Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องผ่าน บุคคลที่สาม (Blockchain -…
เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องผ่าน บุคคลที่สาม (Blockchain
1 ความหมายของ Blockchain
เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูล ที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายผ่านการเข้ารหัสทางคอมพิวเตอร์ ข้อมูลที่ถูกบันทึกจะส่งต่อข้อมูลไปยังทุกคนในเครือข่าย ยากต่อการปลอมแปลงข้อมูล
2 วิวัฒนาการของเทคโนโลยี Blockchain
มี 3 วิวัฒนาการ
Blockchain 1.0: เงินดิจิทัล
• เน้นการเงิน: ใช้ Blockchain สำหรับการสร้าง เงินดิจิทัล อย่าง Bitcoin เป็นหลัก
• เป้าหมาย: ให้คนสามารถโอนเงินหากันได้โดย ไม่ต้องมีธนาคารหรือคนกลาง
• จุดเด่น: ระบบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ต้องเชื่อใจใคร เพราะข้อมูลธุรกรรมถูกบันทึกไว้ในระบบแบบกระจายศูนย์
Blockchain 2.0: สมาร์ตคอนแทรกต์ (Smart Contracts)
• ขยายขอบเขต: ไม่ได้ใช้แค่โอนเงิน แต่พัฒนาเป็น “สัญญาอัจฉริยะ” ที่ทำงานอัตโนมัติ
• Smart Contract คืออะไร?: เหมือน “สัญญาโปรแกรม” ที่รันคำสั่งตามเงื่อนไข เช่น ถ้า A โอนเงิน → B ได้ของ โดยไม่ต้องมีคนกลางมาตรวจสอบ
• ผลกระทบ: ทำให้รูปแบบธุรกิจแบบเดิม (โดยเฉพาะธนาคาร/บริษัทกลาง) เริ่มสั่นคลอน
Blockchain 3.0: องค์กรอัตโนมัติ & นอกภาคการเงิน
• ยกระดับอีกขั้น: สร้างระบบที่ไม่ต้องมีคนกลางเลย เช่น DAO (องค์กรอัตโนมัติ) ที่คนในระบบโหวตและกำกับกันเอง
• เน้นการกระจายศูนย์แบบสมบูรณ์: ไม่ใช่แค่โอนเงิน/รันสัญญา แต่สร้าง “โครงสร้างใหม่” ที่คนทำงานร่วมกันได้แบบอิสระ โดยไม่มีหัวหน้า/บริษัท
• ขยายออกนอกการเงิน: เช่น ระบบเลือกตั้ง, การดูแลสุขภาพ, Supply Chain, พลังงาน
• อนาคต: องค์กรที่ไม่มีพนักงานก็สามารถ “ทำงาน” ได้ด้วย blockchain + automation
3 หลักการทำงานของเทคโนโลยี Blockchain
การสร้างบล็อก : เมื่อมีการทำธุรกรรมเกิดขึ้น ข้อมูลจะถูกรวบรวมและจัดเก็บในรูปแบบของบล็อก
การเชื่อมโยงบล็อก : แต่ละบล็อกจะถูกเชื่อมโยงกับบล็อกก่อนหน้าโดยใช้แฮช ทำให้เกิดเป็นลูกโซ่ของบล็อกที่เรียกว่า Blockchain
การกระจายข้อมูล : ข้อมูลใน Blockchain จะถูกคัดลอกและส่งไปยังทุกโหนดในเครือข่าย ทำให้ทุกคนในเครือข่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้องได้
การยืนยันความถูกต้อง : การเพิ่มบล็อกใหม่เข้าสู่ Blockchain จะต้องได้รับการยืนยันความถูกต้องจากโหนดส่วนใหญ่ในเครือข่าย ซึ่งอาจใช้กระบวนการที่เรียกว่า "Proof-of-Work" หรือ "Proof-of-Stake" เป็นต้น
ความไม่เปลี่ยนแปลง : เมื่อข้อมูลถูกบันทึกใน Blockchain แล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือลบได้ ทำให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือและโปร่งใส
4 องค์ประกอบของเทคโนโลยี Blockchain
Block : เป็นหน่วยข้อมูลพื้นฐานที่เก็บข้อมูล (เช่น ข้อมูลธุรกรรม) ไว้ในรูปแบบของกล่องที่ถูกเข้ารหัส. แต่ละ block จะมีส่วนหัว (header)
Chain : เป็นการเรียงต่อกันของ blocks โดยที่แต่ละ block จะเชื่อมโยงกับ block ก่อนหน้าผ่านรหัสแฮชของ block
Consensus: เป็นกระบวนการที่ทำให้ผู้ใช้ในเครือข่ายตกลงกันเกี่ยวกับข้อมูลที่ถูกเพิ่มเข้าไปใน blockchain. กระบวนการนี้ช่วยให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ถูกบันทึกใน blockchain เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับของทุกคน.
Validation : เป็นการตรวจสอบข้อมูลในแต่ละ block และการเชื่อมโยงระหว่าง blocks เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลใน blockchain ยังคงถูกต้องและไม่ถูกเปลี่ยนแปลง
5 ประเภทของ Blockchain
Public Blockchain (เปิดสาธารณะ) ใครก็เข้าร่วมได้
Private Blockchain (แบบปิด) จำกัดสิทธิ์เข้าร่วม เฉพาะคนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นมักใช้ในองค์กรเดียว ที่ต้องการควบคุมข้อมูลและความปลอดภัยเหมือนออฟฟิศที่ต้องมีบัตรพนักงานถึงจะเข้าได้
Consortium Blockchain (เฉพาะกลุ่ม) กลุ่มองค์กรร่วมกันควบคุมเครือข่าย
6.รูปแบบของเครือข่าย Blockchain
Public Blockchain (แบบเปิดสาธารณะ) ใครก็เข้าร่วมได้ (อ่าน-เขียน-ตรวจสอบธุรกรรม)
ไม่ต้องได้รับอนุญาตจากใคร ตัวอย่าง: Bitcoin, Ethereum
Private Blockchain (แบบส่วนตัว) จำกัดการเข้าถึง เฉพาะคนที่ “องค์กรอนุญาต” เท่านั้นมักใช้ในองค์กรเดียวเพื่อควบคุมภายในตัวอย่าง: Hyperledger Fabric, R3 Corda
Consortium Blockchain (แบบเฉพาะกลุ่ม/กลุ่มองค์กร) กลุ่มองค์กรร่วมกันควบคุมเครือข่าย