น ๆ ไม่สามารถทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการได้ เช่นถ้าไม่มี driver สำหรับเครื่องพิมพ์ เครื่องพิมพ์ก็จะไม่สามารถพิมพ์เอกสารได้ หรือเมื่อเราซื้อกล้องถ่ายรูปมาใหม่ และต้องการนำภาพที่ถ่ายไปตัดต่อบนคอม ก็จะต้อง install ไดรฟ์เวอร์ หรือโปรแกรมสำหรับรุ่นกล้องก่อน เพื่อให้คอมพิวเตอร์รู้จักถึงจะใช้งานได้ แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ต่อไปนี้
Standard Driver โปรแกรมขับอุปกรณ์ที่พัฒนาโดยบริษัทผู้ผลิต OS อย่างเช่น Microsoft Windows หรือ Apple macOS
Vendor-specific Driver เป็นไดรฟ์เวอร์หรือโปรแกรม ที่บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์พัฒนาขึ้นมาเฉพาะ เพื่อใช้สำหรับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์รุ่นใดรุ่นนึง
ซอฟต์แวร์ประยุกต์ทำหน้าที่ ตอบโจทย์ผู้ใช้ด้วยงานเฉพาะทาง เช่น พิมพ์งาน ท่องเว็บ หรือแต่งภาพ
ประมวลผลข้อมูล: ซอฟต์แวร์ประยุกต์สามารถประมวลผลข้อมูลต่างๆ ได้ เช่น การคำนวณ การจัดเรียงข้อมูล หรือการวิเคราะห์ข้อมูล.
จัดการข้อมูล: ซอฟต์แวร์ประยุกต์ช่วยในการจัดเก็บ จัดการ และค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
นำเสนอข้อมูล: ซอฟต์แวร์ประยุกต์สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่างๆ เช่น กราฟ ตาราง หรือแผนภูมิ เพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น.
อำนวยความสะดวกในการทำงาน: ซอฟต์แวร์ประยุกต์ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น การพิมพ์เอกสาร การจัดการไฟล์ หรือการสื่อสาร.
สนับสนุนการทำงานเฉพาะด้าน: ซอฟต์แวร์ประยุกต์บางประเภทถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการทำงานเฉพาะด้าน เช่น งานบัญชี งานออกแบบ หรืองานวิศวกรรม.
สร้างความบันเทิง: ซอฟต์แวร์ประยุกต์หลายประเภทถูกพัฒนาขึ้นเพื่อความบันเทิง เช่น เกมต่างๆ หรือโปรแกรมดูหนังฟังเพลง.
ตัวอย่างซอฟต์แวร์ประยุกต์
โปรแกรมประมวลคำ: สำหรับสร้าง แก้ไข และจัดรูปแบบเอกสารตัวอักษร เช่น จดหมาย รายงาน หรือบทความ เช่น Microsoft Word, Google Docs.
โปรแกรมตารางทำงาน: จัดการข้อมูลเป็นตาราง ใช้คำนวณ ทำกราฟ และวิเคราะห์เชิงตัวเลข เช่น Microsoft Excel, Google Sheets.
โปรแกรมนำเสนอ: ออกแบบสไลด์เพื่อสื่อสารข้อมูลอย่างน่าสนใจด้วยภาพ เอฟเฟกต์ และเสียง เช่น Microsoft PowerPoint, Google Slides.
โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล: สร้าง จัดเก็บ และจัดการข้อมูลจำนวนมากอย่างปลอดภัย มีระบบค้นหาและควบคุมสิทธิ์ เช่น MySQL, Oracle.
เกม: ให้ความบันเทิงผ่านการเล่นบนคอมฯ หรือมือถือ มีรูปแบบทั้งแข่งขันและปริศนา เช่น เกมบนคอมพิวเตอร์, เกมบนมือถือ.
แอปพลิเคชันสื่อสาร: ส่งข้อความ เสียง วิดีโอ หรือโทรติดต่อกันในชีวิตประจำวัน เช่น Facebook, Line.
โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ: ตัดต่อคลิป ใส่เอฟเฟกต์ กราฟิก และซาวด์เพื่อผลิตผลงานวิดีโอ เช่น Adobe Premiere Pro, Final Cut Pro.
ขั้นตอนการปฏิบัติการ เป็นภาคปฏิบัติของระบบสารสนเทศซึ่งเริ่มากการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ รวบรวมข้อมูล นำข้อมูลผ่านกระบวนการประมวลผลเเละจัดเก็บเพื่อใช้งานต่อไป
รวบรวมข้อมูล เป็นการนำข้อมูลจากเเหล่งต่างๆที่เกี่ยวข้องมาจัดเเบ่งเป็นหมวดหมู่
ข้อมูลที่ได้อาจเป็นตัวเลข, ตัวอักษร, รูปภาพ, เสียง
ตัวอย่าง
เเบบสอบถาม
ลงพื้นที่สำรวจ
ใช้เซนเซอร์วัดข้อมูล
สารสนเทศ เป็นการนำข้อมูลที่ประมวลผลเเล้วมาสรุปเป็นผลลัพธ์ ขั้นตอนการดำเนินการเพื่อให้เกิดสารสนเทศขึ้นมา
ขั้นตอนการดำเนินการเพื่อให้เกิดสารสนเทศ
ตรวจสอบข้อมูล คือการตรวจสอบความถูกต้อง ความครบถ้วน ความน่าเชื่อถือ และความสอดคล้องของข้อมูล ก่อนนำเข้าสู่ระบบหรือกระบวนการประมวลผล
จุดประสงค์
ป้องกันความผิดพลาดจากข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ตรงตามเงื่อนไข
ลดความเสี่ยงในการได้สารสนเทศที่ผิด
เช่น
ตรวจสอบว่าข้อมูลคะแนนสอบมีค่าระหว่าง 0–100 เท่านั้น
ตรวจสอบว่าผู้ใช้งานกรอกวันเกิดถูกต้องหรือไม่ (ไม่เป็นวันที่ไม่จริง เช่น 30 กุมภาพันธ์)
จัดเรียงข้อมูล เรียงลำดับข้อมูลตามเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เพื่อให้การวิเคราะห์และค้นหาข้อมูลง่ายขึ้น
เช่น
ตามตัวเลข
ตามเวลา
ตามตัวอักษร
จุดประสงค์
รียงนักเรียนตามคะแนนสอบจากมากไปน้อย
เรียงรายชื่อพนักงานตามลำดับตัวอักษร
คำนวณ คือ นำข้อมูลที่มีมาทำการคำนวณทางคณิตศาสตร์หรือสถิติ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ใหม่ที่มีความหมาย
เช่น
คำนวณยอดขายรวม
หาค่าเฉลี่ยของคะแนนสอบ
จุดประสงค์
เปรียบเทียบข้อมูลเชิงปริมาณ
สร้างข้อมูลใหม่ที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ
จัดทำรายงาน คือการสรุปข้อมูลและผลการประมวลผลให้อยู่ในรูปแบบที่มนุษย์อ่านเข้าใจได้ง่าย เช่น ตาราง กราฟ หรือบทวิเคราะห์
เช่น
รายงายยอดขาย
รายงานผลสอบ
จุดประสงค์
ใช้สำหรับวางแผนและปรับปรุงการดำเนินงาน
ใช้ในการนำเสนอแก่ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจ
การรวบรวมข้อมูล เป็นขั้นตอนแรกของการสร้างสารสนเทศ โดยการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ข้อมูลอาจอยู่ในรูปแบบต่างๆ เช่น ตัวเลข ข้อความ รูปภาพ หรือเสียง
จุดประสงค์ของการเก็บข้อมูล
เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา
ใช้ในการวิเคราะห์ ตัดสินใจ วางแผน หรือแก้ไขปัญหา
แหล่งข้อมูลที่สามารถเก็บได้
ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) หมายถึง ข้อมูลที่เก็บรวบรวมขึ้นมาใหม่โดยตรงจากแหล่งต้นทาง โดยยังไม่ผ่านการแปรรูปหรือวิเคราะห์มาก่อน เป็นข้อมูลที่เก็บมาเพื่อจุดประสงค์เฉพาะของการศึกษา หรือการวิจัยในขณะนั้น
แบบสอบถาม, สัมภาษณ์, การสังเกต, การทดลอง
ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) หมายถึง ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว และได้ผ่านการรวบรวม วิเคราะห์ หรือเผยแพร่จากแหล่งอื่นมาก่อนหน้านี้ ไม่ได้เก็บขึ้นใหม่โดยตรงเพื่อการศึกษาเฉพาะเจาะจงในขณะนั้น
รายงานเก่า, สถิติจากหน่วยงานรัฐ, เว็บไซต์, ฐานข้อมูลออนไลน์
จัดเก็บ คือการเก็บข้อมูลหรือสารสนเทศลงในอุปกรณ์หรือระบบที่สามารถเรียกดูหรือใช้งานภายหลังได้
จุดประสงค์
สามารถเรียกข้อมูลเดิมกลับมาได้เมื่อต้องการ
เพื่อความปลอดภัยและใช้งานต่อเนื่อง
เช่น
เก็บข้อมูลลูกค้าในระบบ CRM
จัดเก็บลงฮาร์ดดิสก์ ฐานข้อมูล Cloud
ทำสำเนาข้อมูล คือการคัดลอกข้อมูลหรือสารสนเทศจากต้นฉบับเพื่อป้องกันการสูญหาย หรือใช้สำรองในกรณีฉุกเฉิน
จุดประสงค์
ป้องกันข้อมูลหายจากความเสียหายทางกายภาพหรือการโจมตี
ทำให้กู้ข้อมูลกลับมาได้
เช่น
สำรองไฟล์เอกสารลงแฟลชไดรฟ์หรือระบบ Cloud
ทำสำเนาฐานข้อมูลเก็บไว้อีกที่หนึ่ง
เเจกจ่ายเเละสื่อสารข้อมูล คือการส่งต่อข้อมูลหรือสารสนเทศไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ
จุดประสงค์
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานหรือองค์กร
เพื่อให้เกิดการรับรู้ การตัดสินใจ หรือการนำไปใช้
เช่น
แสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน
ส่งรายงานผลการประชุมให้สมาชิกทีม
เข้ารหัสข้อมูล แปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่ระบบสามารถเก็บ ประมวลผล และถ่ายโอนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
เช่น
เเทนเพศชาย = M, เเทนเพศหญิง = F
กรุงเทพมหานคร = 1, นครปฐม = 19
จุดประสงค์
ทำให้ข้อมูลเป็นระบบและอ่านง่ายสำหรับคอมพิวเตอร์
บางครั้งใช้เพื่อความปลอดภัย เช่นการเข้ารหัสข้อมูลส่วนตัว
ประมวลผล เป็นการนำข้อมูลที่รวบรวมไว้มาตรวจสอบความถูกต้อง
ใช้คอมพิวเตอร์ (มนุษย์) ดำเนินการตามโปรเเกรมหรือสูตร
ตัวอย่าง
จัดเรียงข้อมูล
ตามตัวอักษร
ตามตัวเลข
ตามเวลา
การคำนวณยอดรวมค่าใช้จ่าย
สรุปคะเเนนสอบเป็นเกรด
ข้อมูล (Data) เป็นข้อเท็จจริงหรอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งที่อยู่ในรูปของข้อความ ตัวเลขสัญลักษณ์ หรือรายละเอีดอื่นๆที่สัมผัสได้
เเบ่งตามเเหล่งที่มาเเละวิธีการรวบรวม
ข้อมูลปฐมภูมิ คือ ข้อมูลที่รวบรวมจากเเหล่งข้อมูลโดยตรง
ตัวอย่าง
เเบบสอบถามที่ไปสำรวจเอง
การทดลองในห้องเเล็บ
การสัมภาษณ์
ข้อมูลทุติยภูมิ คือข้อมูลที่รวบรวมไว้ก่อนหน้าเเล้ว สามารถนำไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลา เช่น เอกสาร รายงาน สถิติ ที่มีคนทำมาก่อนเเล้ว
ตัวอย่าง
วิทยานิพนธ์/วิจัยของคนอื่น
ข้อมูลสำมะโนประชากรจากกรมสถิติ
รายงานการเงินจากงบการเงินของบริษัท
เเบ่งตามเงื่อนไขการรับเข้า
ข้อมูลภาพ คือ ข้อมูลที่แสดงผลเป็นรูปภาพ
ความสำคัญ
ใช้เพื่อแสดงสิ่งที่ข้อความอธิบายลำบาก
ดึงดูดความสนใจ และใช้ในการสื่อสารแบบไม่ใช้คำพูด
ตัวอย่าง
รูปโปรไฟล์
แผนที่
Meme บนโซเชียลมีเดีย
ข้อมูลตัวอักขระ คือข้อมูลที่คำนวณไม่ได้ เป็นตัวอักษร สัญลักษณ์ต่างๆ
ตัวอย่าง
ที่อยู่
รหัสผ่าน
ชื่อ-นามสกุล
ความสำคัญ
ใช้ในการสื่อสารและเก็บบันทึก เช่น เอกสาร, เว็บไซต์, แอปแชต
เป็นฐานข้อมูลพื้นฐานที่นำไปใช้ร่วมกับระบบอื่น เช่น ระบบทะเบียนราษฎร์
ข้อมูลเสียง คือ ข้อมูลที่อยู่ในรูปของคลื่นเสียง
ความสำคัญ
สร้างบรรยากาศหรืออารมณ์ เช่น เสียงประกอบหนัง
ใช้ในการสื่อสารที่สะดวก เช่น พูดแทนพิมพ์
ช่วยให้ผู้พิการทางสายตาเข้าถึงข้อมูล
ตัวอย่าง
เสียงเพลง
เสียงบรรยาย
Poscast
ข้อมูลวิดีทัศน์ คือ ข้อมูลที่รวมภาพเคลื่อนไหวและเสียงเข้าด้วยกัน
ความสำคัญ
สื่อสารได้สมบูรณ์และทรงพลังกว่าข้อมูลประเภทอื่น
ใช้เพื่อการเรียนการสอน บันเทิง โฆษณา และนำเสนอข่าวสาร
ตัวอย่าง
วิดีโอ YouTube
คลิป Tiktok
ภาพยนตร์
ข้อมูลตัวเลข เป็นข้อมูลที่นำมาคำนวณได้
ความสำคัญ
ใช้ในการคำนวณ, วิเคราะห์, และแสดงสถิติ
สำคัญต่อระบบบัญชี การเงิน วิทยาศาสตร์ และธุรกิจ
ตัวอย่าง
อายุ (เช่น: 13 ปี)
คะแนนสอบ (เช่น: 92.5)
รหัสนักเรียน (เช่น: 654321)
การจัดเก็บข้อมูล
ในหน่วยความจำหลัก (RAM) - ชั่วคราว
ในหน่วยความจำสำรอง (Hard Disk, SSD, USB) - ถาวร
ความสำคัญ
เป็นวัตถุดิบสำคัญของการประมวลผล
ถ้าข้อมูลผิดพลาด สารสนเทศที่ได้ก็จะผิด
GIGO (Garbage in, Garbage out)
ถ้าเราป้อนข้อมูลที่ผิดพลาดหรือไม่มีคุณภาพ ระบบก็จะประมวลผลออกมาเเค่ผลลัพธ์ที่ผิดพลาดหรือไม่มีคุณภาพเช่นกัน
เตือนว่า คุณภาพของข้อมูลต้นทางสำคัญมาก